thansettakij
thansettakij
รัฐบาลเร่งปลุกเศรษฐกิจ แต่ภาคอสังหาฯ ยัง“โคม่า-ขาดออกซิเจน”

รัฐบาลเร่งปลุกเศรษฐกิจ แต่ภาคอสังหาฯ ยัง“โคม่า-ขาดออกซิเจน”

27 พ.ค. 69 | 07:30 น.
อัปเดตล่าสุด :27 พ.ค. 69 | 07:30 น.

รัฐบาลเร่งปลุกเศรษฐกิจ แต่ภาคอสังหาฯ ยัง“โคม่า-ขาดออกซิเจน” : คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย...กาแฟขม หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,204

KEY

POINTS

  • ภาคอสังหาริมทรัพย์เผชิญวิกฤตขาดแคลนแรงงานฝีมือคนไทย ทำให้ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายซึ่งนำไปสู่ปัญหางานล่าช้าและขบวนการเรียกรับผลประโยชน์
  • ผู้รับเหมาไทยได้รับผลกระทบจากกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาในรูปแบบ "นอมินี" เพื่อรับงานโครงการใหญ่แล้วทิ้งงานหรือกดราคาผู้รับเหมาช่วง
  • แม้รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือผู้รับเหมา แต่กระบวนการเบิกจ่ายเงินที่ล่าช้าข้ามปี ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง
  • ตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลาง-ล่างถูกแช่แข็งจากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงถึง 60-70% และคาดว่าจะฟื้นตัวช้าในช่วงครึ่งหลังของปี 2570

*** หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,204 ระหว่างวันที่ 28-30 พ.ค.2569 โดย...กาแฟขม

*** อนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะเยือนฝรั่งเศส เจรจาการค้าการลงทุน ความร่วมมือในหลากหลายมิติ ขอแรงสนับสนุนจากฝรั่งเศสหัวเรือใหญ่สหภาพยุโรป(อียู) ในการผลักดันขับเคลื่อนเขตการค้าเสรีไทย-อียูให้ปิดจบให้ได้โดยเร็ววัน ตลาดอียูเป็นตลาดใหญ่ ถ้าปิดดีลข้อตกลงกันได้ การค้าๆขายๆก็คงคล่องตัวขึ้น แต่ต้องไม่ลืมอียูมาตรฐานสูง ตั้งการ์ดตึงเปรี๊ยะ ฝ่ายไทย ก็ต้องละเมียดกันหน่อยในการรักษาตลาดนี้และโอกาสขยายตลาดเพิ่ม

*** ในประเทศห้วงนี้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ประกาศให้ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส รัฐ 60 ประชาชน 40 และเพิ่มเงินเข้าไปให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13 ล้านคน ช่วงนี้ดูวุ่นๆ หน่อยกับการลงทะเบียน โดยเฉพาะผู้สูงอายุในต่างจังหวัดหัวเมือง ที่ไม่มีมือถือสมาร์ทโฟนไปเข้าแถวต่อคิวยาวที่ธนาคารกรุงไทยในต่างจังหวัด ภาพที่เห็นเข้าคิวต่อแถวยาวๆ จริงๆ และต้องตื่นลากสังขารกันมาตั้งแต่ ตี 4-5 เช้ามืด ก่อนธนาคารเปิด เหมือนเข้าแถวรอเติมนํ้ามันช่วงเดือนก่อน ถ้ามีการจัดระบบโมบายยูนิตธนาคารร่วมกับฝ่ายปกครองที่มีข้อมูลอยู่แล้ว วิ่งลงไปหาชาวบ้านตามชุมชนต่างๆ ก็คงจะดีไม่น้อย

*** เป็นความพยายามของรัฐบาลนี้ในการฟื้นเศรษฐกิจ กระตุกกระตุ้นกำลังซื้อ ผ่านระบบโค-เปย์ร่วมจ่ายให้เศรษฐกิจรื่นไหล มีการจับจ่ายใช้สอยให้เศรษฐกิจหมุนเวียนสะพัดไปหลายๆ มือ ที่อาจถูกตั้งข้อสังเกตว่าจะให้ร่วมจ่ายได้อย่างไร ในเมื่อเงินไม่มี โดนค่านํ้ามันไป 30-40 % ขณะที่รายได้ยังคงเดิม แถมหนี้บานตะไท แล้วจะลากกระเตงกันไปอย่างไร อีกด้านก็เอาน่าให้ใช้จ่าย พอกล้อมแกล้มกันไปก่อน รัฐบาลมีแผนเดียวซะเมื่อไหร่

*** ว่าก็ว่าเรื่องเศรษฐกิจ ฐานรากสำคัญไม่น้อยอยู่ที่ ภาคอสังหาริมทรัพย์และรับเหมาก่อสร้าง เป็นกระดูกสันหลังที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานนับร้อยชีวิต คาบนี้เป็นยักษ์ใหญ่ที่กำลังหมดแรง ที่ต้องใช้ยาให้ถูกตัว ค่าธรรมเนียมการโอนไม่ได้ตอบโจทย์ไปเสียทุกเรื่อง ไปดูหน้างานที่เกิดวิกฤตแรงงานขาดแคลน แรงงานฝีมือชาวไทยพากันหนีไปขุดทองต่างแดน ทิ้งให้ไซต์งานไทยต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าว ที่ข้ามแดนมาแบบลักลอบจนเกิดขบวนการกินหัวคิวกันเป็นทอดๆ ไซต์งานก่อสร้างไทยวันนี้ไม่ต่างจาก “เตียงผู้ป่วย” ที่ขาดออกซิเจน งานดีเลย์กันวินาศสันตะโร 

