thansettakij
thansettakij
สวงอัน...เมืองแห่งอนาคตของจีน (จบ)

สวงอัน...เมืองแห่งอนาคตของจีน (จบ)

03 มิ.ย. 69 | 08:10 น.
อัปเดตล่าสุด :03 มิ.ย. 69 | 08:26 น.

สวงอัน...เมืองแห่งอนาคตของจีน (จบ) : คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4206

KEY

POINTS

  • สวงอันถูกวางให้เป็น "เมืองแห่งอนาคต" ที่บูรณาการแนวคิดเมืองอัจฉริยะ เมืองนวัตกรรม และ เมืองสีเขียว ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกัน
  • มุ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านการสร้างพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ การใช้พลังงานสะอาด และการเป็นฐานเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไฮเทค เช่น การบินและอวกาศ ปัญญาประดิษฐ์ และ หุ่นยนต์
  • ตั้งเป้าเป็นต้นแบบการพัฒนาเมืองคุณภาพสูงของจีน ภายในปี 2035 เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มเมือง "จิงจินจี้"

หลังปี 2035 เมืองใหม่สวงอันแห่งนี้จะมีหน้าตาเป็นเช่นไร ...

ตลอดเวลาหลายสิบปีที่จีนพยายามศึกษา แก้ไขปัญหาเมืองน้อยใหญ่ และพัฒนาความเป็น “เมืองน่าอยู่” ในหลากหลายโมเดล อาทิ “เมืองนวัตกรรม” (Innovation City) “เมืองอัจฉริยะ” (Smart City) “เมืองสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” (Green Eco-City) และ “เมืองฟองน้ำ” (Sponge City) 

แต่ดูเหมือน สวงอัน จะเป็น “ยิ่งกว่า” ทุกสิ่งที่จีนเคยทำมาในอดีต โดยพยายามบูรณาการเอาจุดเด่นของแต่ละโมเดลการพัฒนาเมือง ทั้งความเป็นอัจฉริยะ นวัตกรรม ความยั่งยืน และอื่นๆ เข้าไว้อย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อมุ่งหวังให้เป็น “เมืองแห่งอนาคต” (City of the Future) อย่างแท้จริง 

 

ลองคิดดูว่า ภายใต้ความพยายามในการพัฒนาเมืองใหม่แห่งนี้ รัฐบาลท้องถิ่นลงทุนจัดระเบียบด้านมลพิษกับกิจการที่เกี่ยวข้องและก่อสร้างโรงงานและระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ ส่งผลให้คุณภาพน้ำในทะเลสาบในช่วงราว 4 ทศวรรษที่ผ่านมาดีขึ้นโดยลำดับ จากระดับ 5 (คุณภาพย่ำแย่) มาอยู่ในระดับ 3 (คุณภาพดี) ในปัจจุบัน

สวงอันยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่สีเขียวทั่วเมือง นอกจากโครงข่ายพื้นที่สีเขียวที่เกริ่นไปก่อนหน้านี้แล้ว รัฐบาลท้องถิ่นยังเดินหน้าปลูกป่าขนาดใหญ่ในเมือง อาทิ โครงการ “ป่าไม้พันปี” (Millennium Forest) ที่ปลูกป่าบนพื้นที่ขนาดกว่า 125,000 ไร่!!!

ขณะเดียวกัน สวงอันได้เพิ่มบทบาทนำในการลดพลังงานฟอสซิลและหันไปใช้พลังงานสีเขียว เพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่คนในพื้นที่ในช่วงฤดูหนาว ผ่านการดำเนินโครงการปรับเปลี่ยน “ถ่านหินสู่ไฟฟ้า” และ “ถ่านหินสู่ก๊าซ” กันอย่างขนานใหญ่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

การลดการปล่อยคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ และการสร้างพื้นที่ผลิตออกซิเจน ไม่เพียงทำให้สวงอันมีแหล่ง “ฟอกปอด” ขนาดใหญ่ในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังทำให้ปักกิ่งและเมืองใกล้เคียงมีป่าไม้ใหญ่เสมือนเป็น “ออกซิเจนบาร์” ในพื้นที่หลังบ้านอีกด้วย เท่านั้นไม่พอ แหล่งผลิตอ๊อกซิเจนจากพื้นที่สีเขียวเหล่านี้อาจกลายเป็น “แหล่งทำเงิน” ของสวงอันจากแนวทางการลดโลกร้อนในอนาคต

