
Leadership Warrior@ไร่ใจยิ้ม (1)
ความท้าทายที่หฤโหดเป็นความน่ากลัวที่สร้างความเครียดในการเดินทางไปหาความสำเร็จ แต่ถ้าสามารถหยุดสะท้อนความพร้อมทั้ง กาย ใจ และสมองเพื่อสร้างกลยุทธ์ในการเดินทางที่สามารถสะกิดต่อมสุขใจ สร้างรอยยิ้มด้วยความสามารถในการมองเห็นความงามในทุกก้าวของการเดินทางเพื่อสร้างความสุขสู่เป้าหมายของความสำเร็จ เราก็สามารถเปลี่ยนความหฤโหดให้กลายเป็นความสวยงามและความภาคภูมิใจที่จับต้องได้
ผู้เขียนมีโอกาสจัดโครงการ Leadership Warrior @ไร่ใจยิ้มเพื่อเตรียมความพร้อมผู้นำและมืออาชีพที่ต้องปีนบันไดของเป้าหมายที่ท้าทายทั้งยังมีลำดับของความสูงที่เพิ่มขึ้นทุกปีโดยใช้ความท้าทายในการขึ้นผาวัดใจที่ไร่ใจยิ้มเป็นเสมือนบททดสอบวุฒิภาวะของผู้นำ
ถ้าวุฒิภาวะของกาย ใจ และสมองไม่พร้อมก็จะสร้างอาการที่เรียกว่า Maturity Sickness ได้ หลายครั้งก็เป็นที่น่าเสียดายที่ผู้นำเหล่านั้นมีความสามารถแต่ไม่สามารถปลดปล่อยความแข็งแกร่งที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในได้ในจังหวะและเวลาที่เหมาะสมทำให้เกิดอาการเกร็ง อาการเครียดที่เกิดขึ้นกับตัวเองและทีมงานที่อยู่ล้อมรอบและถ้าสะสมไปนานๆก็จะกลายเป็นอาการที่เราเรียกว่า Burn-out
บันได 5 ขั้นที่สำคัญในการสัมผัสกับความสวยงามและความท้าทายก็คือ
1. การรู้จัก Leadership fitness and potential ก็คือการรู้จักศักยภาพและความแข็งแกร่งที่ทั้งมองเห็นและที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ผู้เขียนเคยทำการทดสอบความฟิตของคุณวิทิตนันท์ โรจนพานิชย์คนไทยคนแรกที่สามารถขึ้นไปบนยอดภูเขาที่สูงที่สุดในโลกคือเอเวอเรสต์ได้สำเร็จโดยมีอาจารย์สุภาวดี ล้อมวงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ใจยิ้มเป็นผู้วิเคราะห์ถึงความพร้อมร่างกาย ในขณะเดียวกันผู้เขียนก็ทำการทดสอบการบริหารสมดุลของสมองและจิตใจ
ผลปรากฏว่าคุณวิทิตนันท์มิได้มีความแข็งแกร่งมากที่สุดมากกว่ากลุ่มผู้บริหารที่เดินทางไปสู่ Everest Himalayan Range แต่สิ่งที่คุณวิทิตนันท์มีมากกว่าคือความสามารถในการรู้จักตัวเอง เมื่อใจมีความมุ่งมั่นและมีสมาธิในการสร้างความคมชัดของเป้าหมาย และสมองสามารถจะวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการจัดการกับความสามารถที่ร่างกายมีความแข็งแกร่งในจังหวะและเวลาที่เหมาะสมอย่างลงตัว
ผู้เขียนเคยปีนเขาร่วมกับคุณวิทิตนันท์ในเทือกเขาหิมาลัยเมื่อต้องปีนเขาสูงคุณวิทิตนันท์จะใช้กลยุทธ์หอยทากคือเดินขึ้นอย่างมีสติอย่างสบายๆชื่นชมธรรมชาติระหว่างทางในช่วงขาขึ้นเขาเนื่องจากขาขึ้นร่างกายต้องปรับตัวกับความสูง ถ้าขึ้นเร็วไปก็จะเกิดอาการแพ้ความสูงได้ แต่ในขาลงคุณวิทิตนันท์กลับเป็นคนแรกที่ถึงเป้าหมายเพราะเขาใช้แรงดึงดูดของโลกช่วยในการเดินทางด้วยการปรับ Flexibility ของร่างกายให้ไหลไปตามแรงดึงดูดของโลกโดยมีแรงต้านน้อยที่สุด คนที่แข็งแรงกว่าแต่ไม่รู้จักการผสมผสานสมองและจิตใจ ร่างกายก็อาจจะล้า เหนื่อยและ Burn-out ไปก่อน
