
SCC-PTTGC-IVL เมื่ออยู่สูงสุดในรอบปี ตัวไหนดี...ตัวไหนเด่น?
SCC-PTTGC-IVL เมื่ออยู่สูงสุดในรอบปี ตัวไหนดี...ตัวไหนเด่น? : คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์
KEY
POINTS
- หุ้นกลุ่มปิโตรเคมีขนาดใหญ่ SCC, PTTGC และ IVL ราคาปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบปี จากปัจจัยพื้นฐานและผลประกอบการที่เริ่มฟื้นตัว
- SCC มีจุดเด่นด้านธุรกิจที่หลากหลายและการปรับโครงสร้างองค์กร ส่วน PTTGC เป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากวัฏจักรปิโตรเคมีขาขึ้น
- IVL มีความน่าสนใจในฐานะหุ้นฟื้นตัว (Turnaround) ที่ชัดเจน หลังผลประกอบการเริ่มพลิกฟื้นจากที่เคยขาดทุน
- นักลงทุนควรระมัดระวัง เนื่องจากราคาหุ้นทั้งสามปรับตัวขึ้นมาสูงแล้ว ซึ่งความเคลื่อนไหวต่อไปจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการจริงในอนาคต
*** จังหวะนี้นอกจากตลาดหุ้นจะมีการหมุนเวียนกลุ่มเล่น หรือ Sector Rotation ที่สลับเปลี่ยนกลุ่มกันไปเรื่อยๆ ตามรอบการเก็งกำไรแล้ว สำหรับเจ๊เมาธ์แล้วจังหวะนี้หุ้นกลุ่มปิโตรเคมีบิ๊กเบิ้ม อย่าง SCC, PTTGC และ IVL ถือเป็นอีกกลุ่มที่โดดเด่น และเหมือนจะหลุดกรอบออกมา เพราะราคาหุ้นทยอยปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนขยับเข้าใกล้จุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์กันยกแก๊ง เรียกว่า คนที่ไม่มีหุ้นติดพอร์ตอาจต้องนั่งมองกันตาปริบๆ
ถ้ากางราคาหน้ากระดานเทียบกับกรอบ 52 สัปดาห์ จะเห็นภาพความร้อนแรงได้ชัดเจน เริ่มจากพี่ใหญ่อย่าง SCC ราคาหุ้นอยู่แถว 264.00 บาท และขยับทะลุระดับสูงสุดเดิมในรอบ 52 สัปดาห์ ที่ 256.00 บาทไปแล้ว จากจุดต่ำสุดที่เคยลงไปถึง 163.00 บาท ถือเป็นการฟื้นตัวที่แรงไม่น้อย
ด้าน PTTGC หุ้นปิโตรเคมีสายตรง ราคาล่าสุดอยู่ที่ 44.50 บาท ขยับขึ้นมาใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ที่ 45.75 บาท หลังจากก่อนหน้านี้เคยลงไปต่ำสุดถึง 19.00 บาท ส่วน IVL ราคาขึ้นมาอยู่แถว 25.25 บาท หายใจรดต้นคอจุดสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ที่ 25.50 บาท หลังจากเคยลงไปต่ำสุดที่ 14.60 บาท
แน่นอนว่า การที่ราคาหุ้นทั้ง 3 ตัวฟื้นตัวขึ้นมาจ่อไฮรอบปี ไม่ได้เกิดจากโชคช่วย แต่มีปัจจัยพื้นฐานเข้ามาหนุน โดยเฉพาะผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรก ของปี 2569 ที่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ
ในเรื่องของตัวเลข SCC มีรายได้ 266,420 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 17,757 ล้านบาท ขณะที่ PTTGC มีรายได้สูงสุดในกลุ่มที่ 328,604 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 15,440 ล้านบาท ส่วน IVL มีรายได้ 247,183 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,144 ล้านบาท แม้กำไรของ IVL จะดูน้อยที่สุดในกลุ่ม แต่หากมองในแง่ของการฟื้นตัวจากช่วงที่เคยขาดทุนหนัก เจ๊เมาธ์ต้องยอมรับว่าการกลับมารอบนี้ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย
เริ่มกันที่ SCC จุดเด่นอยู่ที่โครงสร้างธุรกิจที่ค่อนข้างหลากหลาย เพราะนอกจากปิโตรเคมีแล้ว ยังมี ธุรกิจปูนซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง และ บรรจุภัณฑ์ เข้ามาช่วยพยุงผลประกอบการ ขณะเดียวกันบริษัทกำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างหนี้ ลดภาระดอกเบี้ย และ ขายเงินลงทุน เพื่อเสริมกระแสเงินสดให้แข็งแกร่งขึ้น
ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีก็ยังมีความหวังจากการฟื้นตัวของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ หรือ Spread รวมถึงโครงการ LSP ในเวียดนาม ที่เริ่มเดินเครื่องได้ดีขึ้น ขณะที่ประเด็นการเจรจารวมสินทรัพย์โอเลฟินส์ กับ PTTGC หากเดินหน้าได้สำเร็จ ก็มีโอกาสสร้าง Economies of Scale และช่วยลดความผันผวนของธุรกิจในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น SCC ที่ขยับขึ้นมาถึง 264 บาท ทำให้ต้องมองเรื่องมูลค่าหุ้นควบคู่กันไปด้วย เพราะ IAA Consensus ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 280.50 บาท สูงสุด 332 บาท และต่ำสุด 188 บาท จาก 14 โบรกเกอร์ โดย บล.ยูโอบี เคย์เฮียน และ บล.หยวนต้า ให้เป้าสูงถึง 290 บาท ขณะที่ บล.กสิกรไทย ให้ไว้ที่ 240 บาท ดังนั้น ในมุมของเจ๊เมาธ์ ราคาปัจจุบันถือว่ารับข่าวดีไปพอสมควรแล้ว
ขยับมาที่ PTTGC ตัวนี้ถือเป็นหุ้นปิโตรเคมีที่ได้ประโยชน์โดยตรงหากวัฏจักรธุรกิจกลับมาเป็นขาขึ้น เพราะมีธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งโอเลฟินส์ อะโรเมติกส์ และ โพลีเมอร์ ดังนั้นหาก Spread ผลิตภัณฑ์ฟื้นตัวต่อเนื่อง PTTGC ก็มีโอกาสได้รับอานิสงส์เต็มๆ
รายนี้โบรกเกอร์มีมุมมองเชิงบวก โดย IAA Consensus ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ยปี 2569 ที่ 44.25 บาท สูงสุด 50 บาท และต่ำสุด 34 บาท ที่สำคัญคือไม่มีโบรกเกอร์รายไหนแนะนำ "ขาย" เลย
Goldman Sachs ให้คำแนะนำซื้อพร้อมราคาเป้าหมาย 46 บาท ขณะที่ บล.กสิกรไทย ให้เป้า 40.70 บาท และ บล.กรุงศรี ให้ 37 บาท แม้ราคาหุ้นล่าสุดจะขึ้นมาอยู่ที่ 44.50 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาเป้าหมายเฉลี่ยของตลาดแล้ว แต่ถ้า Spread ในช่วงครึ่งปีหลังยังฟื้นตัวได้ตามคาด ก็ยังมีโอกาสที่ประมาณการและราคาเป้าหมายจะถูกปรับขึ้นตามมา
ปิดท้ายที่ IVL ซึ่งเจ๊เมาธ์มองว่า เป็นหุ้นที่มีภาพของการ "Turnaround" ชัดที่สุดในกลุ่ม เพราะธุรกิจหลักอย่าง PET, PTA, MEG และ รีไซเคิล กระจายอยู่ในหลายภูมิภาคทั่วโลก หลังจากก่อนหน้านี้ต้องเผชิญกับผลประกอบการที่อ่อนแออย่างหนัก แต่ตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นมา เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากส่วนต่างราคา PET และ MEG ที่ดีขึ้น รวมถึงอุปสงค์และค่าระวางเรือที่เข้ามาช่วยหนุน
IAA Consensus ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 26.81 บาท สูงสุด 33 บาท และต่ำสุด 21.40 บาท โดย บล.กสิกรไทย และ Macquarie ให้เป้าหมายอยู่แถว 26-26.30 บาท ขณะที่ CLSA มองบวกและให้เป้าสูงถึง 28 บาท แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทุกโบรกเกอร์จะมองบวก เพราะ Morgan Stanley ยังคงมีมุมมองเชิงลบ และให้ราคาเป้าหมายเพียง 19 บาท จากความกังวลว่า การฟื้นตัวของผลประกอบการจะยั่งยืนแค่ไหน
ดังนั้น ในมุมของเจ๊เมาธ์ หากชอบหุ้นใหญ่ โครงสร้างธุรกิจหลากหลาย และมีเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ กับ การเสริมกระแสเงินสดเข้ามาช่วย เจ๊เมาธ์มองว่า SCC เป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างสมดุล แต่ด้วยราคาที่ขึ้นมาแรง นักลงทุนก็ต้องระวังเรื่องการรับรู้ข่าวดีไปมากแล้ว
แต่ถ้าหากต้องการเล่นตามวัฏจักรปิโตรเคมีแบบตรงๆ เน้นการฟื้นตัวของ Spread PTTGC ก็ถือเป็นตัวเต็งที่ตลาดกำลังจับตา ส่วนใครที่ชอบหุ้น Turnaround และรับความผันผวนได้มากขึ้น IVL ก็มีเสน่ห์จากการฟื้นตัวของกำไรและโอกาสสร้าง Upside
อย่างไรก็ตาม...สิ่งที่เจ๊เมาธ์อยากเตือนมากที่สุดคือ วันนี้ราคาหุ้นทั้ง 3 ตัวขยับอยู่ในจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์กันหมดแล้ว จากนี้ไปจึงไม่ใช่การซื้อขายบน "ความฝัน" อย่างเดียว แต่ต้องกลับมาให้ความสำคัญกับ "งบจริง" มากขึ้น หากผลประกอบการไตรมาสถัดๆ ไปออกมาดีตามที่ตลาดคาด ราคาก็ยังมีโอกาสเดินหน้าต่อ แต่ถ้าตัวเลขไม่เป็นไปตามความคาดหวัง แรงขายทำกำไรก็พร้อมกลับมาได้ทุกเมื่อ
เอาเป็นว่าถึงตอนนี้ใครรักตัวไหน หรือ ชอบสไตล์ไหน เจ๊เมาธ์ขอให้ตรวจสอบข้อมูลให้ดี เพราะหุ้นที่วิ่งแรงที่สุด ไม่ได้แปลว่ าจะเป็นหุ้นที่วิ่งต่อได้แรงที่สุดเสมอไปเจ้าค่ะ
คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์







