
Leadership Warrior@ไร่ใจยิ้ม (2)
รอยยิ้มในการเดินทางเป็นองค์กรประกอบที่สำคัญในการสร้างความแตกต่างระหว่างผู้นำที่บรรจงสร้างความละเมียดละไมในการสะกิดต่อมสุขใจของตนเองและทีมงานสู่เป้าหมายของความสำเร็จกับผู้นำที่มุ่งมั่นสร้างความเร็วไปสู่เป้าหมายโดยไม่แคร์วุฒิภาวะทางอารมณ์และความเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างทางสู่ยอดของความสำเร็จ ผู้นำที่มุ่งเน้นแต่ความสำเร็จมักจะได้ Quick Win ในระยะสั้นแต่จะไม่สามารถซื้อใจและสร้างบารมีในระยะยาวได้
ผู้เขียนมีโอกาสจัดโครงการ Leadership Warrior @ ไร่ใจยิ้มเพื่อเตรียมความพร้อมในการสร้าง Maturity Fitness หรือวุฒิภาวะของผู้นำทั้งด้านอารมณ์ ด้านปัญญาและความแข็งแกร่งของร่างกายโดยใช้ผาวัดใจ ที่ไร่ใจยิ้มเป็นเส้นทางผจญภัย ในการสร้างวุฒิภาวะของผู้นำสำหรับบันได 5 ขั้นในการสร้างผู้นำซึ่งได้กล่าวไปในบทความตอนที่แล้วถึง 2 ขั้นแรกนั้นก็คือ ขั้นที่ 1 คือรู้จักศักยภาพพื้นฐานของความแข็งแกร่งในตัวเอง กับขั้นที่ 2 คือการกำหนดพิมพ์เขียวกลยุทธ์และความเร็วของการเดินทาง
เมื่อเราตระหนักถึงขีดความพร้อมของศักยภาพและวางพิมพ์เขียวของความสำเร็จ เราจำเป็นที่จะต้องสร้างบันไดอีก 3 ขั้นก็คือ
3.ความสามารถในสร้างรอยยิ้มในกระบวนการเดินทางกระบวนการสร้างรอยยิ้มและความสุขในการเดินทางนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเอาข้อมูลของความแข็งแกร่งของร่างกายภาพของพิมพ์เขียว มาประมวลเพื่อสร้างความสมดุลในการใส่ inputของต่อมสุขใจ ความสนุก ความท้าทาย การเรียนรู้ซึ่งเป็นพลังบวกเข้ามาในกระบวนการเดินทาง ในขณะเดียวกันเราก็จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงสารพิษทางอารมณ์ ทางความคิดและทางร่างกายที่ขับออกมาตลอดเวลาการเดินทางเช่นกัน
ถ้าเราสามารถสร้างพลังงานบวกได้มากกว่าการสร้างสารพิษที่เกิดขึ้น เราก็สามารถที่จะสร้างรอยยิ้มและมีบัญชีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ ในเส้นทางเดินของเรา ในการเดินทางไปสู่ความสำเร็จในชีวิตการทำงานถ้าผู้นำสามารถสะกิดต่อมสุขใจของตัวเองและทีมงานให้เกิดพลังบวกมากกว่าสะกิดให้เกิดพลังลบ การสร้างความสุขสู่ความสำเร็จก็เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย
ผู้นำที่สร้างความละเมียดละไมในการเดินทางมักจะรู้ขีดจำกัดหรือ Threshold ของพลังบวกและพลังลบที่เกิดขึ้นในตนเองและทีมงานที่เดินทางไปด้วย ผู้เขียนได้สังเกตถึงพฤติกรรมของผู้นำและทีมงานที่สร้างรอยยิ้มในระหว่างทางที่เกิดขึ้น เมื่อผู้นำสามารถกระตุ้นต่อมสุขใจให้ทำงาน ความท้าทายของความชันและความสูงของภูเขาในแต่ละช่วงแทนที่จะเป็นอุปสรรคกลับกลายเป็นความสนุกในการสร้างกิจกรรมสร้างสรรค์ให้การเดินทางเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม
