thansettakij
thansettakij
เปลี่ยนวิวัฒนาการของครอบครัว จากอุปสรรคเป็นทุนทางธุรกิจ

เปลี่ยนวิวัฒนาการของครอบครัว จากอุปสรรคเป็นทุนทางธุรกิจ

Family Business Thailand รศ.ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดีคณะวิทยพัฒน์และผู้อำนวยการศูนย์ธุรกิจครอบครัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย [email protected]

ธุรกิจครอบครัวมักเจอกับแรงกดดันสองด้านพร้อมกัน ทั้งจากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจภายนอกที่บีบให้ต้องปรับตัวรับเทคโนโลยีและนวัตกรรม และจากการเปลี่ยนแปลงภายในครอบครัวเอง เช่น การเกิด แก่ เจ็บ ตาย การแต่งงาน และค่านิยมของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้หลายครอบครัวมักเสียเวลาไปกับปัญหาความขัดแย้งภายในจนลืมมองภาพรวมและอนาคตของธุรกิจ

แท้จริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ใช่อุปสรรคเสมอไป แต่อาจเป็นจุดแข็งที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ จริงอยู่ว่าสมาชิกครอบครัวรุ่นใหม่ที่เข้ามาบริหารอาจทำให้การตกลงกันยากขึ้นในตอนแรก แต่นั่นก็แลกมาด้วยพลังงาน ศักยภาพ และแนวคิดใหม่ๆ ที่จะช่วยต่อยอดธุรกิจครอบครัวให้เติบโต ดังนั้น หากองค์กรเข้าใจและดึงศักยภาพตรงนี้ออกมาใช้ จะสามารถรับมือกับ 4 ความท้าทายสำคัญและเปลี่ยนให้เป็นโอกาสได้ดังนี้

1. จากครอบครัวเดี่ยว สู่ครอบครัวขยาย เมื่อธุรกิจเติบโตจนถึงรุ่นที่สองหรือสาม จำนวนสมาชิกจะเพิ่มขึ้นและแบ่งออกเป็นหลายครอบครัวย่อย ความท้าทายคือทำอย่างไรให้ธุรกิจยังคงความเป็นเอกภาพ ไม่ถูกแยกส่วนหรือต่างคนต่างทำไปคนละทิศคนละทาง

โอกาส: ต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรจากการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่คนเดียว เป็นการสร้างระบบกำกับดูแลครอบครัวที่ชัดเจน โปร่งใส เปิดโอกาสให้มีผู้นำหลายคนร่วมกันบริหารพอร์ตธุรกิจและการลงทุน รวมถึงกำหนดกติกาการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

เปลี่ยนวิวัฒนาการของครอบครัว จากอุปสรรคเป็นทุนทางธุรกิจ

2. ช่องว่างระหว่างวัยและโครงสร้างครอบครัวที่ซับซ้อน ปัจจุบันคนเราอายุยืนและมีช่วงเวลาทำงานยาวนานขึ้น ทำให้ธุรกิจมักมีสมาชิกหลายเจเนอเรชันเข้ามาบริหารงานร่วมกัน นอกจากนี้ รูปแบบครอบครัวที่มีการหย่าร้างหรือแต่งงานใหม่ยังทำให้มีสมาชิกหลากหลายขึ้น

โอกาส: ผู้อาวุโสควรลดบทบาทการบริหารงานประจำวันและเปลี่ยนมาเป็นที่ปรึกษา เพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงฝีมือ ขณะเดียวกันครอบครัวต้องกำหนดสิทธิและความรับผิดชอบของสมาชิกแต่ละคนให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่อาจกระทบต่อธุรกิจ

3. พลังของคนรุ่นใหม่ที่เปี่ยมศักยภาพ ทายาทรุ่นใหม่มักได้รับการศึกษาที่ดีและมีวิสัยทัศน์กว้างไกล จึงมีความมุ่งมั่นและไม่ต้องการเป็นเพียงผู้รับผลประโยชน์ที่รอคอยมรดก หรือเป็นแค่พนักงานทั่วไปที่ทำงานตามคำสั่งในบริษัท

โอกาส: ครอบครัวสามารถดึงศักยภาพตรงนี้มาใช้ประโยชน์ได้ โดยการเปิดพื้นที่ในระดับบริหารหรือระดับคณะกรรมการ เพื่อให้ทายาทได้ทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของธุรกิจอย่างมืออาชีพ นอกจากนี้การเปิดใจรับฟังและเปิดโอกาสให้คนทำงานกลุ่มนี้เข้ามามีส่วนร่วมตัดสินใจในเรื่องสำคัญ จะช่วยรักษาคนเก่งเหล่านี้ไว้เป็นกำลังสำคัญของธุรกิจครอบครัวต่อไป

4. การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสังคม ทายาทรุ่นใหม่มักมองไกลกว่าแค่เรื่องผลกำไรทางธุรกิจ โดยมีความตั้งใจที่จะนำทรัพยากรและความมั่งคั่งของครอบครัวไปสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป

โอกาส: ธุรกิจครอบครัวสามารถนำความตั้งใจนี้มาสร้างเป็นเป้าหมายร่วมกัน โดยการนำค่านิยมของครอบครัวไปขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคม หรือกำหนดทิศทางการลงทุนที่เน้นความยั่งยืน จะเป็นกาวใจสำคัญที่ช่วยเชื่อมประสานให้คนรุ่นใหม่เกิดความภาคภูมิใจ และมีแรงบันดาลใจที่จะสานต่อกิจการของครอบครัวต่อไป

จะเห็นได้ว่า การเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงวิวัฒนาการของครอบครัวขยายไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลมากเกินไป แต่คือกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ หากสามารถบริหารจัดการได้ดี รอยต่อเหล่านี้จะเป็นเสมือนแรงดึงดูดให้คนรุ่นใหม่ยังคงรวมพลังกัน และพร้อมที่จะทุ่มเทสร้างอนาคตของธุรกิจครอบครัวต่อไป

                             

อ้างอิง: Jaffe, D. T. (2025, July 7). Turning your family’s evolution from a threat to a resource. Family Business Magazine. https://familybusinessmagazine.com/family-dynamics/turning-your-familys-evolution-from-a-threat-to-a-resource/