thansettakij
thansettakij
GULF กำไรพุ่ง 9,289 ล้าน รุก AI Data Center 138 MW ปักหมุด EEC ศูนย์กลางพลังงานดิจิทัล

GULF กำไรพุ่ง 9,289 ล้าน รุก AI Data Center 138 MW ปักหมุด EEC ศูนย์กลางพลังงานดิจิทัล

GULF โชว์กำไรไตรมาส 3/2569 เติบโต 28% เดินหน้าขยายธุรกิจโรงไฟฟ้า LNG และ Data Center เตรียมเปิดศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ในชลบุรีและระยอง รวมกำลังให้บริการสูงสุด 138.1 MW ภายในปี 2570 จับตาการเชื่อมโยงธุรกิจพลังงานกับโครงสร้างพื้นฐาน AI เมื่อ EEC กำลังกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของ Data Center ไทย ข้อเสนอเปิดโอกาสใช้ LNG Cold Energy ลดต้นทุนระบบทำความเย็นในอนาคต โดย อาจารย์ ดร.เมทังกร เสริมสุข วิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม (CIIM) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เมื่อการเติบโตของ Artificial Intelligence หรือ AI กำลังทำให้ Data Center กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีบทบาทต่อการวางแผนระบบพลังงานในระยะยาว

ในอดีต ธุรกิจโรงไฟฟ้าและธุรกิจ Data Center อาจถูกมองว่าเป็นคนละอุตสาหกรรม โดยบริษัทพลังงานทำหน้าที่ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีลงทุนอาคาร Server และระบบ Cloud Computing

แต่ในยุค AI ความสัมพันธ์ระหว่างสองอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เพราะ Data Center รุ่นใหม่ต้องการกำลังไฟฟ้าหลายสิบถึงหลายร้อยเมกะวัตต์ มีความต้องการพลังงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง และต้องมีระบบทำความเย็นที่สามารถรองรับ GPU ประสิทธิภาพสูงได้

บริษัทพลังงานที่สามารถเชื่อมโยงการผลิตไฟฟ้า การจัดหาก๊าซธรรมชาติ พลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเข้าด้วยกัน จึงอาจมีข้อได้เปรียบในการแข่งขันมากกว่าการดำเนินธุรกิจแต่ละประเภทแยกจากกัน

ล่าสุด บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 9,289 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 52,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% และกำไรจากการดำเนินงาน หรือ Core Profit อยู่ที่ 9,045 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการเติบโตของธุรกิจพลังงานและการลงทุนของบริษัท แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับอนาคตของอุตสาหกรรม Data Center ไทย คือการที่ GULF กำลังขยายธุรกิจดิจิทัลควบคู่กับธุรกิจโรงไฟฟ้าและ LNG

โดยเฉพาะการพัฒนา Data Center แห่งใหม่ในพื้นที่ EEC จังหวัดชลบุรีและระยอง ซึ่งมีกำลังการให้บริการสูงสุดรวม 138.1 เมกะวัตต์ และมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2570

การลงทุนดังกล่าวอาจเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทำให้ EEC เปลี่ยนจากฐานอุตสาหกรรมการผลิตและพลังงาน ไปสู่ศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย

GULF กำไรโต 28% ธุรกิจพลังงานและดิจิทัลหนุนการเติบโต

ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของ GULF ได้รับแรงสนับสนุนจากหลายธุรกิจ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ พลังงานหมุนเวียน ธุรกิจ LNG และส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคม

โรงไฟฟ้ากัลฟ์ ปลวกแดง หรือ GPD ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้า Independent Power Producer (IPP) ภายใต้กลุ่ม IPD มีผลประกอบการดีขึ้นจากปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ที่เพิ่มขึ้น

โดย Load Factor เฉลี่ยเพิ่มจาก 45% ในไตรมาส 3/2568 เป็น 72% ในไตรมาส 3/2569

ขณะเดียวกัน GULF รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าหินกอง หรือ HKP จำนวน 350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% และจากกลุ่ม GJP จำนวน 562 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%

ส่วนโรงไฟฟ้า Jackson Generation ในสหรัฐอเมริกา มีส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงาน 932 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ GULF ยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก AIS จำนวน 4,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลประกอบการรวม

ดังนั้น แม้ธุรกิจ Data Center จะเริ่มมีผลการดำเนินงานดีขึ้น แต่ไม่ควรตีความว่ากำไรสุทธิ 9,289 ล้านบาทของ GULF เกิดจากธุรกิจ Data Center เป็นหลัก เพราะผลประกอบการดังกล่าวยังได้รับแรงหนุนสำคัญจากธุรกิจโรงไฟฟ้าและการลงทุนอื่น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรจับตาคือโครงสร้างธุรกิจของ GULF กำลังมีองค์ประกอบที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม AI มากขึ้น ทั้งด้านไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ พลังงานสะอาด โทรคมนาคม และ Data Center

Jackson Generation ในสหรัฐฯ สะท้อน AI Data Center ดันมูลค่าธุรกิจโรงไฟฟ้า

หนึ่งในตัวเลขที่น่าสนใจที่สุดของผลประกอบการ GULF คือโรงไฟฟ้า Jackson Generation ในสหรัฐอเมริกา

โครงการดังกล่าวได้รับประโยชน์จากค่า Capacity Payment ที่เพิ่มขึ้นในตลาดไฟฟ้า PJM ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center สูงขึ้น

โดยค่า Capacity Payment เฉลี่ยเพิ่มจาก 270 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ในไตรมาส 3/2568 เป็น 329 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ในไตรมาส 3/2569

คิดเป็นการเพิ่มขึ้นประมาณ 21.9%

Capacity Payment เป็นรายได้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดให้มีกำลังผลิตไฟฟ้าพร้อมรองรับความต้องการของระบบ ไม่ใช่รายได้จากการขายพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว

เมื่อความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจาก AI Data Center ความต้องการกำลังผลิตที่มีความพร้อมและเชื่อถือได้ก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

นี่คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนว่า AI Data Center ไม่ได้สร้างโอกาสทางธุรกิจเฉพาะผู้พัฒนา Data Center แต่ยังสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับผู้ผลิตไฟฟ้าได้

สำหรับประเทศไทย ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหาก Data Center ขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นใน EEC ความต้องการกำลังผลิตไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและระบบสำรองก็อาจเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

แต่ประเทศไทยมีโครงสร้างตลาดไฟฟ้าแตกต่างจาก PJM ของสหรัฐอเมริกา จึงไม่สามารถนำการเพิ่มขึ้นของ Capacity Payment ในสหรัฐฯ มาสรุปว่ารายได้ของโรงไฟฟ้าไทยจะเพิ่มขึ้นในลักษณะเดียวกันโดยอัตโนมัติ

สิ่งที่ควรศึกษาเพิ่มเติมคือการออกแบบรูปแบบสัญญาและการจัดสรรต้นทุนระบบไฟฟ้าให้เหมาะสมกับความต้องการของ AI Data Center

GULF พลิกธุรกิจ Data Center ทำกำไร หลัง GSA01 เปิดเต็มรูปแบบ

อีกประเด็นสำคัญคือธุรกิจดิจิทัลภายใต้กลุ่ม Gulf Edge พลิกกลับมาทำกำไรในไตรมาส 3/2569 หลังจากขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ปัจจัยสำคัญมาจากศูนย์ข้อมูล GSA01 ซึ่งเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนมิถุนายน 2569 และมีลูกค้าทยอยเข้ามาใช้บริการเต็มพื้นที่ให้เช่า

การเปลี่ยนจากช่วงลงทุนและเริ่มดำเนินงานไปสู่ช่วงที่มีลูกค้าใช้บริการเพิ่มขึ้น เป็นพัฒนาการสำคัญของธุรกิจ Data Center

เพราะธุรกิจนี้ต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นสูง ทั้งอาคาร ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น ระบบสำรอง และระบบรักษาความปลอดภัย

ต้นทุนจำนวนมากเกิดขึ้นก่อนที่จะมีรายได้จากลูกค้าเต็มกำลัง

ดังนั้นอัตราการใช้พื้นที่และกำลังให้บริการของลูกค้าจึงมีผลต่อความสามารถในการสร้างรายได้และกำไร

อย่างไรก็ตาม การที่ GSA01 มีลูกค้าใช้พื้นที่เต็ม ไม่ได้หมายความว่าระบบ IT Load ทุกส่วนใช้ไฟฟ้าเต็มกำลังตลอดเวลา เพราะการใช้พื้นที่และการใช้กำลังไฟฟ้าจริงเป็นตัวชี้วัดคนละประเภท

ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญต่อการประเมินความต้องการไฟฟ้าของ Data Center และการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