2. การกำหนดพิมพ์เขียว กลยุทธ์และความเร็วของการเดินทางเป็นการนำเอาความฟิตและความแข็งแกร่งที่ร่างกายและจิตใจในระดับที่เรามีอยู่มาวางแผนการพัฒนาการเพื่อการพิชิตยอดเขาในความเร็วที่เหมาะสมด้วยกลยุทธ์ในสไตล์ของเราเอง การวางพิมพ์เขียวโดยใช้ศิลปะเป็นศาสตร์ที่อาจารย์สุภาวดีแห่งศูนย์ใจยิ้มได้นำมาเพื่อสะกิดจิตใต้สำนึกให้มีส่วนร่วมในการสร้างคำมั่นสัญญาในการวางเป้าหมายโดยดึงเอาส่วนร่วมของสมองและจิตใจมาบรรจงวางภาพแห่งความสำเร็จด้วยกัน
ในกระบวนการนำเอาศิลป์มาใช้ในการเจียระไนพิมพ์เขียวนี้จะทำให้เราทราบถึงความรู้สึกที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกที่จะเป็นทั้งขุมพลังในการสร้างแรงบันดาลใจและยังเป็นทั้งความรู้สึกลบที่สร้างความกลัวหรือความเก็บกดซึ่งถ้าเราปลดปล่อยหรือนำเอาพลังด้านลบมาสร้างเป็นพลังบวกในเดินทางไปข้างหน้า ภาพแห่งความสำเร็จก็จะเป็นเสมือนแรงดึงดูดที่เกิดจากความเชื่อจากส่วนลึกของจิตใต้สำนึกเป็นเสมือนธงแห่งแรงบันดาลใจ
ถ้ากระบวนการเจียระไนนี้ทำให้เราเข้าใจความเร็วของแรงผลักดันที่เกิดจากภายใน เราก็สามารถจะกำหนดความเร็วและแผนกลยุทธ์ในการบริหารพลังที่เรามีอยู่ในตัวเรา ปกติแล้วแต่ละคนจะมีความเร็วของสมองและหัวใจที่กำกับร่างกายด้วยกระบวนการธรรมชาติ บางคนจะการมีความกลัวไปกำกับทำให้เราเดินทางด้วยการเหยียบคันเร่งและเบรกไปในเวลาเดียวกัน ถ้าเราสามารถใช้ศิลป์ในการช่วยปลดปล่อยการเหยียบเบรกออกไปจากการเดินทาง และสามารถวางภาพแห่งความท้าทายที่มีรอยยิ้ม เราก็สามารถจะลดและคลายความตรึงเครียดที่เกิดจากตัวเราเองทำให้เราใช้แรงผลักดันที่มีอยู่อย่างเป็นธรรมชาติ
บทความตอนหน้าจะมาพูดถึงบันไดอีก 3 ขั้นที่จะสร้าง Leadership Warrior ในการมีรอยยิ้มของผู้นำสู่ความสำเร็จ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,162 วันที่ 2 - 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559
ผู้เขียนมีโอกาสจัดโครงการ Leadership Warrior @ไร่ใจยิ้มเพื่อเตรียมความพร้อมผู้นำและมืออาชีพที่ต้องปีนบันไดของเป้าหมายที่ท้าทายทั้งยังมีลำดับของความสูงที่เพิ่มขึ้นทุกปีโดยใช้ความท้าทายในการขึ้นผาวัดใจที่ไร่ใจยิ้มเป็นเสมือนบททดสอบวุฒิภาวะของผู้นำ
ถ้าวุฒิภาวะของกาย ใจ และสมองไม่พร้อมก็จะสร้างอาการที่เรียกว่า Maturity Sickness ได้ หลายครั้งก็เป็นที่น่าเสียดายที่ผู้นำเหล่านั้นมีความสามารถแต่ไม่สามารถปลดปล่อยความแข็งแกร่งที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในได้ในจังหวะและเวลาที่เหมาะสมทำให้เกิดอาการเกร็ง อาการเครียดที่เกิดขึ้นกับตัวเองและทีมงานที่อยู่ล้อมรอบและถ้าสะสมไปนานๆก็จะกลายเป็นอาการที่เราเรียกว่า Burn-out
บันได 5 ขั้นที่สำคัญในการสัมผัสกับความสวยงามและความท้าทายก็คือ
1. การรู้จัก Leadership fitness and potential ก็คือการรู้จักศักยภาพและความแข็งแกร่งที่ทั้งมองเห็นและที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ผู้เขียนเคยทำการทดสอบความฟิตของคุณวิทิตนันท์ โรจนพานิชย์คนไทยคนแรกที่สามารถขึ้นไปบนยอดภูเขาที่สูงที่สุดในโลกคือเอเวอเรสต์ได้สำเร็จโดยมีอาจารย์สุภาวดี ล้อมวงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ใจยิ้มเป็นผู้วิเคราะห์ถึงความพร้อมร่างกาย ในขณะเดียวกันผู้เขียนก็ทำการทดสอบการบริหารสมดุลของสมองและจิตใจ
