thansettakij
thansettakij
ถอดบทเรียนความสำเร็จจากละตินอเมริกา และข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อความมั่นคงทางอาหารของไทย

ถอดบทเรียนความสำเร็จจากละตินอเมริกา และข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อความมั่นคงทางอาหารของไทย

07 พ.ย. 69 | 11:20 น.
อัปเดตล่าสุด :07 พ.ย. 69 | 11:35 น.

นวัตกรรมนิวเคลียร์พลิกโฉมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ: ถอดบทเรียนความสำเร็จจากละตินอเมริกา และข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อความมั่นคงทางอาหารของไทย โดย นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คอลัมน์ เข็มทิศความปลอดภัยนิวเคลียร์

การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำถือเป็นเสาหลักสำคัญของความมั่นคงทางอาหารทั่วโลก ในภูมิภาคละตินอเมริกา การเพาะเลี้ยง "ปลาเทราต์สายรุ้ง" (Rainbow Trout) ถือเป็นแหล่งรายได้และแหล่งอาหารที่สำคัญยิ่ง แต่เกษตรกรกลับต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากไวรัส Infectious Pancreatic Necrosis Virus (IPNV) ซึ่งเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่อาจทำให้ลูกปลาวัยอ่อนมีอัตราการตายสูงถึงร้อยละ 50-90 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อห่วงโซ่อุปทานและวิถีชีวิตของชุมชน

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

ด้วยเหตุนี้ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ผ่านทางศูนย์ร่วม FAO/IAEA ด้านเทคนิคระดับนิวเคลียร์ในอาหารและการเกษตร จึงได้ริเริ่มโครงการความร่วมมือทางวิชาการ (ภายใต้ข้อตกลง ARCAL) เพื่อถ่ายทอด "เทคนิคทางนิวเคลียร์และเทคนิคที่เกี่ยวข้อง" ให้แก่ผู้เชี่ยวชาญใน 9 ประเทศของละตินอเมริกา เพื่อเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการ "ตั้งรับ" โรคระบาด มาเป็นการ "ป้องกัน" อย่างยั่งยืน

เทคโนโลยีนิวเคลียร์กับการตรวจจับโรคและการปรับปรุงพันธุ์

เทคนิคทางนิวเคลียร์ขั้นสูง เช่น การวิเคราะห์ดีเอ็นเอ การถอดรหัสพันธุกรรม และการวินิจฉัยระดับโมเลกุล ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญใน 2 มิติหลัก:

  1. การตรวจจับโรคตั้งแต่เนิ่นๆ (Early Detection): ห้องปฏิบัติการสามารถตรวจพบเชื้อไวรัส IPNV ได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น ลดความสูญเสียก่อนที่โรคจะลุกลาม
  2. การปรับปรุงสายพันธุ์ให้ต้านทานโรค (Breeding Resilient Fish): นักวิทยาศาสตร์สามารถวิเคราะห์ลักษณะทางพันธุกรรมและระบุเครื่องหมายระดับโมเลกุล (Molecular markers) ที่เชื่อมโยงกับความต้านทานโรค IPNV ได้สำเร็จ

ถอดบทเรียนความสำเร็จจากละตินอเมริกา และข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อความมั่นคงทางอาหารของไทย

Carla Bravo de Rueda เจ้าหน้าที่เทคนิคด้านสุขภาพสัตว์จาก FAO/IAEA ระบุว่า การคัดเลือกสายพันธุ์จากเครื่องหมายทางพันธุกรรมนี้ ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตได้ประมาณร้อยละ 1.2 ต่อรุ่น ซึ่งหมายถึงผลผลิตที่เพิ่มขึ้นถึง 1.2 ตันต่อการผลิตทุกๆ 100 ตัน และเนื่องจากปลาเทราต์โตเต็มวัยในเวลาเพียงไม่กี่ปี ผลกำไรที่ทบต้นในแต่ละรุ่นจึงสร้างความแตกต่างอย่างมหาศาลต่อรายได้ของเกษตรกร โครงการนี้ยังช่วยปรับมาตรฐานการวินิจฉัยโรคระดับภูมิภาค ลดช่องว่างทางเทคโนโลยี และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง

ถอดบทเรียนความสำเร็จจากละตินอเมริกา และข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อความมั่นคงทางอาหารของไทย

มุมมองและข้อเสนอเชิงนโยบายต่อประเทศไทย โดย ปส.

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของโลก (เช่น กุ้งขาว ปลานิล และปลากะพง) แต่ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมของเราก็เผชิญกับภัยคุกคามจากโรคระบาดอุบัติใหม่และเชื้อไวรัสอย่างต่อเนื่อง (เช่น โรค EMS หรือ WSSV ในกุ้ง, โรค TiLV ในปลานิล) สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) เล็งเห็นว่า ความสำเร็จในละตินอเมริกาคือโมเดลต้นแบบที่ประเทศไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงขอเสนอทิศทางเชิงนโยบาย ดังนี้:

ถอดบทเรียนความสำเร็จจากละตินอเมริกา และข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อความมั่นคงทางอาหารของไทย

  • บูรณาการเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อความมั่นคงทางอาหาร (Nuclear for Food Security): ปส. และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ควรสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อประยุกต์ใช้เทคนิคทางนิวเคลียร์และไอโซโทปในการระบุเครื่องหมายทางพันธุกรรม (Molecular markers) สำหรับคัดเลือกสายพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจของไทยให้ต้านทานต่อโรคระบาดเฉพาะถิ่น ซึ่งจะช่วยลดการใช้สารเคมีหรือยาปฏิชีวนะในฟาร์ม
  • ยกระดับความร่วมมือข้ามหน่วยงาน (Cross-agency Collaboration): ปส. พร้อมทำหน้าที่เป็นข้อต่อสำคัญในการประสานความร่วมมือระหว่าง กรมประมง และ IAEA (ศูนย์ร่วม FAO/IAEA) เพื่อดึงการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี การจัดตั้งห้องปฏิบัติการระดับโมเลกุล และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทยให้มีความเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์พันธุศาสตร์สัตว์น้ำ
  • ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางเครือข่ายอาเซียน (ASEAN Regional Hub): รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ในการริเริ่มเครือข่ายห้องปฏิบัติการวินิจฉัยโรคสัตว์น้ำด้วยเทคนิคทางนิวเคลียร์ในภูมิภาคอาเซียน (คล้ายคลึงกับเครือข่าย ARCAL ในละตินอเมริกา) เพื่อสร้างมาตรฐานการตรวจสอบโรคที่เป็นเอกภาพ ป้องกันการแพร่ระบาดข้ามพรมแดน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกอาหารทะเลของภูมิภาคบนเวทีโลก

ถอดบทเรียนความสำเร็จจากละตินอเมริกา และข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อความมั่นคงทางอาหารของไทย

เทคโนโลยีนิวเคลียร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่พลังงาน หรือการแพทย์ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการไขความลับทางพันธุกรรมเพื่อปกป้องวิถีชีวิตเกษตรกร สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติมุ่งมั่นที่จะนำวิทยาศาสตร์ระดับแนวหน้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับระบบอาหารและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ขอบคุณข้อมูลจาก: Karla Molina Diaz และ Melissa Evans, IAEA Department of Technical Cooperation, ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)