
New Growth Engines : ”เมื่อเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่เริ่มจากการสร้างคน“ จาก Human Capital สู่ Financial Capital
New Growth Engines : ”เมื่อเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่เริ่มจากการสร้างคน“ จาก Human Capital สู่ Financial Capital คอลัมน์ เศรษฐ-สะกิด โดย ดร.เพ็ชร ชินบุตร
ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการแสวงหา New Growth Engine หรือเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โครงสร้างประชากร และการแข่งขันของเศรษฐกิจ
ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานซึ่งเปิดพื้นที่ให้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการไปฟังบรรยายพิเศษของ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในประเด็นเครื่องมือใหม่และเครื่องยนต์ใหม่สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย
และในงานเดียวกันนี้ ที่ผูกเรื่องเข้ามาที่น่าสนใจคือการบรรยายเกี่ยวกับ “การสร้างคน” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ และเป็นเรื่องที่ผมให้ความสำคัญมาตลอดชีวิตการทำงาน ที่จะมีการบรรยายพิเศษโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
สองเรื่องนี้ ผูกโยงมาใน งานเดียวกัน GO Thailand 2027 ของ ฐานเศรษฐกิจ
เพราะไม่ว่าเราจะมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเพียงใด มีเงินลงทุนมหาศาลเท่าไร หรือมีนโยบายเศรษฐกิจที่ดีเพียงใด หากเราไม่สามารถพัฒนาคนให้มีความรู้ ความสามารถ และความพร้อมในการปรับตัว เครื่องยนต์เศรษฐกิจเหล่านั้นก็อาจไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้เต็มศักยภาพ
จากการสร้างคน สู่การสร้างความมั่นคงทางการเงิน
แนวคิดเรื่อง Human Capital Development คือการพัฒนาทุนมนุษย์
ผมเชื่อเสมอว่า การลงทุนในคนเป็นการลงทุนระยะยาวที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของประเทศ เพราะคนที่มีคุณภาพจะสามารถสร้างผลิตภาพ นวัตกรรม และโอกาสใหม่ให้กับเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง
เมื่อผมได้รับโอกาสให้มาทำงานที่กองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. ผมได้เห็นอีกมิติหนึ่งของการพัฒนาคน นั่นคือ การสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับชีวิต ที่เริ่มได้ตั้งแต่ เยาวชน เห็นความเชื่อมโยงระหว่างทุนมนุษย์ (Human Capital) กับทุนทางการเงิน (Financial Capital) อย่างชัดเจนมากขึ้น
คนที่มีความรู้และทักษะสามารถสร้างรายได้ แต่คนที่มีวินัยทางการเงินจะสามารถเปลี่ยนรายได้นั้นให้กลายเป็นความมั่นคงในอนาคต
การสร้างคนให้เก่ง จึงควรเดินคู่กับการสร้างคนให้มีความมั่นคง
นี่คือเหตุผลที่ผมเชื่อว่า การที่จะสามารถเป็นส่วนหนึ่งของ New Growth Engine ของประเทศไทยได้คือการสร้าง วินัยการเงินการคลังส่วนบุคคลให้แข็งแรง
กอช. อาจเป็นหนึ่งเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่เริ่มต้นจากเงินออมเล็ก ๆ
เมื่อพูดถึงเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เรามักนึกถึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยี AI พลังงานสะอาด หรือการลงทุนขนาดใหญ่
แต่ผมอยากชวนมองอีกด้านหนึ่งว่า หากเราสามารถสร้างวินัยการออมให้กับประชาชนหลายล้านคนได้อย่างต่อเนื่อง เรากำลังสร้างทุนระยะยาวและลดความเปราะบางของครัวเรือนไปพร้อมกัน
ลองคิดดูว่า หากคนไทย 10 ล้านคนสามารถออมเงินได้เฉลี่ยเดือนละ 1,000 บาท จะเกิดเงินออมรวมถึง 120,000 ล้านบาทต่อปี
แม้ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างสมมติ ไม่ใช่ประมาณการเงินออมที่จะเข้าสู่ระบบการออม แต่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการออมระดับประชาชน
กอช. จึงมีศักยภาพในการเป็นกลไกสนับสนุนเศรษฐกิจไทยอย่างน้อย 5 มิติ ได้แก่
- Savings Engine สร้างวัฒนธรรมและวินัยการออมของคนไทย
- Capital Formation Engine สนับสนุนการสะสมทุนระยะยาวภายใต้การบริหารเงินลงทุนที่รอบคอบ
- Financial Inclusion Engine เปิดโอกาสให้แรงงานนอกระบบเข้าถึงการออมเพื่อเกษียณ
- Silver Economy Engine สร้างความพร้อมทางการเงินสำหรับสังคมสูงวัย
- Human & Behavioral Transformation Engine พัฒนาความรู้และเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินของประชาชน
สิ่งเหล่านี้อาจไม่ทำให้ GDP เติบโตอย่างก้าวกระโดดในระยะสั้น แต่สามารถช่วยสร้างรากฐานของการเติบโตที่มั่นคงและทั่วถึงในระยะยาว
การจะไปร่วมงาน เวทีที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ คน และอนาคตประเทศไทย
สำหรับผม ในงาน Go Thailand 2027 ในครั้งนี้ความน่าสนใจของงานไม่ได้อยู่เพียงการรับฟังแนวคิดเกี่ยวกับเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
แต่อยู่ที่โอกาสในการเชื่อมโยงคำถามสำคัญสามข้อเข้าด้วยกัน
- ประเทศไทยจะสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่อย่างไร?