ผลปรากฏว่าคุณวิทิตนันท์มิได้มีความแข็งแกร่งมากที่สุดมากกว่ากลุ่มผู้บริหารที่เดินทางไปสู่ Everest Himalayan Range แต่สิ่งที่คุณวิทิตนันท์มีมากกว่าคือความสามารถในการรู้จักตัวเอง เมื่อใจมีความมุ่งมั่นและมีสมาธิในการสร้างความคมชัดของเป้าหมาย และสมองสามารถจะวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการจัดการกับความสามารถที่ร่างกายมีความแข็งแกร่งในจังหวะและเวลาที่เหมาะสมอย่างลงตัว
ผู้เขียนเคยปีนเขาร่วมกับคุณวิทิตนันท์ในเทือกเขาหิมาลัยเมื่อต้องปีนเขาสูงคุณวิทิตนันท์จะใช้กลยุทธ์หอยทากคือเดินขึ้นอย่างมีสติอย่างสบายๆชื่นชมธรรมชาติระหว่างทางในช่วงขาขึ้นเขาเนื่องจากขาขึ้นร่างกายต้องปรับตัวกับความสูง ถ้าขึ้นเร็วไปก็จะเกิดอาการแพ้ความสูงได้ แต่ในขาลงคุณวิทิตนันท์กลับเป็นคนแรกที่ถึงเป้าหมายเพราะเขาใช้แรงดึงดูดของโลกช่วยในการเดินทางด้วยการปรับ Flexibility ของร่างกายให้ไหลไปตามแรงดึงดูดของโลกโดยมีแรงต้านน้อยที่สุด คนที่แข็งแรงกว่าแต่ไม่รู้จักการผสมผสานสมองและจิตใจ ร่างกายก็อาจจะล้า เหนื่อยและ Burn-out ไปก่อน
2. การกำหนดพิมพ์เขียว กลยุทธ์และความเร็วของการเดินทางเป็นการนำเอาความฟิตและความแข็งแกร่งที่ร่างกายและจิตใจในระดับที่เรามีอยู่มาวางแผนการพัฒนาการเพื่อการพิชิตยอดเขาในความเร็วที่เหมาะสมด้วยกลยุทธ์ในสไตล์ของเราเอง การวางพิมพ์เขียวโดยใช้ศิลปะเป็นศาสตร์ที่อาจารย์สุภาวดีแห่งศูนย์ใจยิ้มได้นำมาเพื่อสะกิดจิตใต้สำนึกให้มีส่วนร่วมในการสร้างคำมั่นสัญญาในการวางเป้าหมายโดยดึงเอาส่วนร่วมของสมองและจิตใจมาบรรจงวางภาพแห่งความสำเร็จด้วยกัน
ในกระบวนการนำเอาศิลป์มาใช้ในการเจียระไนพิมพ์เขียวนี้จะทำให้เราทราบถึงความรู้สึกที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกที่จะเป็นทั้งขุมพลังในการสร้างแรงบันดาลใจและยังเป็นทั้งความรู้สึกลบที่สร้างความกลัวหรือความเก็บกดซึ่งถ้าเราปลดปล่อยหรือนำเอาพลังด้านลบมาสร้างเป็นพลังบวกในเดินทางไปข้างหน้า ภาพแห่งความสำเร็จก็จะเป็นเสมือนแรงดึงดูดที่เกิดจากความเชื่อจากส่วนลึกของจิตใต้สำนึกเป็นเสมือนธงแห่งแรงบันดาลใจ
ถ้ากระบวนการเจียระไนนี้ทำให้เราเข้าใจความเร็วของแรงผลักดันที่เกิดจากภายใน เราก็สามารถจะกำหนดความเร็วและแผนกลยุทธ์ในการบริหารพลังที่เรามีอยู่ในตัวเรา ปกติแล้วแต่ละคนจะมีความเร็วของสมองและหัวใจที่กำกับร่างกายด้วยกระบวนการธรรมชาติ บางคนจะการมีความกลัวไปกำกับทำให้เราเดินทางด้วยการเหยียบคันเร่งและเบรกไปในเวลาเดียวกัน ถ้าเราสามารถใช้ศิลป์ในการช่วยปลดปล่อยการเหยียบเบรกออกไปจากการเดินทาง และสามารถวางภาพแห่งความท้าทายที่มีรอยยิ้ม เราก็สามารถจะลดและคลายความตรึงเครียดที่เกิดจากตัวเราเองทำให้เราใช้แรงผลักดันที่มีอยู่อย่างเป็นธรรมชาติ
บทความตอนหน้าจะมาพูดถึงบันไดอีก 3 ขั้นที่จะสร้าง Leadership Warrior ในการมีรอยยิ้มของผู้นำสู่ความสำเร็จ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,162 วันที่ 2 - 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559






