
เสียงจากทายาทหญิง
ปัจจุบันช่องว่างระหว่างเพศชายหญิงในธุรกิจทุกรูปแบบยังคงเป็นเรื่องใหญ่อยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นช่องว่างในเรื่องของค่าตอบแทน การมีส่วนร่วม หรือแม้แต่การเป็นคณะกรรมการบริหาร ซึ่งจากการศึกษา woman in work index ของ PwC ในปี 2016 พบว่าในงานที่เหมือนกันหากผู้ชายได้รับค่าตอบแทน 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ผู้หญิงจะได้รับเพียง 83 ดอลลาร์สหรัฐฯ และยังพบว่า มีเพียง 40% ของบริษัทในนอร์เวย์ที่มีผู้หญิงอยู่ในคณะกรรมการบริหาร ขณะที่ฝรั่งเศสมี 26% ออสเตรเลีย 23% สหราชอาณาจักร 22% เยอรมนี 20% สหรัฐอเมริกา 16% และญี่ปุ่นมีเพียง 2% ซึ่งถือว่าน้อยมาก
[caption id="attachment_58416" align="aligncenter" width="503"]
Only 30% of women are at the board level[/caption]
แม้จะมีการศึกษาครั้งแล้วครั้งเล่าที่พิสูจน์ให้เห็นว่าแท้จริงแล้วบริษัทที่มีผู้หญิงเป็นผู้นำนั้นมีผลการดำเนินงานที่เหนือกว่าบริษัทที่ผู้ชายเป็นผู้นำก็ตาม ดังนั้น PwC จึงได้ทำการสำรวจทายาทรุ่นใหม่ที่เป็นผู้หญิงจากธุรกิจครอบครัวที่มียอดขายประมาณ 15,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี จำนวน 73 ราย จาก 25 ประเทศ (ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา ฟินแลนด์ เยอรมนี ฮ่องกง ไอซ์แลนด์ อิตาลี มาเลเซีย มอลตา เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ ไนจีเรีย เปรู โปรตุเกส โรมาเนีย สิงคโปร์ อเมริกาใต้ สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวัน สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ) พบว่า 30% ของทายาทธุรกิจครอบครัว
ผู้หญิงที่ถูกสัมภาษณ์เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหาร ซึ่งน้อยกว่าทายาทผู้ชายที่มีอยู่ถึง 55% (ภาพที่ 1)
ทำนองเดียวกันก็พบว่ากว่าครึ่งของทายาทผู้หญิงไม่เห็นด้วยว่าเพศของพวกเธอเป็นอุปสรรคในการบริหารธุรกิจครอบครัว เมื่อเทียบกับธุรกิจประเภทอื่น และยังบอกว่าบริษัทของพวกเธอเห็นคุณค่าของการให้ผู้หญิงดำรงตำแหน่งสำคัญในบริษัทอีกด้วย
นอกจากนี้ยังพบว่าทายาทผู้หญิงเหล่านี้ล้วนมีความทะเยอทะยานและมีความรู้ความสามารถสูง และพวกเธอยังเตรียมตัวทำงานหนักเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่ามีความเหมาะสมกับตำแหน่งในคณะกรรมการของครอบครัวเพียงใดอีกด้วย
อย่างไรก็ตามแม้ว่าธุรกิจครอบครัวมักถูกมองว่าล้าสมัยและไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง แต่จากการสำรวจชี้ว่าธุรกิจครอบครัวเป็นสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมและเอื้อต่อผู้หญิงที่มีความรู้ความสามารถและมีความทะเยอะทะยานให้สามารถพัฒนาความก้าวหน้าในอาชีพการงานของเธอได้ ถึงแม้ว่าในบางวัฒนธรรมหรือบางท้องถิ่นยังคงเชื่อมั่นในความสำเร็จที่มาจากลูกผู้ชาย แต่หากธุรกิจครอบครัวหันมามองอีกด้านจะเห็นว่าผู้หญิงก็มีความสามารถ มีพลังล้นเหลือและมีความคิดสร้างสรรค์ที่จำเป็นต่อความสำเร็จในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันนี้เช่นกัน และผลตอบแทนที่ได้ก็มีนัยสำคัญอย่างมาก
ดังจะเห็นได้จากรายงานการศึกษาในปี 2015 ที่ประเมินว่าต้นทุนทางการเงินของบริษัทมหาชนที่ไม่มีผู้หญิงในคณะกรรมการบริหารนั้นสูงถึง 655,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเลยทีเดียว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องน่าสนใจว่าธุรกิจครอบครัวจะเปิดกว้างยอมรับความจริงในข้อนี้เพียงใด แต่ทั้งนี้ก็ย่อมขึ้นอยู่กับบริบทเกี่ยวกับสังคม วัฒนธรรมและความเชื่อของแต่ละท้องถิ่นด้วยเช่นกัน
ที่มา: PwC. 2016. PwC Next Generation Survey 2016: The Female Perspective. A special release of the Next Generation Survey.