ปักหมุด EEC เปิด Data Center ใหม่ 138.1 MW ในปี 2570

สำหรับแผนการขยายธุรกิจ Data Center ของ GULF ในปี 2570 มีโครงการสำคัญสองแห่งในพื้นที่ EEC

โครงการแรกคือ GSA02 ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี มีกำลังการให้บริการสูงสุด 38.1 MW และมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 2/2570

โครงการที่สองคือ GEDC01 ตั้งอยู่ในจังหวัดระยอง มีกำลังการให้บริการสูงสุด 100 MW และมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 4/2570

เมื่อรวมกันแล้วจะมีกำลังการให้บริการสูงสุด 138.1 MW

การลงทุนดังกล่าวสะท้อนว่าพื้นที่ EEC กำลังได้รับความสนใจในฐานะพื้นที่รองรับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 138.1 MW ที่บริษัทระบุเป็นกำลังการให้บริการสูงสุดของโครงการ โดยข่าวไม่ได้ให้รายละเอียดเพียงพอที่จะยืนยันว่าเป็น IT Load หรือกำลังไฟฟ้ารวมของ Facility

จึงไม่ควรนำตัวเลขดังกล่าวไปคำนวณเป็นความต้องการไฟฟ้าจริงโดยไม่กำหนดสมมติฐานให้ชัดเจน

หากสมมติว่า 138.1 MW เป็น IT Load และ Data Center มีค่า PUE เท่ากับ 1.30 จะมีความต้องการกำลังไฟฟ้ารวมประมาณ 179.5 MW

หากเดินเครื่องเต็มกำลังตลอดปี จะใช้พลังงานไฟฟ้าประมาณ 1.57 TWh ต่อปี

แต่หาก 138.1 MW เป็นกำลังไฟฟ้ารวมของ Facility อยู่แล้ว ก็ไม่ควรนำค่า PUE มาคูณซ้ำ

ดังนั้นการประเมินความต้องการไฟฟ้าของโครงการต้องอาศัยข้อมูลการออกแบบและรูปแบบการให้บริการที่ชัดเจน

ถึงกระนั้น ตัวเลขดังกล่าวก็สะท้อนว่า Data Center ใน EEC กำลังขยายตัวเข้าสู่ระดับที่ต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนระบบไฟฟ้าอย่างจริงจัง

AI Data Center ขนาด 100 MW ต้องการพลังงานมากเพียงใด?

เพื่อให้เห็นภาพขนาดของความต้องการพลังงาน หากพิจารณา AI Data Center ที่มี IT Load 100 MW และ PUE เท่ากับ 1.30 จะมีความต้องการกำลังไฟฟ้ารวม 130 MW

หากเดินเครื่องเต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง จะใช้พลังงานไฟฟ้าประมาณ 3,120 MWh ต่อวัน

หรือประมาณ 1.14 TWh ต่อปี

หากคิดค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 3.60 บาทต่อหน่วย จะมีต้นทุนค่าไฟฟ้าทางทฤษฎีประมาณ 4,100 ล้านบาทต่อปี

ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการคำนวณประกอบ ไม่ใช่ค่าไฟฟ้าจริงของ GEDC01 หรือโครงการใดของ GULF

เพราะการใช้ไฟฟ้าจริงขึ้นอยู่กับอัตราการใช้กำลังประมวลผล การทยอยเข้ามาของลูกค้า ค่า PUE และเงื่อนไขการจัดหาพลังงาน

แต่ตัวเลขนี้สะท้อนว่าค่าไฟฟ้าเป็นหนึ่งในต้นทุนดำเนินงานที่สำคัญที่สุดของ AI Data Center

หากสามารถลดค่า PUE จาก 1.40 เหลือ 1.20 สำหรับ IT Load 100 MW จะช่วยลดความต้องการกำลังไฟฟ้ารวมได้ประมาณ 20 MW

หรือประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 175.2 GWh ต่อปี หากเดินเครื่องเต็มกำลังตลอดปี

คิดเป็นมูลค่าประมาณ 630.7 ล้านบาทต่อปี ที่ค่าไฟฟ้า 3.60 บาทต่อหน่วย

นี่คือเหตุผลว่าทำไมประสิทธิภาพพลังงานจึงมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของ AI Data Center

จุดแข็ง GULF: มีทั้งโรงไฟฟ้า LNG พลังงานสะอาด และ Data Center

สิ่งที่ทำให้โครงสร้างธุรกิจของ GULF น่าสนใจ คือการมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่พลังงานและดิจิทัลหลายส่วนอยู่ในกลุ่มเดียวกัน

ด้านพลังงาน บริษัทมีการลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน

ด้านเชื้อเพลิง บริษัทมีธุรกิจนำเข้า LNG ผ่าน GLNG และ HKH โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีปริมาณนำเข้า LNG รวมประมาณ 3.7 ล้านตัน จากเรือ LNG จำนวน 56 ลำ

ด้านดิจิทัล บริษัทมีธุรกิจ Data Center ภายใต้ Gulf Edge รวมถึงการลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคม

หากพิจารณาในเชิงกลยุทธ์ โครงสร้างธุรกิจดังกล่าวอาจเอื้อต่อการศึกษาโมเดล Integrated Energy and Digital Infrastructure หรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและดิจิทัลแบบบูรณาการ

ตัวอย่างเช่น การจัดหาพลังงานให้ Data Center ผ่านสัญญาระยะยาว การพัฒนาระบบพลังงานหมุนเวียนร่วมกับ BESS หรือการจัดการพลังงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

อย่างไรก็ตาม การมีธุรกิจโรงไฟฟ้า LNG และ Data Center อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าทุกโครงการสามารถเชื่อมต่อกันได้โดยตรง

การจัดหาพลังงานจริงยังต้องพิจารณาสถานที่ตั้ง สิทธิการใช้โครงข่ายไฟฟ้า สัญญาซื้อขายไฟฟ้า กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์

LNG Cold Energy โอกาสใหม่ลดต้นทุน Cooling ของ Data Center ใน EEC

หนึ่งในโอกาสที่น่าสนใจสำหรับการพัฒนา AI Data Center ในพื้นที่ EEC คือการศึกษาการนำความเย็นจาก LNG มาใช้ประโยชน์

โดย LNG ที่นำเข้ามีอุณหภูมิประมาณ −160 องศาเซลเซียส ก่อนเข้าสู่กระบวนการ Regasification เพื่อเปลี่ยนสถานะกลับเป็นก๊าซ

กระบวนการดังกล่าวมีศักยภาพความเย็นที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ หากมีระบบแลกเปลี่ยนความร้อนและโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม

ตัวอย่างเช่น LNG ปริมาณ 1 ล้านตันต่อปี หรือ 1 MTPA หากสมมติว่ามีศักยภาพความเย็นที่นำมาใช้ได้ประมาณ 250 kWh ความร้อนต่อตัน LNG จะเทียบเท่ากำลังความเย็นเฉลี่ยประมาณ 28.5 MW ความร้อน หรือประมาณ 8,100 Refrigeration Tons (RT)

หากนำความเย็นดังกล่าวไปทดแทน Electric Chiller ที่มีอัตราการใช้ไฟฟ้า 0.6–0.8 kW/RT จะเทียบเท่าการลดกำลังไฟฟ้าของ Chiller ประมาณ 4.9–6.5 MW

หากเดินระบบต่อเนื่องตลอดปีและคิดค่าไฟฟ้า 3.60 บาทต่อหน่วย จะมีมูลค่าการทดแทนไฟฟ้าทางทฤษฎีประมาณ 153–204 ล้านบาทต่อปีต่อ LNG 1 MTPA

สำหรับ LNG ปริมาณ 3.7 ล้านตันที่ GULF รายงานว่านำเข้าในช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 หากนำมาคำนวณเป็นศักยภาพความเย็นตามสมมติฐานเดียวกัน จะเทียบเท่าพลังงานความเย็นประมาณ 925 GWh ความร้อน

แต่ต้องเน้นว่าปริมาณ LNG นำเข้าของบริษัทไม่ได้หมายความว่ามีความเย็นจำนวนดังกล่าวพร้อมใช้สำหรับ Data Center ใน EEC

เพราะต้องพิจารณาว่า LNG ถูกนำไปผ่าน Terminal ใด มีปริมาณการ Regasification ในแต่ละช่วงเวลาเท่าใด และมีความเป็นไปได้ในการส่งความเย็นไปยัง Data Center หรือไม่

นอกจากนี้ยังต้องประเมินต้นทุนระบบท่อ ระบบแลกเปลี่ยนความร้อน ปั๊ม ระบบสำรอง และความต่อเนื่องของการเดินระบบ

ดังนั้นการใช้ LNG Cold Energy จึงควรเริ่มจากการศึกษาความเป็นไปได้ทางเทคนิคและเศรษฐศาสตร์ก่อนตัดสินใจลงทุน

หากสามารถพัฒนาได้อย่างเหมาะสม ก็อาจช่วยสร้างความแตกต่างให้กับ Data Center ใน EEC โดยเฉพาะด้านประสิทธิภาพพลังงานและต้นทุนระบบทำความเย็น

พลังงานสะอาด 1,379 MW ช่วยตอบโจทย์ Data Center ได้อย่างไร?

