thansettakij
thansettakij
คนอย่างหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของประเทศมี ครูพิเศษที่ยิ่งใหญ่

คนอย่างหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของประเทศมี ครูพิเศษที่ยิ่งใหญ่

29 พ.ค. 64 | 08:50 น.

  บุญชู โรจนเสถียร_ในยุคหนึ่งได้รับการขนานนามว่า Tsa _ซาร์ เศรษฐกิจ ส่งนิยามความหมาย ใหญ่ขนาดพระเจ้าซาร์ครองจักรวรรดิ์ (จักรวรรดิ์เศรษฐกิจ) ปนกลิ่นอายลึกลับของอำนาจการเสก (เสกเศรษฐกิจ) ให้ขึ้นเรืองเฟื่องฟู หรือ vice versa 

 

เปนบุญชู โรจนเสถียรที่ยามวางมือจากตำแหน่งซาร์เศรษฐกิจแล้วยังไม่คลายฝีมือ เมื่อชราแล้วยังมีวิสัยทัศน์ปลุกปั้นรีสอร์ทสุขภาพอย่างชีวาศรม ให้เปนแบรนด์สำคัญติดระดับโลก เมื่อยังเรียนธรรมศาสตร์, ก่อนจะเรียนจบแล้วใช้มือพาณิชยศาสตร์ของตนจับกับมือนิติศาสตร์เนติบัณฑิต จอมยุทธโค้วตงหมงประสิทธิ กาญจนวัฒน์ ร่วมมือประกอบอาชีพจนรุ่งโรจน์รุ่งเรืองตลอดสายธุรกิจ สังคม ยาวไปถึงงานการเมือง

 

บุญชู ซาร์เศรษฐกิจ (ซ้าย) ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ (ขวา)

 

ครั้งนั้นมีอาจารย์พิเศษผู้หนึ่งมาสอน ท่านผู้นี้เวลานั้นถือปริญญาชั้นต้นมาจากสำนักอ็อกซ์ฝอร์ด ในสาขา ปรัชญาการเมืองและเศรษฐศาสตร์ (น่าสังเกตว่าคณะวิชาแต่โบราณยุคเมดิเวียนให้ความสำคัญแก่การบูรณาการวิชาที่แตกต่างกัน) ยามสงครามสละตนเปนทหารชั้นนายสิบมาก่อน จะทำงานที่ธนาคารของครอบครัวตนเอง เปนนักหนังสือพิมพ์บ้างนิดๆหน่อยๆ สัมผัสงานราชการบ้างที่ธนาคารชาติ, กระทรวงการคลังและมีประสบการณ์ทำงานธนาคารเอกชนที่เก่าแก่ที่สุดของไทยในฐานะ expatriate แบบว่านักธุรกิจระดับมืออาชีพที่ไปบริหารกิจการสาขาในพื้นที่ห่างไกลข้ามเขตจากสำนักงานใหญ่ 

บุญชู โรจนเสถียร กล่าวถึงอาจารย์พิเศษของท่าน, ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช, ว่า “นอกจากจะสนุกสนานกับเรื่องนอกตำราแล้ว เวลาที่ท่านอาจารย์สอนก็ยังสนุกอีกด้วย ท่านอาจารย์มีความเก่งอย่างน้อยสองประการ ในการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ คือประการที่หนึ่ง ท่านสามารถสอนสิ่งที่ว่ายากนั้นให้คลายความยากลงไป ผมไม่อาจหาญกล่าวว่า วิชาเศรษฐศาสตร์เป็นของง่าย เพราะจริงๆ แล้วไม่ใช่ของง่าย”