หรือแม้กระทั่ง การใส่ใจกับการลงทุนก่อสร้างท่าเรือ ปรับปรุงภูมิทัศน์ และลดพื้นที่ตกปลาในทะเลสาบในบริเวณตอนกลางของเมือง ส่งผลให้ทะเลสาบขนาด 17x17 ตารางกิโลเมตรแห่งนี้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนและท่องเที่ยวทางน้ำหลัก รวมทั้งแหล่งประกอบอาชีพประมง ร้านอาหารและแหล่งช้อปปิ้ง

การก่อสร้างที่รุดหน้าไปอย่างต่อเนื่องทำให้เกิด “คุณภาพสวงอัน” (Xiong’an Quality) ควบคู่ไปกับการรักษาท้องฟ้าสีคราม ท้องทุ่งที่เขียวชุ่ม และน้ำที่ใสสะอาดเอาไว้ได้ และด้วยค่าครองชีพที่ต่ำ ความสะดวก และการอุดหนุนจากภาครัฐ อาทิ 1,000 หยวนต่อเยาวชนที่มีความสามารถและได้รับบัตร Xiong'an Talent Card ก็ทำให้มาตรฐานการครองชีพของสวงอันจัดว่าดีเยี่ยมในปัจจุบัน

ณ สิ้นปี 2025 ประชากรถาวรของสวงอัน แตะระดับ 1.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึงราว 200,000 คน จากเมื่อ 5 ปีก่อน ประการสำคัญ คนเหล่านี้ต่างเชื่อมั่นว่า พวกเขามีอนาคตที่สดใสรออยู่

นอกจากนี้ สวงอันยังคาดว่า จะบรรลุเป้าหมายของตัวชี้วัดระหว่างประเทศของเมือง ที่มีความก้าวล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม และกลายเป็นต้นแบบในการพัฒนาเมืองใหม่ที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูงของจีนในอนาคต เรากำลังพูดถึงเมืองที่ปราศจาก “สิ่งที่รกหูรกตา” และเต็มไปด้วย “สิ่งที่ดีต่อสุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ของผู้คนในเมือง 

เมื่อเห็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการพัฒนาแล้ว หลายคนอาจกังวลใจกับ ประเด็น “ความต่อเนื่อง” ในการดำเนินโครงการ 

แต่ผมกลับไม่กังวลใจเลย เพราะรัฐบาลจีนไม่เพียงนำเอาแผนการพัฒนากลุ่มเมือง “จิงจินจี้” ในบริเวณพื้นที่คอไก่ของจีน ซึ่งครอบคลุมถึงเมืองใหม่สวงอัน บรรจุไว้ในแผนฯ 14 (2021-25) เท่านั้น แต่ยังใส่ไว้ในแนวทางการพัฒนาในระยะยาวปี 2035 หรือสิ้นสุดแผนฯ 16 (2031-2035) อีกด้วย ผมจึงมั่นใจว่า การพัฒนาเมืองใหม่แห่งนี้จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องพร้อมกับกลุ่มเมือง “จิงจินจี้”

และหากการพัฒนาดำเนินไปตามเป้าหมายและแผนงานที่กำหนดไว้ ผมก็ประเมินว่า ภายในปี 2035 ความเป็นเมืองแห่งอนาคตของสวงอันจะ “เบ่งบาน” ไม่เพียงในด้านการรองรับการกระจายธุรกิจบริการจากปักกิ่ง และเป็นองค์ประกอบหลักของกลุ่มเมือง “จิงจินจี้” ตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายพื้นฐาน แต่ยังฉายแววการเป็น “ต้นแบบ” ของเมืองน่าอยู่ในหลายด้านในระดับภูมิภาคไปพร้อมกัน

แล้วหลังปี 2035 เมืองใหม่สวงอันจะเป็นเช่นไร สำหรับผมแล้ว ในระหว่างปี 2036-2050 สวงอันจะ “ผลิดอกออกผล” ในวงกว้างอย่างชัดเจน 

สวงอันยังจะกลายเป็นฐานเศรษฐกิจที่ “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ได้แก่ การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อุตสาหกรรมนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนา ฟินเทค และทรัพยากรมนุษย์ ผ่านยาชีวภาพ วัสดุใหม่ และอุปกรณ์ด้านที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนโครงการสวนวิทยาศาสตร์จงกวนชุน (Zhongguancun) ในพื้นที่

