
เกมหุ้นของ “นักธุรกิจ-นักลงทุน”
เกมหุ้นของ “นักธุรกิจ-นักลงทุน” : คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3690 หน้า 13 ระหว่างวันที่ 24-26 มิ.ย.2564 By…เจ๊เมาธ์
>> การเอาชนะตลาดหุ้นเรื่องของ “จังหวะและเวลา” เป็นเรื่องที่จำเป็นมาก “จังหวะ” คือการเข้า-ออกให้ได้ในช่วงที่เหมาะสม ส่วนเรื่องของ “เวลา” เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องอดทนต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นให้ได้ ซึ่งทั้งเรื่องของจังหวะ และ เวลา ทำให้เกิดนักลงทุนขึ้นมา 2 กลุ่ม นั่นก็คือนักลงทุนกลุ่ม “เทคนิค” ซึ่งจะใช้เครื่องมือหลายอย่างเข้ามาเพื่อใช้ในการหาจังหวะเข้าและออกที่เหมาะสมให้กับหุ้นที่ลงทุนไป
ส่วนอีกกลุ่มคือ กล่ม “เน้นคุณค่า” หรือ VI ซึ่งกลุ่มนี้เลือกลงทุนในหุ้นที่ดีแล้วปล่อยให้เวลาเป็นตัวสร้างมูลค่าขึ้นมา ตามความสามารถของบริษัทที่ทำได้
เจ๊เมาธ์คิดว่า การมองรอบตัวเอาไว้บ้างเป็นเรื่องดี...แต่การใส่ใจในทุกรายละเอียดเกินไป บางครั้งมันก็ทำให้เราเกิดอาการ “จับจด” จนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ทันตามสถานการณ์ที่มันควรจะเป็น ดังนั้น ความยืดหยุ่นได้ตามจังหวะและเวลาที่เหมาะสม จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นักลงทุนควรจะให้ความสำคัญเช่นกันเจ้าค่ะ
>> เส้นบา ๆ ระหว่าง นักธุรกิจ กับ นักลงทุน ในตลาดหุ้น แยกกันไม่ค่อยออก พฤติกรรมที่เจ๊เมาธ์ เห็นชัดเจนตอนนี้ เป็นเรื่องของนักธุรกิจ เจ้าของกิจการในตลาดหุ้น ที่ลงมาเล่นกับตลาด จับมือกับนักลงทุนรายใหญ่ ...ไม่รู้ติดใจกำไรเป็นกอบ-เป็นกำ ที่นักลงทุนรายใหญ่สร้างให้ หรือต้องการหาโอกาสพันธมิตรทางธุรกิจ ถ้าเป็นอย่างหลัง ต้องสนับสนุนและสรรเสริญค่ะ ในวิสัยทัศน์ก้าวไกลของนักธุรกิจรายนี้
แต่พฤติกรรมของนักธุรกิจ ที่จับคู่นักลงทุนรายใหญ่ เข้าไปทำบิ๊กล็อต หรือ ยกหุ้นจำนวนมาก หุ้น 2-3 ตัว ในกระดาน ทำราคาบิ๊กล็อตต่ำกว่ากระดาน จากเจ้าของ แล้วสร้างเกมราคาหุ้น โดยตีข่าว-ทำราคาหุ้นโชว์ขึ้นไปสูง ๆ ล่อรายย่อย เป็นวิธีการหาเงินในตลาดหุ้นที่ง่าย สร้างมูลค่าความเป็นเศรษฐีหุ้นภายในเวลาอันรวดเร็วไม่ทันข้ามสัปดาห์
ชื่อของนักธุรกิจ-นักลงทุน กลายเป็นชื่อที่ “เรียกแขก” ในตลาดหุ้นได้อย่างดี...แล้วตลาดหลักทรัพย์ จะปล่อยให้ปฐมบทนี้ ผ่านไปสร้างความเสียหายให้ตลาดหุ้น หรือ ต้องการเห็นรายย่อย เสียหายจากเกมหุ้นของนักธุรกิจ-นักลงทุน คู่นี้
>> KUMWEL กลายเป็นหุ้น 4 เด้ง อีกหนึ่งตัวที่แอบขยับราคาขึ้นมาเงียบ ๆ ส่วนสาเหตุของการที่ราคาหุ้นขยับขึ้นมา จะเป็นผลการดำเนินงานปี 64 ที่มีกระแสข่าวทำนิวไฮหรือเปล่า...เรื่องนี้เจ๊เมาธ์ ไม่แน่ใจเท่าไหร่
ที่บอกว่าไม่แน่ใจ เพราะผลการดำเนินงาน ขึ้นมาแค่ 40% เมื่อเทียบกับราคาหุ้นที่วิ่งจาก 1.05-1.15 บาท ขึ้นมา 4.40-4.50 บาท เป็นคนละเรื่อง ยากจะจับเอามาคุยกันได้ และถ้าหากเอาราคาหุ้นทางเทคนิคของ KUMWEL มาเทียบกับสตอรี่ ยังไม่มีอะไรของหุ้นตัวนี้ ...เจ๊เมาธ์ เห็นว่า จำเป็นต้องเตือนบรรดาแมงเม่า ที่เห็นแสงไฟของหุ้นตัวนี้ ว่ามันแรงไปแล้วนะคะ ตอนนี้โอกาสได้เงิน มีน้อยกว่าโอกาสเจ็บตัวเจ้าค่ะ
>> ราคาหุ้นหน้ากระดานของ INTUCH ยืนอยู่สูงกว่าราคา 65 บาท ซึ่งเป็นราคาหุ้น 65 บาท ราคาเดียวกับที่ GULF ของ “เสี่ยกลาง” สารัชถ์ รัตนาวะดี เคยประกาศเอาไว้ว่า จะขออนุมัติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตั้งโต๊ะรับซื้อเพื่อให้ GULF ได้ขยับขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ INTUCH ในวันที่ 25 มิ.ย.ที่จะถึงนี้