ในขณะเดียวกันผู้นำที่มุ่งเน้นความเร็วโดยไม่รู้ขีดจำกัดของทีมในการบริหารจัดการสารพิษทางอารมณ์และร่างกาย จะมีอารมณ์ขุ่นมัว เหนื่อยล้าและเกิดความเครียดและความขัดแย้งในทีมตลอดเส้นทางยิ่งพลังลบเกิดขึ้นมากเท่าไหร่สารอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาจะทำให้หัวใจเราเต้นแรง เกิดการขับมลพิษของสารพิษที่เกิดขึ้นจากพลังลบมากขึ้นทำให้เกิดอาการที่นักกีฬาเรียกว่า Hit the wall หรือวิ่งชนกำแพงได้อย่างรวดเร็ว บางคนเป็นตะคริวและเกิดความท้อแท้ หายใจไม่ทัน ยิ่งมีความเครียดและความเร็วที่เกินขีดจำกัด อาการ Burn Outก็เกิดขึ้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว
4.ก็คือ Win Small แต่ Win often ในแต่ละก้าวที่เดินขึ้นตลอดระยะทางของความสูงชัน เรามีสติในการสร้างชัยชนะในแต่ละก้าวโดยไม่ต้องคำนึงถึงความกลัวในความสูง อุปสรรคและระยะทางอันยาวไกลที่เหลืออยู่ เราก็จะสั่งสมชัยชนะซึ่งเปรียบเสมือนหยดนํ้าที่พอมารวมกันจะสามารถกลายเป็นพลังของสายนํ้าที่ยิ่งใหญ่
เมื่อใจเราผ่อนคลายเกิดความสงบนิ่งสารเอ็นโดร์ฟินจะหลั่งออกมาทำให้เกิดการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อซึ่งแม้เราจะละเมียดละไมเดินในแต่ละก้าว
5.ชื่นชมความสำเร็จเพื่อยกระดับความเชื่อมั่นหลายครั้งเราไม่เคยหยุดชื่นชมชัยชนะในทุกย่างก้าวของการเดินทาง เรามักจะไปใจจดใจจ่อต่อเป้าหมายเพียงอย่างเดียวในบางครั้งเมื่อไม่ได้ก้าวสู่จุดสูงสุดก็รู้สึกแย่กับชีวิตโดยลืมมองไปว่าเรามาไกลแค่ไหนแล้วในการเดินทาง
การชื่นชมและ Celebrate ความสำเร็จในทุกเส้นทางที่เราก้าวเดินมาเป็นเสมือนการเติมพลังบวกและเพิ่มความเชื่อมั่นในความสามารถที่เราเดินทางมาถึงจุดนั้น หมั่นชื่นชมและเก็บสะสมบัญชีของความสำเร็จแทนที่จะเป็นบัญชีแห่งความล้มเหลว จะทำให้เราสร้างศรัทธาในตัวเองเพิ่มขึ้นและจะเป็นเสมือนลมส่งท้ายที่ผลักดันให้เรามีความเชื่อมั่นและมีวุฒิภาวะในตัวเองสูงขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,164 วันที่ 9 - 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559
ผู้เขียนมีโอกาสจัดโครงการ Leadership Warrior @ ไร่ใจยิ้มเพื่อเตรียมความพร้อมในการสร้าง Maturity Fitness หรือวุฒิภาวะของผู้นำทั้งด้านอารมณ์ ด้านปัญญาและความแข็งแกร่งของร่างกายโดยใช้ผาวัดใจ ที่ไร่ใจยิ้มเป็นเส้นทางผจญภัย ในการสร้างวุฒิภาวะของผู้นำสำหรับบันได 5 ขั้นในการสร้างผู้นำซึ่งได้กล่าวไปในบทความตอนที่แล้วถึง 2 ขั้นแรกนั้นก็คือ ขั้นที่ 1 คือรู้จักศักยภาพพื้นฐานของความแข็งแกร่งในตัวเอง กับขั้นที่ 2 คือการกำหนดพิมพ์เขียวกลยุทธ์และความเร็วของการเดินทาง
เมื่อเราตระหนักถึงขีดความพร้อมของศักยภาพและวางพิมพ์เขียวของความสำเร็จ เราจำเป็นที่จะต้องสร้างบันไดอีก 3 ขั้นก็คือ
3.ความสามารถในสร้างรอยยิ้มในกระบวนการเดินทางกระบวนการสร้างรอยยิ้มและความสุขในการเดินทางนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเอาข้อมูลของความแข็งแกร่งของร่างกายภาพของพิมพ์เขียว มาประมวลเพื่อสร้างความสมดุลในการใส่ inputของต่อมสุขใจ ความสนุก ความท้าทาย การเรียนรู้ซึ่งเป็นพลังบวกเข้ามาในกระบวนการเดินทาง ในขณะเดียวกันเราก็จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงสารพิษทางอารมณ์ ทางความคิดและทางร่างกายที่ขับออกมาตลอดเวลาการเดินทางเช่นกัน
