
หุ้นธนาคารไม่ได้แย่...แต่สัญญาณบอกว่าโลกไม่เหมือนเดิม
หุ้นธนาคารไม่ได้แย่...แต่สัญญาณบอกว่าโลกไม่เหมือนเดิม : คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์
KEY
POINTS
- ผลประกอบการกลุ่มธนาคารไตรมาส 2/2569 มีกำไรรวมเติบโตเพียง 0.02% แม้จะยังอยู่ในระดับสูง แต่เป็นสัญญาณชัดเจนว่าการเติบโตเริ่มชะลอตัวลง
- ผลการดำเนินงานของแต่ละธนาคาร มีความแตกต่างกันมาก โดยมีทั้งธนาคารที่กำไรเติบโตสูง และธนาคารที่กำไรหดตัว ทำให้นักลงทุนต้องพิจารณาเลือกลงทุนเป็นรายตัว
- แนวโน้มดอกเบี้ยขาลงส่งผลกระทบต่อรายได้หลัก ทำให้ธนาคารต้องปรับตัวไปสร้างรายได้จากส่วนอื่นที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เช่น ค่าธรรมเนียม เพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป
*** ช่วงนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็มีแต่ข่าวที่ทำให้นักลงทุนต้องจับตามองอย่างระมัดระวัง เพราะทั้งสงครามในหลายภูมิภาค ความขัดแย้งทางการค้า การแข่งขันของมหาอำนาจ รวมถึงความผันผวนของราคาพลังงานและค่าเงิน ล้วนเป็นปัจจัยที่พร้อมเปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจโลกได้ทุกเมื่อ... แม้หลายประเทศเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าพูดเต็มปากว่าเศรษฐกิจโลกกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
ในส่วนของประเทศไทยก็เช่นกัน เพราะถึงแม้จะมีหลายตัวเลขเริ่มส่งสัญญาณบวก ทั้งจาก การท่องเที่ยว การบริโภค และ การลงทุนภาครัฐ แต่เจ๊เมาธ์มองว่า เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และยังมีความไม่แน่นอนอีกมาก ซึ่งหนึ่งในตัวชี้วัดที่สะท้อนภาพได้ชัดที่สุดก็คือ ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์
ทั้งนี้ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของธนาคารซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มักจะแจ้งผลการดำเนินงานออกมาเป็นกลุ่มแรกๆ พบว่า กลุ่มธนาคารทั้ง 11 แห่ง มีกำไรรวม 66,251 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพียง 0.02% แม้จะยังทำกำไรได้ในระดับสูง แต่สัญญาณที่ส่งออกมาสะท้อนว่าการเติบโตเริ่มชะลอลง...
ขณะเดียวกัน ก็กำลังชี้ให้เห็นว่า หุ้นธนาคารหลายตัว หรือ แทบทั้งกลุ่มต้องเจอกับแรงขายทำกำไรทันที หลังประกาศงบ (Sell on Fact) เพราะถึงแม้ผลประกอบการจะออกมาตามที่ตลาดคาดไว้ แต่ขณะเดียวกันกลับพบว่า ไม่มีปัจจัยบวกใหม่มากพอที่จะผลักดันราคาหุ้นให้ปรับตัวขึ้นต่อ
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเป็นรายธนาคาร จะพบว่า ผลการดำเนินงานมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก โดย KBANK ยังคงทำกำไรสูงสุดที่ 13,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% ขณะที่ KTB มีกำไร 12,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% ส่วน TTB มีกำไรเติบโต 10% สะท้อนถึงการบริหารต้นทุนและคุณภาพสินเชื่อที่แข็งแกร่ง
ด้าน KKP ถือเป็นดาวเด่นของไตรมาส เมื่อกำไรเติบโตถึง 50% ส่วน CIMBT มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มถึง 408% แม้ฐานกำไรจะยังไม่สูง ขณะที่ TISCO, CREDIT และ LHFG ก็ยังรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
ในทางกลับกัน SCB มีกำไรลดลง 13% ส่วน BBL ลดลงถึง 19% ขณะที่ BAY มีกำไรทรงตัวจากปีก่อน สะท้อนว่า ภาพรวมของธุรกิจธนาคารเริ่มมีความแตกต่างกันมากขึ้น และไม่สามารถมองทั้งกลุ่มในภาพเดียวเหมือนที่ผ่านมาได้อีก
ปัจจัยสำคัญมาจาก “ดอกเบี้ยขาลง” ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income หรือ NII) ซึ่งเป็นรายได้หลักของธนาคารเติบโตช้าลง ส่งผลให้ธนาคารหลายแห่งต้องเร่งสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียม ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และการลงทุน เพื่อรักษาระดับผลกำไร
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ที่ประเมินว่า กลุ่มธนาคารกำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตที่ชะลอลงตามวัฏจักรดอกเบี้ย โดยการแข่งขันในระยะต่อไป จะอยู่ที่ความสามารถในการสร้างรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ควบคู่กับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์
ขณะที่ บล.เอเซีย พลัส มองว่า แม้กำไรของกลุ่มธนาคารยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง แต่การเติบโตคงไม่โดดเด่นเหมือนช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น นักลงทุนจึงควรคัดเลือกลงทุนเป็นรายธนาคาร โดยเน้นธนาคารที่บริหารต้นทุนได้ดี มีคุณภาพสินเชื่อแข็งแกร่ง และมีนโยบายจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ
ด้าน บล.กรุงศรี ยังคงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อธนาคารขนาดใหญ่ ที่มีฐานเงินกองทุนแข็งแกร่ง มีการตั้งสำรองในระดับเหมาะสม และสามารถเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากการชะลอตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิได้ในระยะยาว
ในมุมมองของเจ๊เมาธ์ งบการเงินของกลุ่มธนาคารรอบนี้ ไม่ได้สะท้อนว่า เศรษฐกิจไทยกำลังอ่อนแอลง แต่กำลังบอกว่าสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจของประเทศกำลังเปลี่ยนแปลง เพราะการสร้างกำไรในระดับสูงเหมือนช่วงที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป และทุกธนาคารจำเป็นต้องเร่งปรับตัวให้ทันกับโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน
ดังนั้น แม้เศรษฐกิจไทยจะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว แต่เจ๊เมาธ์ยังมองว่า ยังเร็วเกินไปที่จะวางใจ เพราะหากเศรษฐกิจโลกสะดุด ย่อมส่งผลกระทบต่อการส่งออก การลงทุน และ กำลังซื้อในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม เจ๊เมาธ์ยังเชื่อว่า หุ้นกลุ่มธนาคารจะยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นหลักของตลาดหุ้นไทย ด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และการจ่ายเงินปันผลที่น่าสนใจ เพียงแต่จากนี้ไป นักลงทุนคงต้องเลือกลงทุนเป็นรายธนาคารมากกว่าเหมารวมทั้งกลุ่ม
อย่าลืมว่าในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นนี้ ผู้ชนะอาจไม่ใช่ธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุด แต่คือ ธนาคารที่ปรับตัวได้เร็ว มีความยืดหยุ่น และสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างมีคุณภาพในระยะยาวเท่านั้นเจ้าค่ะ
คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์