- เราจะพัฒนาคนไทยให้พร้อมขับเคลื่อนเครื่องยนต์เหล่านั้นได้อย่างไร?
- เราจะทำให้ผลของการเติบโตทางเศรษฐกิจกลายเป็นความมั่นคงในชีวิตของประชาชนได้อย่างไร?
ผมมองว่าทั้งสามเรื่องนี้ไม่ควรถูกแยกออกจากกัน
เพราะเศรษฐกิจที่เติบโต แต่ประชาชนไม่มีความมั่นคง อาจไม่ใช่การเติบโตที่ยั่งยืน
และขณะเดียวกัน การสร้างคนที่มีความสามารถ โดยไม่มีระบบสนับสนุนให้เขาสะสมความมั่งคั่งและเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต ก็อาจทำให้ศักยภาพของคนเหล่านั้นไม่ถูกแปลงเป็นคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างเต็มที่
Human Capital สร้างความสามารถในการหารายได้ ส่วน Financial Capital ช่วยสร้างความมั่นคงจากรายได้ที่หามาได้
และเมื่อสองสิ่งนี้เดินไปด้วยกัน ประเทศไทยย่อมมีโอกาสสร้างการเติบโตที่เข้มแข็งและทั่วถึงมากขึ้น
ผมตั้งใจที่จะไปฟัง ทั้งสองท่านในงานครั้งนี้ที่เป็นเวทีที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ทั้งสำหรับผู้กำหนดนโยบาย นักเศรษฐศาสตร์ นักบริหาร นักการศึกษา ผู้ประกอบการ และทุกคนที่สนใจอนาคตของประเทศไทย
โดยเฉพาะการได้รับฟังมุมมองของ ดร. เอกนิติ เกี่ยวกับเครื่องมือและเครื่องยนต์ใหม่ทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับมุมมองเรื่องการพัฒนาคน ซึ่งเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนประเทศ ของ ศ. ดร. ยศชนัน
การได้เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อนำแนวคิดที่ได้รับกลับมาต่อยอดการทำงานของทุกองค์กรให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
หากท่านใดมีโอกาส ผมอยากเชิญชวนให้มาร่วมงานและร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ
เพราะอนาคตเศรษฐกิจไทยไม่ใช่เรื่องของนักเศรษฐศาสตร์หรือรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นเรื่องของพวกเราทุกคน
“New Growth Engine อาจเริ่มจากเทคโนโลยีและการลงทุน แต่ Sustainable Growth Engine ต้องเริ่มจากคน และเติบโตไปพร้อมกับความมั่นคงของคน”
จากประสบการณ์ที่เคยทำงานเพื่อสร้างคน และวันนี้มีโอกาสมาทำงานเพื่อสร้างความมั่นคงทางการออม ผมยิ่งเชื่อว่า
“สร้างคนให้มีความสามารถ สร้างการออมให้มีความมั่นคง และสร้างเศรษฐกิจให้มีอนาคต”
“ประเทศไทยอาจกำลังมองหา New Growth Engine จากเทคโนโลยีและการลงทุน แต่เราไม่ควรมองข้ามเครื่องยนต์ที่ทรงพลังอีกเครื่องหนึ่ง นั่นคือการสร้างเงินออม หวังว่าจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้มากขึ้นครับ
แล้วมีโอกาสได้พบกันในงานครับ 11/11 Go Thailand 2027 by ฐานเศรษฐกิจ