ถ้าเราสามารถสร้างพลังงานบวกได้มากกว่าการสร้างสารพิษที่เกิดขึ้น เราก็สามารถที่จะสร้างรอยยิ้มและมีบัญชีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ ในเส้นทางเดินของเรา ในการเดินทางไปสู่ความสำเร็จในชีวิตการทำงานถ้าผู้นำสามารถสะกิดต่อมสุขใจของตัวเองและทีมงานให้เกิดพลังบวกมากกว่าสะกิดให้เกิดพลังลบ การสร้างความสุขสู่ความสำเร็จก็เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย
ผู้นำที่สร้างความละเมียดละไมในการเดินทางมักจะรู้ขีดจำกัดหรือ Threshold ของพลังบวกและพลังลบที่เกิดขึ้นในตนเองและทีมงานที่เดินทางไปด้วย ผู้เขียนได้สังเกตถึงพฤติกรรมของผู้นำและทีมงานที่สร้างรอยยิ้มในระหว่างทางที่เกิดขึ้น เมื่อผู้นำสามารถกระตุ้นต่อมสุขใจให้ทำงาน ความท้าทายของความชันและความสูงของภูเขาในแต่ละช่วงแทนที่จะเป็นอุปสรรคกลับกลายเป็นความสนุกในการสร้างกิจกรรมสร้างสรรค์ให้การเดินทางเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม
ในขณะเดียวกันผู้นำที่มุ่งเน้นความเร็วโดยไม่รู้ขีดจำกัดของทีมในการบริหารจัดการสารพิษทางอารมณ์และร่างกาย จะมีอารมณ์ขุ่นมัว เหนื่อยล้าและเกิดความเครียดและความขัดแย้งในทีมตลอดเส้นทางยิ่งพลังลบเกิดขึ้นมากเท่าไหร่สารอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาจะทำให้หัวใจเราเต้นแรง เกิดการขับมลพิษของสารพิษที่เกิดขึ้นจากพลังลบมากขึ้นทำให้เกิดอาการที่นักกีฬาเรียกว่า Hit the wall หรือวิ่งชนกำแพงได้อย่างรวดเร็ว บางคนเป็นตะคริวและเกิดความท้อแท้ หายใจไม่ทัน ยิ่งมีความเครียดและความเร็วที่เกินขีดจำกัด อาการ Burn Outก็เกิดขึ้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว
4.ก็คือ Win Small แต่ Win often ในแต่ละก้าวที่เดินขึ้นตลอดระยะทางของความสูงชัน เรามีสติในการสร้างชัยชนะในแต่ละก้าวโดยไม่ต้องคำนึงถึงความกลัวในความสูง อุปสรรคและระยะทางอันยาวไกลที่เหลืออยู่ เราก็จะสั่งสมชัยชนะซึ่งเปรียบเสมือนหยดนํ้าที่พอมารวมกันจะสามารถกลายเป็นพลังของสายนํ้าที่ยิ่งใหญ่
เมื่อใจเราผ่อนคลายเกิดความสงบนิ่งสารเอ็นโดร์ฟินจะหลั่งออกมาทำให้เกิดการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อซึ่งแม้เราจะละเมียดละไมเดินในแต่ละก้าว
5.ชื่นชมความสำเร็จเพื่อยกระดับความเชื่อมั่นหลายครั้งเราไม่เคยหยุดชื่นชมชัยชนะในทุกย่างก้าวของการเดินทาง เรามักจะไปใจจดใจจ่อต่อเป้าหมายเพียงอย่างเดียวในบางครั้งเมื่อไม่ได้ก้าวสู่จุดสูงสุดก็รู้สึกแย่กับชีวิตโดยลืมมองไปว่าเรามาไกลแค่ไหนแล้วในการเดินทาง
การชื่นชมและ Celebrate ความสำเร็จในทุกเส้นทางที่เราก้าวเดินมาเป็นเสมือนการเติมพลังบวกและเพิ่มความเชื่อมั่นในความสามารถที่เราเดินทางมาถึงจุดนั้น หมั่นชื่นชมและเก็บสะสมบัญชีของความสำเร็จแทนที่จะเป็นบัญชีแห่งความล้มเหลว จะทำให้เราสร้างศรัทธาในตัวเองเพิ่มขึ้นและจะเป็นเสมือนลมส่งท้ายที่ผลักดันให้เรามีความเชื่อมั่นและมีวุฒิภาวะในตัวเองสูงขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,164 วันที่ 9 - 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559






