
วิธีรับมือกับอดีตผู้นำที่เกษียณไม่เป็น
วิธีรับมือกับอดีตผู้นำที่เกษียณไม่เป็น : Family Business Thailand รศ.ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดีคณะวิทยพัฒน์และผู้อำนวยการศูนย์ธุรกิจครอบครัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย [email protected]
การสืบทอดกิจการถือเป็นความท้าทายสำคัญของธุรกิจครอบครัว หลายบริษัทสามารถบริหารงานจนเติบโตและแข่งขันในตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง แต่กลับต้องมาสะดุดเมื่อถึงเวลาส่งมอบอำนาจบริหาร ซึ่งปัญหาการสืบทอดธุรกิจมักไม่ได้เกิดขึ้นในทันที แต่จะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นหลังจากการแต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่
ไม่ว่าจะเป็นทายาทธุรกิจหรือผู้บริหารมืออาชีพก็ตาม แม้ช่วงแรกของการถ่ายโอนอำนาจจะดูราบรื่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ อดีตผู้นำมักจะเริ่มกลับเข้ามามีบทบาททีละน้อย เช่น ขอเข้าร่วมประชุมสำคัญโดยอ้างว่าแค่ต้องการรับฟังความคืบหน้า
ผลที่ตามมาคือคำสั่งของผู้บริหารคนใหม่มักถูกนำไปตรวจสอบซ้ำกับอดีตผู้นำ ทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจหยุดชะงัก องค์กรไม่สามารถเดินหน้าได้หากพนักงานยังคอยฟังสัญญาณจากบุคคลที่ไม่มีอำนาจบริหารแล้ว และสถานการณ์นี้จะยิ่งตึงเครียดมากขึ้นในธุรกิจครอบครัวที่ขาดระบบการกำกับดูแลกิจการที่ชัดเจน เพราะเมื่อใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวและความเกรงใจมาแทนที่ระบบ การกำหนดขอบเขตการทำงานจึงกลายเป็นเรื่องยาก
การแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยความเด็ดขาด โดยองค์กรต้องระบุตัวผู้มีอำนาจตัดสินใจให้ชัดเจนเพื่อป้องกันภาวะเกษียณแค่ในนาม ผู้นำธุรกิจครอบครัวจึงควรหารือกันอย่างตรงไปตรงมาตั้งแต่เนิ่นๆ โดยวางกรอบการทำงานในประเด็นสำคัญดังนี้
อำนาจหน้าที่และเส้นแบ่งบทบาท
ต้องตกลงกันตั้งแต่วันแรกว่าผู้บริหารคนใหม่มีอำนาจชี้ขาดเรื่องใดบ้าง มีเรื่องใดที่อดีตผู้นำยังคงมีสิทธิตัดสินใจ พร้อมทั้งระบุให้ชัดเจนว่าการเกษียณในทางปฏิบัติหมายถึงอะไร พฤติกรรมใดเข้าข่ายการก้าวก่ายการทำงาน และควรมีกลไกที่เป็นทางการสำหรับจัดการเมื่อเกิดข้อขัดแย้งขึ้น
โครงสร้างและการสื่อสารภายใน
ควรจัดทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อกำหนดบทบาทของอดีตผู้นำ และดึงกรรมการอิสระหรือที่ปรึกษาภายนอกที่ไว้ใจได้มาเป็นคนกลางช่วยไกล่เกลี่ย นอกจากนี้ต้องสื่อสารให้พนักงานทุกคนเข้าใจตรงกันว่าใครคือผู้มีอำนาจสั่งการตัวจริง พร้อมกำหนดมาตรการจัดการที่เด็ดขาดหากพนักงานข้ามสายงานไปรายงานอดีตผู้นำ
การรับมือกับความรู้สึกและการส่งมอบงาน
การก้าวลงจากตำแหน่งย่อมมีผลกระทบทางจิตใจ ซึ่งองค์กรต้องทำความเข้าใจความกังวลของอดีตผู้นำด้วย เช่น ความรู้สึกสูญเสียอำนาจหรือไร้ความหมาย พร้อมกันนั้นต้องเปิดโอกาสให้ผู้บริหารคนใหม่ได้พิสูจน์ฝีมือโดยไม่ถูกจับผิด รวมถึงต้องกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการก้าวลงจากตำแหน่งอย่างสมบูรณ์ และมีตัวชี้วัดความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านด้วย
สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือ การปล่อยให้โครงสร้างอำนาจคลุมเครือ ย่อมบั่นทอนกำลังใจของผู้รับไม้ต่ออย่างมาก เพราะต้องแบกรับความรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวของธุรกิจ แต่กลับไม่มีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจ ซึ่งสภาวะกดดันเช่นนี้อาจทำให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ไม่กล้าฟันธงในเรื่องสำคัญ หรือในอีกมุมหนึ่งอาจก่อให้เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงจนลุกลามเป็นความขัดแย้งที่ร้าวลึกภายในครอบครัวได้
ทางออกของปัญหานี้จึงหนีไม่พ้นคำว่าความไว้วางใจ โดยการสืบทอดกิจการจะสำเร็จได้ ผู้นำรุ่นก่อนต้องกล้าปล่อยมือและเชื่อมั่นว่าธุรกิจจะยังเติบโตได้แม้ไม่มีตนคอยกำกับอยู่เบื้องหลัง ในขณะเดียวกันทายาทก็สมควรได้รับความเชื่อใจให้บริหารงานได้เต็มที่ มีพื้นที่ให้กล้าตัดสินใจ เรียนรู้จากข้อผิดพลาด และสั่งสมประสบการณ์เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำในแบบฉบับของตัวเองเช่นกัน