ความก้าวกระโดดของขั้นตอนแนวคิดไปสู่ผลิตภัณฑ์ไฮเทคที่จับต้องได้มีอยู่มากมาย ยกตัวอย่างเช่น Land-Space HongQing (Xiong'an) Space Technology Co ก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปี 2025 แต่เพียงไม่ถึงขวบปีจากที่เริ่มการจดทะเบียนนิติบุคคล การก่อสร้าง และการผลิตก็เกิดเป็นรูปธรรม

การจัดการและการวิจัยและพัฒนาที่กรุงปักกิ่งที่ประสานเข้ากับ “การผลิตนำร่อง” ด้วยแขนกลที่เคลื่อนไหวอย่างแม่นยำที่สวงอัน “Xiong’an No. 1” ได้กลายเป็นดาวเทียมดวงแรกที่ออกจากสายการผลิตในโรงงานประกอบอัจฉริยะ เมื่อเดือนตุลาคม 2025 นี่นับเป็นตัวอย่างที่ดีของ “ความเร็วของจีน” (China Speed) ที่เกิดขึ้นจากการบูรณาการของปักกิ่งและเมืองใหม่แห่งนี้

ขณะเดียวกัน สิ่งนี้นับเป็นก้าวย่างสำคัญในด้านการนวัตกรรมการผลิตและอวกาศอัจฉริยะ และยังสะท้อนถึงความสามารถในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ ต้นน้ำ ถึง ปลายน้ำ และความเข้าใจในความต้องการของผู้ประกอบการ รวมทั้งกำลังสร้างสถานะของเมืองอย่างรวดเร็ว ในฐานะศูนย์กลางการพัฒนาการบินและอวกาศเชิงพาณิชย์ที่ล้ำสมัยอีดด้วย

นอกจากนี้ คลัสเตอร์อุตสาหกรรมไฮเอนด์อื่น อาทิ หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ ยานยนต์อัจฉริยะ พลังงานใหม่ และวัสดุใหม่ ก็ได้รับการบ่มเพาะและต่อยอดอย่างต่อเนื่อง ด้วยสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการคิดค้นด้านนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 

การกระชับความร่วมมือดังกล่าวได้รับการบูรณาการเข้ากับศูนย์นวัตกรรมนานาชาติ ณ กรุงปักกิ่ง และดำเนินไปอย่างกว้างขวางในพื้นที่ “จิงจิ้นจี้” และลึกซึ้ง

ผมกำลังบอกว่า เมืองใหม่สวงอันไม่เพียงจะทำให้ผู้คนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ จากการพัฒนาเป็นฐานการผลิตล้ำสมัยที่ปลอดมลพิษแล้ว แต่ยังจะเต็มไปด้วยความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้ชีวิต รวมทั้งยังจะมีสุขภาพที่ดีและเปี่ยมด้วยความสุขอีกด้วย

ลองจินตนาการดูว่า ผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ใน กทม. และปริมณฑลจะมีความสุขขนาดไหน หากจังหวัดรายรอบ กทม. เปลี่ยนจากการมุ่งหวัง “ผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ” จากฐานการผลิตแบบดั้งเดิมและยานยนต์ระบบสันดาปที่ปล่อยมลพิษทุกรูปแบบ ไปสู่การเป็นแหล่งรองรับบริการและโรงงานผลิตสินค้าที่ “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” รวมทั้งมีพื้นที่สีเขียวคิดเป็นครึ่งหนึ่งของแต่ละจังหวัด

เหล่านี้อาจส่งผลให้สวงอันกลายเป็น “ต้นแบบ” การพัฒนาเมืองที่มีมาตรฐานและคุณภาพสูงในจีนต่อไป และอาจกลายเป็น “สถานที่ดูงาน” ที่โลกต้องหันมาศึกษากันขนานใหญ่ในอนาคต 

อีกไม่ถึงขวบปี สวงอันก็จะมีโอกาสฉลองครบรอบหนึ่งทศวรรษของการเป็น “เขตเมืองใหม่” เราคงได้ตามไปส่องกันเพิ่มเติมว่าจะมีความเป็น “เมืองแห่งอนาคต” อย่างที่วาดฝันไว้มากน้อยขนาดไหน ...

คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4206 

เกี่ยวกับผู้เขียน : ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน, อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับตลาดจีน มุ่งหวังนำข้อมูลและมุมมอง ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ การตลาดและอื่น ๆ  ที่อยู่ในกระแสของจีนมาแลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน เพื่อเราจะไม่ตกขบวน “รถไฟความเร็วสูง” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน