
สวงอัน ... เมืองแห่งอนาคตของจีน (3)
สวงอัน ... เมืองแห่งอนาคตของจีน (3) : คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4204
KEY
POINTS
- สวงอันลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยมีแพลตฟอร์ม AI ทำหน้าที่เป็น "สมอง" ของเมือง เพื่อรองรับระบบอัตโนมัติในอนาคต
- มุ่งดึงดูดธุรกิจไฮเทคชั้นนำของจีนและต่างชาติ โดยตั้งเป้าให้เศรษฐกิจ 70-80% ขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ วัสดุใหม่ และการบินและอวกาศ
- ถูกวางตำแหน่งให้เป็น "เมืองนำร่อง" สำหรับการทดสอบและเปิดตัวนวัตกรรมแห่งอนาคตของจีน เช่น ระบบ 6G, รถยนต์ไร้คนขับ และการเกษตรแม่นยำ
เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้ให้เกิดเป็นรูปธรรม สวงอันยังลงทุนพัฒนาสวนอุตสาหกรรมอินเตอร์เน็ต สวนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันวิจัย ศูนย์การค้าดิจิตัล ศูนย์ทดสอบบล็อกเชน (Blockchain Test Center) และห้องปฏิบัติการขนส่งดิจิตัล (Digital Transportation Lab) รวมไปถึงการติดตั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีระดับสูงและที่พรั่งพร้อมด้วยนวัตกรรมและระบบที่สร้างสรรค์
นอกจากนี้ เพื่อรองรับความต้องการอัตโนมัติในอนาคต รัฐบาลท้องถิ่นยังลงทุนในแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่มาพร้อมกับปัญญาประดิษฐ์
แพลตฟอร์มนี้ช่วยสนับสนุนศูนย์รวบรวมและประมวลผลอัจฉริยะในชุมชนเมืองที่ทำหน้าที่เสมือน “สมอง” ของเมือง ควบคู่ไปกับแพลตฟอร์ม IoTs แพลตฟอร์มเครือข่ายการติดตามผ่านระบบวิดีโอ และแพลตฟอร์มการสร้างแบบจำลองข้อมูลเมือง (City Information Modeling) ที่ทำหน้าที่เป็นเสมือน “เส้นประสาท” ของมนุษย์
ความก้าวหน้าเหล่านี้ ทําให้สวงอันเป็นโหนดสําคัญในศูนย์กลางนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ย์ และเป็นโซนสาธิตสําหรับกําลังการผลิตที่มีคุณภาพใหม่
ในเชิงพาณิชย์ รัฐบาลสวงอันยังพยายามดึงเอาธุรกิจด้านดิจิตัลชั้นนำทั้งระบบนิเวศเข้ามาลงทุนในพื้นที่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การพัฒนาซอฟท์แวร์ ไอที และ บริการด้านเทคโนโลยี ส่งผลให้เมืองใหม่สวงอันพร้อมพรั่งไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ล้ำสมัยอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน ผมก็สังเกตเห็นการตอบรับอย่างรวดเร็วต่อแนวทางดังกล่าวของธุรกิจเอกชนของจีน ผู้ประกอบการรายใหญ่อย่าง Tencent, Alibaba และ Baidu กระโดดเข้าสู่สนามใหม่เป็นกลุ่มแรกๆ โดยจะนำเอาเทคโนโลยีล้ำสมัยไปสร้างโอกาสทางธุรกิจในพื้นที่ อาทิ รถยนต์ไร้คนขับ ระบบคลาวด์ บล็อกเชน และ บิ๊กดาต้า
โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าว ยังจะช่วยตอบสนองต่อความต้องการของภาคธุรกิจหลายพันรายที่เข้าไปลงทุนจัดตั้งสำนักงานใหญ่/ภูมิภาคของธุรกิจข้ามชาติ และคาดว่าจะมีกิจการจีนและต่างชาติมากมายตามเข้ามาลงทุนในพื้นที่ ธุรกิจไฮเทคเหล่านี้คาดว่าจะมีสัดส่วนราว 70-80% ของขนาดเศรษฐกิจเมืองใหม่สวงอันในอนาคต
อันที่จริงแล้ว สวงอันยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลางให้เป็น “จุดนำร่อง” ในการทดสอบและเปิดตัวนวัตกรรมของจีนเป็นระยะ
ผมจำได้ว่า แต่เดิมที รัฐบาลจีนตั้งใจจะใช้โอกาสที่ปักกิ่งเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2022 ประกาศศักดาในหลายสิ่ง อาทิ “โอลิมปิกสีเขียว” ครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลก และการเปิดให้ชาวต่างชาติได้ใช้เงินหยวนดิจิตัล (Digital Yuan) รวมไปถึงการสัมผัสกับความล้ำสมัยในระยะแรกของเมืองใหม่สวงอันแห่งนี้ แต่เสียดายด้วยวิกฤติโควิด-19 ทำให้แผนงานเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เกิดเป็นรูปธรรมเต็มรูปแบบในวงกว้าง
อย่างไรก็ดี ผมเชื่อมั่นว่า สวงอันจะถูกเลือกเป็นหนึ่งใน “เมืองนำร่อง” ในหลายนวัตกรรมแห่งอนาคต อาทิ การใช้ระบบ 6G ที่จีนวางแผนจะเริ่มใช้ในปี 2030 เมื่อผนวกกับความพร้อมของแพลตฟอร์มดิจิตัลเชิงบูรณาการในอนาคต เราน่าจะเห็นการใช้รถยนต์ไร้คนขับ เครื่องใช้ไฟฟ้าแบบ IoTs การเกษตรแม่นยำ และอื่นๆ อย่างแพร่หลายในพื้นที่
ประการสำคัญ สวงอันยังวางตําแหน่งของตัวเองให้เป็นศูนย์กลางของ 3 อุตสาหกรรมหลัก อันได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ วัสดุใหม่ และการบินและอวกาศเชิงพาณิชย์ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม และอื่นๆ จากข้อมูลทางการพบว่า ณ สิ้นปี 2025 มีบริษัทมากกว่า 200 แห่งได้รวมตัวกันเพื่อพัฒนางานในภาคส่วนเหล่านี้ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ
ครั้นเมื่อสวงอันมีอายุครบ 9 ขวบ สี จิ้นผิง ก็เดินทางไปติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการดังกล่าว ซึ่งนับเป็นการเยือนเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 9 ปี จัดเป็นเมืองขนาดเล็กนอกกรุงปักกิ่ง ที่ผู้นำจีนแวะเวียนไปเยือนมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ เลยทีเดียว
อย่างที่ผมเรียนไปในเบื้องต้นว่า จีนมีระบบการเมืองการปกครองที่เข้มแข็ง ไม่ใช่เพราะความเป็นระบอบสังคมนิยม หรือเป็นคอมมิวนิสต์ แต่เป็นเพราะการออกแบบนโยบายและการดำเนินงานที่กระทำอย่างเป็นระบบ ครอบคลุม และอยู่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมระหว่างรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น และ ประชาชนในพื้นที่ ทำให้ทุกภาคส่วนรับรู้ทิศทางนโยบายใหม่ล่วงหน้าในระดับหนึ่งแล้ว
ครั้นพอกำหนดนโยบายและเป้าหมายใดไว้ รัฐบาลจีนก็จะใส่ทรัพยากร ติดตามงาน และทำทุกวิถีทางเพื่อผลักดันให้บรรลุเป้าหมายร่วมของแต่ละภาคส่วนตามที่ตั้งไว้ ซึ่งเราอาจเห็นได้จากตัวอย่างของหลายนโยบายหลักของจีนในยุคหลัง
ในกรณีของสวงอัน ระบบการวางแผนเมืองใหม่นี้อยู่บนสูตร “1+4+26” โดย 1 หมายถึง แผนแม่บทเดียวที่หวังบรรลุ 38 เป้าหมายเฉพาะทางให้ได้ภายในปี 2035 ซึ่งครอบคลุมเป้าหมายด้านความอัจฉริยะและนวัตกรรม สิ่งแวดล้อมสีเขียว และชีวิตความเป็นอยู่
ขณะที่ 4 หมายถึง แผนพัฒนาโดยรวม 4 ส่วนสำหรับการออกแบบและดำเนินงานก่อสร้างพื้นที่ตามแนวคิด “หนึ่งศูนย์กลาง” ที่มีขนาด 198 ตารางกิโลเมตรที่จะถูกก่อสร้างขึ้นก่อน พร้อมพื้นที่เมืองนวัตกรรมขนาด 38 ตารางกิโลเมตร “ห้าส่วนเสริม” ที่อยู่รายรอบ และ “หลายชุมชน” ซึ่งมีสภาพเป็นเมืองขนาดเล็กและหมู่บ้านที่น่าอยู่
ส่วน 26 หมายถึง แผนเฉพาะทาง 26 ส่วน อาทิ การป้องกันอุทกภัย การตอบสนองต่อภัยพิบัติ พลังงาน และการขนส่งแบบบูรณาการที่มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย รวมทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการขนส่งสาธารณะ จักรยาน และการเดิน
ทั้งนี้ ตลอดเวลาเกือบหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา การพัฒนาของเมืองใหม่สวงอันรุดหน้าอย่างรวดเร็วจนยากจะจินตนาการ ในเชิงเศรษฐกิจ จีดีพีของสวงอันเติบโตเฉลี่ย 17.1% ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยของจีนราว 3 เท่าตัว พร้อมกับมูลค่าการลงทุนในพื้นที่รวมมากกว่า 1 ล้านล้านหยวน
ขณะที่ขนาดพื้นที่การพัฒนาขยายไปแตะ 215 ตารางกิโลเมตร เดินหน้าเปลี่ยน “ทุ่งนา” เป็นต้นแบบของ “เมืองอัจฉริยะ” ที่สุดล้ำ โดยมีจำนวนอาคารผุดขึ้นแล้วเกือบ 5,350 หลัง พร้อมกับความฝันที่จะก้าวขึ้นเป็น “เมืองแห่งอนาคต”
ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลจีนยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมภายในเมือง ควบคู่ไปกับการเชื่อมโยงระหว่างสวงอันเข้ากับหัวเมืองข้างเคียงอื่น ด้วยทำเลที่ตั้งและโครงข่าย/ระบบการขนส่งที่ทันสมัยดังกล่าว ผู้คนสามารถเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงระหว่างสวงอัน-สนามบินต้าชิงโดยใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีเท่านั้น
สิ่งนี้อาจทำให้ผู้อ่านหลายท่านนึกเปรียบเทียบกับการใช้ชีวิตยามเช้าใน กทม. ที่ด้วยระยะเวลาดังกล่าว เรายังอาจขับรถไม่พ้นซอยในบ้าน หรือยังยืนรอรถเมล์ประจำทางคันถัดไปอยู่เลย!
ติดตามต่อว่าสวงอันจะเป็นเช่นไปในปี 2035 และหลังจากนั้นในตอนหน้าครับ ...
คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4204
เกี่ยวกับผู้เขียน : ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน, อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับตลาดจีน มุ่งหวังนำข้อมูลและมุมมอง ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ การตลาดและอื่น ๆ ที่อยู่ในกระแสของจีนมาแลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน เพื่อเราจะไม่ตกขบวน “รถไฟความเร็วสูง” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน






