thansettakij
thansettakij
เรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ของไม่ถึงมือผู้รับ ฟ้องศาลปกครองได้หรือไม่?

เรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ของไม่ถึงมือผู้รับ ฟ้องศาลปกครองได้หรือไม่?

23 พ.ค. 69 | 23:30 น.

เรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ของไม่ถึงมือผู้รับ ฟ้องศาลปกครองได้หรือไม่? : คอลัมน์อุทาหรณ์จากคดีปกครอง โดย...นายปกครอง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4203

KEY

POINTS

  • กรณีพิพาทระหว่างผู้ใช้บริการกับคนขับรถผ่านแอปพลิเคชัน เป็นข้อพิพาททางแพ่งระหว่างเอกชนกับเอกชน
  • ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่าคนขับรถไม่ใช่ "เจ้าหน้าที่ของรัฐ" และการไม่ส่งสินค้าเป็นการผิดสัญญาจ้างบริการ ไม่ใช่การใช้อำนาจทางปกครอง
  • คดีลักษณะนี้จึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลปกครอง ผู้เสียหายต้องฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรมเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย

ในโลกธุรกิจที่ความเร็วคือหัวใจสำคัญ “การใช้บริการรถยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน” กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการขนส่งสินค้า เพราะช่วยลดเวลาในการจัดการ ทำให้ของหรือสินค้าถึงปลายทางได้อย่างรวดเร็ว

แต่ทว่า ...กรณีสินค้าไม่ถึงมือผู้รับ แถมคนขับหายเข้ากลีบเมฆ จึงเกิดคำถามทางกฎหมายว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มเอกชนเช่นนี้ ประชาชนจะสามารถยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เพื่อให้คนขับชดใช้ค่าเสียหายได้หรือไม่ หรือเรื่องนี้เป็นเพียงความสัมพันธ์ทางแพ่งระหว่างบุคคลต่อบุคคลเท่านั้น ? ตามมาดูคำตอบกันครับ

 

มูลเหตุของคดีเกิดจาก ... นายทองหยอดได้ใช้บริการเรียกรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชันแอปหนึ่ง โดยตกลงไว้ใจให้นำขนมไปส่งลูกค้า แต่กลับเกิดปัญหาโดยคนขับอ้างว่า ลูกค้าของนายทองหยอดไม่ยอมลงมารับสินค้าด้วยตนเอง จึงขับรถยนต์ออกไปพร้อมกับนำขนมไปด้วย ผู้ฟ้องคดีพยายามติดต่อให้นำขนมมาคืน แต่ถูกบ่ายเบี่ยงและอ้างว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มจำนวน 200 บาท บวกค่าบริการตามระยะทางที่ให้ส่งกลับ จากนั้นก็ไม่ได้มีการคืนขนมและไม่ติดต่อกลับมาอีก 

ผู้ฟ้องคดีได้ร้องเรียนไปทางแอปพลิเคชัน แต่ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ เมื่อความไว้ใจโดนเท! ขนมไม่ถึงมือผู้รับ แถมคนขับก็หายไปดื้อๆ จึงตัดสินใจยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครอง โดยฟ้องคนขับรถให้ชดใช้ค่าเสียหาย เป็นค่าขนม 4,000 บาท และค่าเสียเวลาอีก 2,000 บาท 

คดีมีประเด็นที่ศาลต้องพิจารณาว่า ข้อพิพาทดังกล่าว ถือเป็นคดีปกครองที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองหรือไม่?

ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครอง อันเนื่องมาจากการใช้อำนาจทางปกครองตามกฎหมาย หรือเนื่องมาจากการดำเนินกิจการทางปกครองของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเป็นคดีปกครองตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (6) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 

โดยคู่กรณีในคดีปกครองอย่างน้อยฝ่ายหนึ่ง จะต้องเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วนคดีพิพาทที่เกิดขึ้นจากนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายแพ่ง ซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่างเอกชนด้วยกันเองนั้น ศาลปกครองไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาข้อพิพาทดังกล่าวแต่อย่างใด 

เมื่อปรากฏว่าคนขับรถ (ผู้ถูกฟ้องคดี) มิได้เป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง คณะบุคคล หรือผู้ที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานทางปกครอง หรือเป็นบุคคลที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือในกำกับดูแลของหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงมิใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐตามบทนิยามในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ 

ข้อพิพาทที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ จึงเป็นข้อพิพาทระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกัน มิใช่คดีพิพาทระหว่างหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชน ประกอบกับการกระทำของคนขับรถ ที่ไม่ส่งขนมไปให้ลูกค้าของผู้ฟ้องคดีและทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายนั้น มิได้เป็นการกระทำที่มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจทางปกครองตามกฎหมาย 

หรือเนื่องมาจากการดำเนินกิจการทางปกครอง แต่เป็นการปฏิบัติผิดหน้าที่ตามสัญญาจ้างบริการระหว่างผู้ฟ้องคดีกับคนขับรถซึ่งเป็นสัญญาทางแพ่ง มูลเหตุที่ผู้ฟ้องคดีนำมาฟ้องต่อศาลจึงเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากนิติสัมพันธ์ของสัญญาตามกฎหมายแพ่ง มิใช่ข้อพิพาทอันเกี่ยวกับการโต้แย้งสิทธิตามสัญญาทางปกครองแต่อย่างใด 

การฟ้องคดีนี้จึงมิใช่คดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วยกับศาลปกครองชั้นต้นที่มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา (คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 185/2569)

                             เรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ของไม่ถึงมือผู้รับ ฟ้องศาลปกครองได้หรือไม่?

 

สรุปได้ว่า ... ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครองอันเนื่องมาจากการใช้อำนาจทางปกครองตามกฎหมาย หรือเนื่องมาจากการดำเนินกิจการทางปกครองของหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเป็นคดีปกครองตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 9 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ โดยคู่กรณีในคดีปกครองอย่างน้อยฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ 

กรณีการเรียกใช้บริการรถผ่านแอปพลิเคชัน แต่ส่งของไม่ถึงมือผู้รับ เช่นนี้ คนขับรถผ่านแอปพลิเคชันไม่ใช่ “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” เพราะไม่ได้ปฏิบัติงานในหน่วยงานทางปกครอง หรือได้รับมอบอำนาจรัฐ และลักษณะของสัญญารับจ้างขนส่งนี้ ถือเป็นสัญญาจ้างบริการตามกฎหมายแพ่ง อันเป็นข้อพิพาทระหว่างเอกชนด้วยกันเอง 

โดยเป็นการปฏิบัติผิดหน้าที่ตามสัญญาจ้างบริการระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้าง อันเป็นสัญญาทางแพ่ง จึงเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากนิติสัมพันธ์ของสัญญาตามกฎหมายแพ่ง ที่ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง (อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม) ... นั่นเองครับ

(ปรึกษาการฟ้องคดีปกครองได้ที่ “สายด่วนศาลปกครอง 1355” และสามารถศึกษาความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับคดีปกครองได้ที่ “ศูนย์การเรียนรู้ศาลปกครองออนไลน์”) https://aclib.admincourt.go.th/

คอลัมน์อุทาหรณ์จากคดีปกครอง โดย...นายปกครอง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ  4203