อีกหนึ่งจุดแข็งของ GULF คือการขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน

ในไตรมาส 3/2569 บริษัทมีโครงการ Solar Farm และ Solar Farm ร่วมกับ BESS ที่เปิดดำเนินการแล้วรวม 14 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 1,379 MW

เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีโครงการเปิดดำเนินการแล้ว 5 โครงการ กำลังการผลิตรวม 532 MW

นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดดำเนินการโครงการพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมในช่วงปลายปี 2569 และปี 2570

อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตติดตั้งของพลังงานหมุนเวียนไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบโดยตรงกับความต้องการกำลังไฟฟ้าต่อเนื่องของ Data Center

เพราะ Solar Farm ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง และพลังงานลมมีความผันผวนตามสภาพอากาศ

หาก Data Center ต้องการพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องมีการออกแบบระบบพลังงานที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมการใช้ไฟฟ้าจาก Grid พลังงานหมุนเวียน BESS และแหล่งพลังงานที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง

นอกจากนี้การซื้อใบรับรองพลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable Energy Certificates ไม่ได้หมายความว่า Data Center ได้รับไฟฟ้าคาร์บอนต่ำในทุกชั่วโมงของการใช้งานจริง

ดังนั้นแนวโน้มในอนาคตอาจให้ความสำคัญกับการจัดหาพลังงานสะอาดแบบ 24/7 Carbon-Free Energy มากขึ้น

ผู้ผลิตไฟฟ้าที่สามารถจัดหาและบริหารพลังงานจากหลายแหล่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงอาจมีข้อได้เปรียบในการรองรับลูกค้า Data Center ระดับโลก

Direct PPA และ PDP 2026 อาจเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจไฟฟ้าสำหรับ AI

GULF ระบุว่าบริษัทมองเห็นโอกาสการลงทุนเพิ่มเติมจากร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2026 รวมถึงแนวทาง Direct PPA

ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญต่อการลงทุน AI Data Center เพราะผู้ประกอบการต้องการทั้งไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้

หากประเทศไทยสามารถพัฒนากลไก Direct PPA ที่เหมาะสม ผู้พัฒนา Data Center อาจมีทางเลือกในการทำสัญญาจัดหาพลังงานระยะยาวกับผู้ผลิตไฟฟ้าโดยตรงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม รูปแบบและขอบเขตการซื้อขายไฟฟ้าต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่มีผลใช้บังคับจริง ไม่ควรถือว่าข้อเสนอในร่างนโยบายได้รับอนุมัติและเปิดดำเนินการแล้วทั้งหมด

สำหรับ Data Center ขนาดใหญ่ การมีสัญญาจัดหาพลังงานที่ชัดเจนอาจช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุนและสนับสนุนการตัดสินใจลงทุน

ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลต้องกำหนดหลักเกณฑ์การใช้โครงข่ายไฟฟ้าและการจัดสรรต้นทุนที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ภาระการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของ Data Center ถูกผลักไปยังผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่นอย่างไม่เป็นธรรม

EEC ต้องวางแผนไฟฟ้า น้ำ และ Cooling พร้อมกัน

การขยาย Data Center ในพื้นที่ EEC ไม่ควรพิจารณาเฉพาะความพร้อมของที่ดินหรือการลงทุนอาคาร แต่ต้องวางแผนโครงสร้างพื้นฐานร่วมกันตั้งแต่ต้น

โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า น้ำ และระบบทำความเย็น

หาก Data Center หลายแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ความต้องการกำลังไฟฟ้ารวมอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และต้องมีการขยายสถานีไฟฟ้าหรือสายส่งเพิ่มเติม

ในด้านน้ำ การเลือกเทคโนโลยี Cooling มีผลต่อปริมาณน้ำที่ใช้แตกต่างกันมาก

ตัวอย่างเช่น Data Center ที่มี IT Load 100 MW และค่า Water Usage Effectiveness หรือ WUE เท่ากับ 1.2 ลิตรต่อ kWh หากเดินเครื่องเต็มกำลังตลอดปี จะใช้น้ำประมาณ 1.05 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

หากลด WUE ลงเหลือ 0.3 ลิตรต่อ kWh ปริมาณการใช้น้ำจะลดลงเหลือประมาณ 262,800 ลูกบาศก์เมตรต่อปี

เท่ากับประหยัดน้ำได้ประมาณ 788,400 ลูกบาศก์เมตรต่อปี

ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวอย่างทางวิศวกรรม ไม่ใช่ข้อมูลการใช้น้ำจริงของโครงการ GSA02 หรือ GEDC01

การวางแผนพื้นที่ EEC จึงควรพิจารณาทั้งความต้องการไฟฟ้าและน้ำของ Data Center ในภาพรวม รวมถึงการจัดการผลกระทบต่อชุมชน

เพราะหาก Data Center หลายแห่งพัฒนาโดยไม่มีการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน อาจทำให้เกิดการลงทุนซ้ำซ้อนและเพิ่มต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว

บทสรุป: GULF อาจสะท้อนอนาคตธุรกิจพลังงานไทย เมื่อ AI Data Center กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจ

ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของ GULF ที่มีกำไรสุทธิ 9,289 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% สะท้อนการเติบโตของธุรกิจพลังงานและการลงทุนในหลายอุตสาหกรรม

แต่ประเด็นที่น่าจับตามองในระยะยาวคือการที่บริษัทกำลังขยายธุรกิจ Data Center ควบคู่กับธุรกิจโรงไฟฟ้า LNG และพลังงานหมุนเวียน

โดยเฉพาะโครงการ GSA02 ในจังหวัดชลบุรี และ GEDC01 ในจังหวัดระยอง ซึ่งมีกำลังการให้บริการสูงสุดรวม 138.1 MW และมีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2570

การลงทุนดังกล่าวสะท้อนว่าพื้นที่ EEC กำลังมีบทบาทมากขึ้นในการรองรับการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ AI Data Center จะสร้างความต้องการไฟฟ้าและระบบทำความเย็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องวางแผนโครงสร้างพื้นฐานพลังงานควบคู่กัน

สำหรับประเทศไทย โอกาสสำคัญอาจไม่ได้อยู่เพียงการดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีให้เข้ามาสร้าง Data Center แต่ยังรวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานและระบบสาธารณูปโภคที่สามารถรองรับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเชื่อมโยงโรงไฟฟ้า LNG พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และระบบทำความเย็น อาจช่วยสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ที่เพิ่มมูลค่าให้กับโครงสร้างพื้นฐานที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว

เพราะในยุค AI บริษัทพลังงานที่มีความได้เปรียบอาจไม่ใช่บริษัทที่ผลิตไฟฟ้าได้มากที่สุด แต่คือบริษัทที่สามารถเชื่อมโยงพลังงาน เชื้อเพลิง ระบบทำความเย็น และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ท้ายที่สุด คำถามสำคัญสำหรับประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงว่า

“เราจะดึงดูด AI Data Center เข้ามาลงทุนได้กี่เมกะวัตต์?”

แต่ควรถามว่า

“ประเทศไทยจะเปลี่ยนความพร้อมด้านโรงไฟฟ้า LNG และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานใน EEC ให้กลายเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันดึงดูด AI Data Center ระดับโลกได้อย่างไร?”

หากสามารถตอบคำถามนี้ได้อย่างชัดเจน การเติบโตของ AI Data Center อาจไม่ได้สร้างเพียงรายได้จากธุรกิจศูนย์ข้อมูล แต่ยังสามารถต่อยอดการลงทุนด้านพลังงาน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทยในระยะยาว

แหล่งข้อมูล: รายงานผลประกอบการ GULF ไตรมาส 3/2569 เผยแพร่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ตามข้อมูลข่าวที่ให้มา ตัวเลขผลประกอบการ กำหนดเปิดโครงการ GSA02 และ GEDC01 และแผนธุรกิจอ้างอิงจากข่าว ส่วนการคำนวณด้านไฟฟ้า น้ำ และ LNG Cold Energy รวมถึงข้อเสนอเชิงกลยุทธ์สำหรับ EEC เป็นการวิเคราะห์เพิ่มเติม ไม่ใช่โครงการหรือผลตอบแทนที่ GULF ประกาศยืนยัน