กรณีที่ GULF สามารถ “ดูด” หุ้นส่วนใหญ่ของ INTUCH เข้ามาได้ จะมีของแถมที่ GULF ได้พ่วงมาพร้อมกับ INTUCH นั่นก็คือ สิทธิ์เหนือ ADVANC ซึ่ง INTUCH เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ซึ่งถืออยู่ 40.45% รวมถึงสิทธิ์เหนือ THCOM ซึ่ง INTUCH เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ 41.13%
ปัญหาที่ GULF ต้องเจอก็มีอยู่ 2 เรื่อง ๆ แรก คือ ราคาหุ้นหน้ากระดานของ INTUCH เกินราคา 65 บาท ซึ่งเป็นราคาหุ้นที่ GULF ตั้งธงไว้ว่าจะซื้อ ...เรื่องที่ 2 ผู้ถือหุ้นใหญ่เจ้าเดิมอย่าง “สิงเทล” ที่ดูแล้วเหมือนจะไม่อยากให้ GULF ได้ขยับขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทนที่ตนเองสักเท่าไหร่ เป็นสาเหตุทำให้ราคาหุ้นของ INTUCH ถูกดันราคาขึ้นมา เพราะสิงเทล ก็เข้าไปเก็บหุ้น INTUCH บนหน้ากระดานหุ้นเช่นกันนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแผนการขยับขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่พียงแค่การสร้างข่าวและการให้ข่าว แล้วสามารถดันให้มูลค่าหุ้นของ INTUCH ซึ่งตอนนี้ GULF ถือหุ้นอยู่ถึง 505.9 ล้านหุ้น (15.78%) วิ่งขึ้นมาได้ถึง 20% ซึ่งคิดเป็นเงินก็กว่า 5,000 พันล้านบาท มันก็ถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน แบบนี้มีแต่ได้กับได้นะเจ้าค่ะ
>> นาทีนี้ CBG เป็นหุ้นอีกหนึ่งตัว ที่น่าสนใจมาก เพราะนอกจากเรื่องราคาหุ้นที่ปรับราคาขึ้นมาอย่างช้าๆ จากผลการดำเนินงานในประเทศที่ได้ไปต่อ ...นาทีนี้ตลาดต่างประเทศของ CBG ก็ดูดีขึ้นมาก ทั้ง ตลาดกัมพูชา เมียนมา เวียดนามโดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดส่งออกที่จีน ที่คาดว่าผลประกอบการที่ฟื้นตัวขึ้นในไตรมาสที่ 2/64 หนุนจากยอดขายส่งออกที่มากขึ้นเป็น 45-50% และหากมองราคาหุ้นของ CBG ผ่านข้อมูลทางด้านเทคนิคก็จะเห็นได้ว่าราคาหุ้นได้ผ่านการพักตัวที่ระดับราคา 130 บาท โดยราคาหุ้นยืนอยู่เหนือ EMA 15, 45 และ 100 ในขณที่ดัชนี MACD และ RSI ต่างก็ปรับขึ้นมาในทิศทางที่เป็นบวก
มาทรงนี้แล้ว เจ๊เมาธ์บอกได้เลยว่าโอกาสที่ราคาหุ้นของ CBG จะสามารถขยับขึ้นไปทดสอบนิวไฮเดิมที่ 152.50 บาท มีความเป็นไปได้สูงมาก แม้ว่าอาจจะไม่ใช่ภายในไม่กี่วันนี้ แต่น่าจะเป็นอีกไม่นานหลังจากนี้แล้วค่ะ
>> ดูท่าแล้วราคาหุ้นของ KTC น่าจะยังไปไหนได้ไม่ไกล และน่าจะอยู่แถวๆ 65-70 บาทไปอีกนาน ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะเรื่องของราคาหุ้นที่ปรับร่วงลงมาจากที่เคยทำไว้สูงสุดถึง 90.25 บาท ซึ่งทำให้การที่ KTC จะกลับขึ้นไปอยู่ที่จุดเดิมได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อีกเรื่องที่มีผลกระทบโดยตรงก็น่าจะเป็นข่าวที่นายกฯ ขอให้ ธปท. ทบทวนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งหลาย ซึ่งเรื่องเงินกู้ทั้งหลายที่ว่านี้ ดูเหมือนว่า KTC จะมีครบ และได้รับผลกระทบทุกเรื่องด้วย ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยบัตรเครดิต ดอกเบี้ยเงินกู้ส่วนบุคคล และในนั้นยังมีดอกเบี้ยจำนำทะเบียนรถอีกด้วย เอาเป็นว่าเจ๊เมาธ์เป็นกำลังใจให้แฟนคลับของ KTC ทั้งหลายด้วยนะคะ เอาเป็นว่าอดทนกันอีกนิดค่ะ