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,162 วันที่ 2 - 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_58416" align="aligncenter" width="503"]
แม้จะมีการศึกษาครั้งแล้วครั้งเล่าที่พิสูจน์ให้เห็นว่าแท้จริงแล้วบริษัทที่มีผู้หญิงเป็นผู้นำนั้นมีผลการดำเนินงานที่เหนือกว่าบริษัทที่ผู้ชายเป็นผู้นำก็ตาม ดังนั้น PwC จึงได้ทำการสำรวจทายาทรุ่นใหม่ที่เป็นผู้หญิงจากธุรกิจครอบครัวที่มียอดขายประมาณ 15,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี จำนวน 73 ราย จาก 25 ประเทศ (ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา ฟินแลนด์ เยอรมนี ฮ่องกง ไอซ์แลนด์ อิตาลี มาเลเซีย มอลตา เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ ไนจีเรีย เปรู โปรตุเกส โรมาเนีย สิงคโปร์ อเมริกาใต้ สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวัน สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ) พบว่า 30% ของทายาทธุรกิจครอบครัว
ผู้หญิงที่ถูกสัมภาษณ์เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหาร ซึ่งน้อยกว่าทายาทผู้ชายที่มีอยู่ถึง 55% (ภาพที่ 1)
ทำนองเดียวกันก็พบว่ากว่าครึ่งของทายาทผู้หญิงไม่เห็นด้วยว่าเพศของพวกเธอเป็นอุปสรรคในการบริหารธุรกิจครอบครัว เมื่อเทียบกับธุรกิจประเภทอื่น และยังบอกว่าบริษัทของพวกเธอเห็นคุณค่าของการให้ผู้หญิงดำรงตำแหน่งสำคัญในบริษัทอีกด้วย
นอกจากนี้ยังพบว่าทายาทผู้หญิงเหล่านี้ล้วนมีความทะเยอทะยานและมีความรู้ความสามารถสูง และพวกเธอยังเตรียมตัวทำงานหนักเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่ามีความเหมาะสมกับตำแหน่งในคณะกรรมการของครอบครัวเพียงใดอีกด้วย
อย่างไรก็ตามแม้ว่าธุรกิจครอบครัวมักถูกมองว่าล้าสมัยและไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง แต่จากการสำรวจชี้ว่าธุรกิจครอบครัวเป็นสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมและเอื้อต่อผู้หญิงที่มีความรู้ความสามารถและมีความทะเยอะทะยานให้สามารถพัฒนาความก้าวหน้าในอาชีพการงานของเธอได้ ถึงแม้ว่าในบางวัฒนธรรมหรือบางท้องถิ่นยังคงเชื่อมั่นในความสำเร็จที่มาจากลูกผู้ชาย แต่หากธุรกิจครอบครัวหันมามองอีกด้านจะเห็นว่าผู้หญิงก็มีความสามารถ มีพลังล้นเหลือและมีความคิดสร้างสรรค์ที่จำเป็นต่อความสำเร็จในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันนี้เช่นกัน และผลตอบแทนที่ได้ก็มีนัยสำคัญอย่างมาก
ดังจะเห็นได้จากรายงานการศึกษาในปี 2015 ที่ประเมินว่าต้นทุนทางการเงินของบริษัทมหาชนที่ไม่มีผู้หญิงในคณะกรรมการบริหารนั้นสูงถึง 655,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเลยทีเดียว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องน่าสนใจว่าธุรกิจครอบครัวจะเปิดกว้างยอมรับความจริงในข้อนี้เพียงใด แต่ทั้งนี้ก็ย่อมขึ้นอยู่กับบริบทเกี่ยวกับสังคม วัฒนธรรมและความเชื่อของแต่ละท้องถิ่นด้วยเช่นกัน
ที่มา: PwC. 2016. PwC Next Generation Survey 2016: The Female Perspective. A special release of the Next Generation Survey.
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,162 วันที่ 2 - 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559