*** ตามมาด้วยบาดแผล “นอมินีผู้รับเหมาต่างชาติในโครงการ PPP” รัฐบาลเปิดกว้างให้เกิดการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ในเมกะโปรเจกต์ แต่ทุนต่างชาติสอดแทรกเข้ามาในคราบ “ผู้รับเหมานอมินี” โดยอาศัยการซุกหุ้นและตั้งบริษัทบังหน้า เข้ามาซับงานต่อ บางกลุ่ม “มือไม่ถึง” บินมาตีตั๋วคว้างานเป็นพันล้าน ถึงเวลาลงมือทำจริงกลับ “ทิ้งงาน-ดึงเชง-กดราคารับเหมาช่วง” ปล่อยให้ผู้รับเหมาช่วงชาวไทย รับกรรมกลายเป็นผู้แบกรับหนี้สินจนเจ๊งระนาว กลายเป็นต่างชาติรุกคืบอธิปไตยทางเศรษฐกิจ ผ่านเม็ดเงินโครงสร้างพื้นฐานกันชื่นมื่นยังไงก็เมียงมองมุมนี้หน่อยท่าน

*** อีกประการเรื่องของผู้รับเหมา ที่อาจจะดีพอหรือไม่ ไม่ทราบ เมื่อกลางเดือน พ.ค. ทาง ครม.เพิ่งพยักหน้าอนุมัติมาตรการผ่อนผันเกณฑ์ค่า K ชั่วคราว ลดกรอบแบกรับภาระส่วนต่างของผู้รับเหมาจาก 4% เหลือ 2% เพื่อลดแรงกระแทกจากวิกฤตพลังงานโลก แต่ต้องมองให้ลึกลงไปอีกนิด ลดภาระค่า K ลงมาแล้ว ต้องอย่าให้เม็ดเงินจ่ายผู้นับเหมาค้างท่อด้วย ผู้รับเหมาเขาโอดครวญ มาตรการน่ะดี แต่ “เงินมาช้าจัง” ระบบราชการไทยใช้เวลาตรวจสอบและอนุมัติจ่ายเงินชดเชยค่า K ยาวนานข้ามปี กว่าเม็ดเงินจะไหลผ่านขั้นตอนที่อืดอาดยืดยาดมาถึงหน้างาน ผู้รับเหมากลางและเล็ก ก็ “ขาดใจตาย” คาไซต์งานไปเรียบร้อย การผ่อนเกณฑ์เหมือนให้ยาพารากับคนเป็นมะเร็ง หรือเปล่า ไม่รู้นะ 

*** ส่องกล้องมองเกมอสังหาฯ อิงข้อมูลคาดการณ์จากศูนย์วิจัยกสิกรไทย และ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ (REIC) เขาหน่อย ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ปี 2569 นี่ตํ่าสุดแล้ว ตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลาง-ล่าง ถูกแช่แข็งด้วยยอดปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) สูงถึง 60-70% จากสถาบันการเงินที่ตั้งการ์ดสูง จึงอาจเห็นสัญญาณ การฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2570 โดยเซ็กเมนต์ที่จะฟื้นก่อน ไม่ใช่บ้านจัดสรรทั่วไป แต่เป็นอสังหาฯ นิคมอุตสาหกรรม และกลุ่มคลังสินค้า (Logistics) ที่ได้อานิสงส์จากการย้ายฐานทุนภูมิรัฐศาสตร์โลก รวมถึงคอนโดมิเนียมในเมืองท่องเที่ยว ส่วนตลาดรับเหมาก่อสร้างภาคเอกชนจะยังคงทรงตัวยาวไปจนกว่าสต็อกเก่า (Inventory) จะถูกระบายออกจนหมด 

                        รัฐบาลเร่งปลุกเศรษฐกิจ แต่ภาคอสังหาฯ ยัง“โคม่า-ขาดออกซิเจน”

*** ถ้ารัฐบาลจะขยับในภาคนี้ ก็ลองหาทางเติมสภาพคล่อง ให้ผู้รับเหมาในระบบทันที หาทางจัดการนอมินีรับเหมาก่อสร้างต่างชาติ หรือจะเข้ามาก็ต้องถูกต้องตามระบบการเข้าลงทุน อนุญาตให้คนระดับไหนเข้ามาทำงานได้ในสัดส่วนเท่าไร วางแนวทางปฏิรูประบบนำเข้าแรงงานถูกกฎหมายแบบ One-Stop Service ขจัดการกินหัวคิวเปิดทางให้ผู้รับเหมาไทยนำเข้าแรงงานต่างด้าวฝีมือดีได้อย่างรวดเร็วและต้นทุนตํ่าที่สุด แก้ปัญหางานดีเลย์เชิงโครงสร้างให้สัมฤทธิ์ผลโดยพลัน...