
เมื่อกวางสีก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงจีน-อาเซียน (2)
เมื่อกวางสีก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงจีน-อาเซียน (2) : คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4132
KEY
POINTS
- กวางสีเป็นฐานการเกษตรสมัยใหม่ที่สำคัญของจีน โดยเป็นแหล่งผลิตอ้อยและน้ำตาลอันดับหนึ่งของประเทศ และยังเป็นศูนย์กลางการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม รวมถึงการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า
- มณฑลกวางสีเป็นฐานอุตสาหกรรมการผลิตที่สำคัญ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมโลหะ และเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ โดยมีเมืองหลิ่วโจวเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่มียอดขายสูง
- รัฐบาลจีนได้จัดตั้ง "เขตเศรษฐกิจอ่าวเป่ยปู้" เพื่อผลักดันให้กวางสีเป็นฐานธุรกิจ โลจิสติกส์ และศูนย์กลางความร่วมมือระหว่างจีน-อาเซียน โดยมีเมืองสำคัญหลายแห่งทำหน้าที่แตกต่างกันไป
หนึ่งในผลผลิตทางการเกษตรเด่นของกวางสี ก็ได้แก่ อ้อย กวางสียังเป็นแหล่งเพาะปลูกอ้อยที่ใหญ่ที่สุดของจีน ทำให้เป็นฐานการผลิตน้ำตาลที่สำคัญของจีน โดยมีผลผลิตสูงถึงกว่า 60% ของการผลิตทั้งประเทศจนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ถ้วยน้ำตาลของจีน” (China’s Sugar Bowl) ผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ของไทย อย่างมิตรผล ก็เข้าไปตั้งโรงงานผลิตน้ำตาลรายใหญ่สุดของมณฑลแห่งนี้ เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา
อีกผลผลิตหนึ่งที่กวางสี มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมากก็ได้แก่ หม่อนและไหม โดยพื้นที่ย่านนี้ได้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม อันดับ 1 ของจีนในช่วงหลัง ส่วนใหญ่ย้ายฐานมาจากซีกตะวันออกของจีน
พัฒนาการด้านเทคโนโลยีการเกษตรในช่วงหลายปีหลัง ยังทำให้กวางสีพัฒนาเป็น “คลังอาหารและฐานการเกษตรสมัยใหม่” ที่สำคัญของจีน ผ่านการเกษตรดิจิตัลและเกษตรอัจฉริยะ อาทิ การใช้โดรนเพื่อการเกษตร ระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดดินและสภาพอากาศ และระบบชลประทานอัจฉริยะในแปลงเกษตรขนาดใหญ่
นอกเหนือจากน้ำตาลแล้ว ผลผลิตทางการเกษตรเหล่านี้ ยังเปลี่ยนจากการขายเป็นวัตถุดิบสด ไปสู่การแปรรูปที่เพิ่มมูลค่า อาทิ น้ำผลไม้สกัด สมุนไพรสกัด และอาหารแปรรูปอย่าง “หลัวซือเฟิ่น” (Luosifen) หรือ “ก๋วยเตี๋ยวหอยขมหลิ่วโจว” ที่ใช้วัตถุดิบทางการเกษตรท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก อาทิ หน่อไม้ดอง ถั่วฝักยาวดอง และ หอมขม ปัจจุบัน หลัวซือเฟิ่นถูกยกระดับจากอาหารท้องถิ่น กลายเป็นอุตสาหกรรมแปรรูปบรรจุซองมูลค่าแสนล้านหยวน ที่ส่งออกไปทั่วโลก
ในสาขาอุตสาหกรรมการผลิต โดยที่กวางสีมีแหล่งสำรองแร่ดีบุกและแมงกานีส (สังกะสี) ถึงราว 1 ใน 3 ของจีน และอุดมไปด้วยเหล็ก ซัลเฟอร์ ถ่านหิน และเจอร์มาเนียม ทำให้กลายเป็นฐานการผลิตโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก (Nonferrous Metals) ที่สำคัญของจีน
ทั้งนี้ นับแต่ต้นปี 2008 รัฐบาลจีนยังได้อนุมัติการจัดตั้ง “เขตเศรษฐกิจอ่าวเป่ยปู้” (Beibu Gulf Economic Zone) เขตฯ นี้ถูกออกแบบเพื่อเป็นฐานการพัฒนาฐานธุรกิจ ฐานโลจิสติกส์ ฐานการผลิตและแปรรูป และศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลสำหรับความร่วมมือจีน-อาเซียน ซึ่งถือเป็นเขตความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระดับระหว่างประเทศและภูมิภาค แห่งแรกของจีน
เขตฯ ดังกล่าวครอบคลุม 6 หัวเมืองรอบอ่าวเป่ยปู้ ที่มีจุดเด่นและบทบาทแตกต่างกันไป อันได้แก่
หนานหนิง (Nanning) มีบทบาทในการเป็นศูนย์กลางบริหารการเงิน โลจิสติกส์ขั้นสูง และ ความร่วมมือจีน-อาเซียน รวมทั้งเป็นที่ตั้งของพื้นที่การพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีทางตอนใต้ของหนานหนิงที่เป็นฐานการผลิตด้านวิศวกรรมเคมี ชิ้นส่วนยานยนต์ การแปรรูปอลูมิเนียม ยาชีวภาพ และอื่นๆ และเขตการพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคแห่งชาติที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมชีวภาพและยา เครื่องกลไฟฟ้า และวัสดุใหม่
ชินโจว (Qinzhou) มุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมหนักปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์กระดาษ โลจิสติกส์ตู้คอนเทนเนอร์ และนิคมอุตสาหกรรมจีน-มาเลเซีย ซึ่งที่ผ่านมาก็ดึงดูดโครงการลงทุนใหญ่ อาทิ โรงกลั่นน้ำมัน และ สโตราเอนโซ (Stora Enso) กิจการในอุตสาหกรรมป่าไม้และบรรจุภัณฑ์เยื่อกระดาษที่ติดในลิสต์ Fortune 500 จากฟินแลนด์ ที่ได้กระจายการลงทุนออกไปในหลายจุดของเขตฯ ในเวลาต่อมา
เป๋ยไห่ (Beihai) เป็นเมืองท่าเพื่อการท่องเที่ยว ชุมชนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อพัฒนาเป็น “ซิลิคอนวัลเลย์อ่าวเป่ยปู้” (Beibu Gulf Silicon Valley) และอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด
นอกจากนี้ยังมีเขตการแปรรูปเพื่อการส่งออกเป๋ยไห่ (Beihai Export Processing Zone) ที่ตั้งอยู่ติดกับท่าเรือเป๋ยไห่ ทางตอนเหนือของอ่าวเป่ยปู้ และเปิดดำเนินการนับแต่ปลายปี 2003 ทำให้เป็นเขตฯ ในด้านจีนตะวันตกแห่งเดียวที่ติดทะเลและอยู่ใกล้อาเซียนมากที่สุด
ฝางเฉิงกั่ง (Fangchenggang) เมืองท่าขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่สุดของจีนตะวันตก อาทิ เหล็กถ่านหิน และ แร่ธาตุอื่น เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมเหล็กกล้า ชิปการ์ด สารเคมีขั้นสูง และพลังงานสะอาดรวมทั้งเป็นเขตทดลองการแพทย์ระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ โดยที่เมืองนี้ตั้งอยู่ติดชายแดนเวียดนาม ทำให้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญภายใต้ระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศแห่งใหม่ (New International Land-Sea Trade Corridor) ของจีน
ฉงจั่ว (Chongzuo) ฐานการค้าชายแดนผ่านเมืองผิงเสียง(Pingxiang) ที่เป็นด่านรถยนต์ และรถไฟติดกับตอนเหนือของเวียดนามฉงจั่วมีแหล่งสำรองแร่บ็อกไซต์ (Bauxite) คุณภาพสูงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน จึงเป็นฐานการผลิตอลูมิเนียมใหญ่ของจีน
ยี่วหลิน (Yulin) เป็นเมืองที่อุดมไปด้วยสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน และมีจุดเด่นในการเป็นฐานอุตสาหกรรมการแปรรูปการเกษตรและการผลิตอุปกรณ์ นอกจากนี้ยังได้รับสมญานามในหมู่นักท่องเที่ยวว่า เป็น “ขุมทรัพย์ที่ซ่อนเร้นแห่งภูมิภาคหลิงหนาน”
นอกจากนี้ กวางสียังมีเมืองอุตสาหกรรมสำคัญอย่าง หลิ่วโจว(Liuzhou) ที่เต็มไปด้วยโรงงานผลิตเหล็กและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำอย่างอู่วหลิง (Wuling) ที่ร่วมทุนกับ เจเนอรัลมอเตอร์ (General Motor) ของสหรัฐฯ และ เอสเอไอซี (SAIC) รัฐวิสาหกิจยานยนต์ชั้นนำจากเซี่ยงไฮ้
ทำให้หลิ่วโจวเป็นฐานการผลิตรถยนต์รุ่น Wuling Hongguang MINI EV ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสไตล์ “ซิตี้คาร์” ที่มีราคาเข้าถึงง่ายและเคยทำยอดขายอันดับ 1 ในจีน แถมเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทยังออกรุ่นใหม่ที่มีราคาเพียงคันละราว 25,000 หยวน จนทำเอาหลิ่วโจว กลายเป็นเมืองที่มีอัตราการใช้รถยนต์ไฟฟ้าต่อประชากร สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และถูกขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงแห่ง EVขนาดเล็ก”
อันที่จริง อู่วหลิงก็ได้ขยายการลงทุนมาตั้งโรงงานผลิตที่เมืองไทยเมื่อหลายปีก่อน และช่วยตอบโจทย์แก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มอง หา “ความคุ้มค่า” และ “ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”
ภายใต้แผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 15 (2026-2030) ที่ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมผ่านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผมเชื่อมั่นว่ากวางสีจะยังคงเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการผลิตต่อไปอีกมากในอนาคต
อ่านต่อตอนหน้าครับ ...
คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4132