ด้วยความสามารถของคนที่ก้าวขึ้นมาเปนคนกุมระบบเศรษฐกิจของประเทศ คนอย่าง บุญชู โรจนเสถียร สามารถมองทะลุถึงกลไกเบื้องหลังของระเบียบวิธีการสอนของอาจารย์พิเศษผู้นั้น “แต่การที่ท่านอธิบายให้ผมพอจะเข้าใจได้บ้างนั้น เป็นเพราะท่านเก่ง มีความแตกฉานในเนื้อหาของวิชาการ รู้ว่าสิ่งใดเป็นหลักการเป็นพื้นฐานที่จำเป็นจะต้องปูให้ลูกศิษย์ได้รับรู้ไว้เป็นเบื้องต้นก่อน แล้วจึงค่อยแตกแขนงไปจากพื้นฐานเหล่านั้น โดยวิธีการเช่นนี้ จะทำให้นักเรียนเข้าใจและสามารถไต่ถามได้ นับได้ว่าท่านอาจารย์เป็นผู้มีความสามารถอย่างยอดเยี่ยมในการถ่ายทอดวิชาการ ทั้งๆ ที่ท่านไม่เคยได้รับประกาศนียบัตรวิชาครูหรือใบรับรอง หรือใบอนุญาตให้ประกอบอาชีพครูมาแต่อย่างใด” 

 

ม.ร.ว. คึกฤทธิ์

ยิ่งไปกว่านั้นยังให้คีย์เวิร์ด/คำสำคัญของกระบวนการถ่ายทอดสรรพวิทยาไว้ด้วย #ความแตกฉาน#หลักการพื้นฐาน#แตกแขนง #ไต่ถาม “ทั้งที่ท่านไม่เคยได้รับประกาศนียบัตรวิชาครูหรือใบรับรอง หรือใบอนุญาตให้ประกอบอาชีพครูมาแต่อย่างใด” ในอัญประกาศนี้ย่อมสะท้อนให้เห็นว่า คนอย่างหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ปราโมช นั้นมีคาลิเบอร์สูง ผ่านกาลเวลาการแสวงหา และเผชิญสถานการณ์แหลมคมมามาก

ใบประกาศ หรือใบอนุญาตที่บุญชู_ผู้ศิษย์กล่าวถึง จึงมีไว้รับรองผู้มี ยังไม่มีคาลิเบอร์ ให้เข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ถึงระบบการให้ความรู้เพื่อการถ่ายทอดความรู้ โดยมีผลของการเรียนรู้นั้นเปน กระดาษรับรองขึ้นมาใบหนึ่ง หลายคนไปบันทึกว่า ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช สำเร็จปริญญามหาบัณฑิต M.A. จากอ๊อกซ์ฝอร์ด 

ท่านเองและศิษย์ (สมบัติ ภู่กาญจน์-บ.ก.สยามรัฐ) ผู้ติดตามไปในการพิธีประสาทปริญญา M.A. ยังสหราชอาณาจักร บอกและบันทึกไว้ว่า การทำ M.A. นั้นเปนอย่างที่มหาวิทยาลัยมอบให้เพื่อกำกับเกียรติคุณที่บัณฑิตชั้นต้นอย่างท่าน_ได้ใช้วิชาความสามารถที่ได้ร่ำเรียนมาจากสำนักเรียนนั้นทำประโยชน์กว้างขวางแก่สังคมต่างหาก หาใช่ว่าท่านต้องจ่ายสตางค์ค่าหน่วยกิตไปเล่าเรียน ทำเอกสารวิทยานิพนธ์ เพื่อสอบแล้วเอาใบครุยปริญญาแต่อย่างไร

วิทยา พลศรี, ผ.อ.วิทยาลัยเกษตรบุรีรัมย์ วันนี้เอ่ยรำพึงว่าผลสัมฤทธิ์ของการศึกษามันมีเบื้องต้น เบื้องกลางไปยันถึงเบื้องปลาย จาก INPUT ย่อมต้องได้ O-O-I

OUTPUT-เข้าเรียนสิบ_จบได้สิบไหม

OUTCOME-ถ้าจบสิบ _ทั้งสิบเอาวิชาไปทำมาหากินได้ไหม

IMPACT-ถ้าทำมาหากินได้_ทำประโยชน์เอาแต่เฉพาะเลี้ยงชีพตนไหม? หรือ เผื่อแผ่ขยายผลไปถึงสังคมและส่วนรวมได้ประโยชน์โภชนผลตามไปอีกด้วย?

ศาสตราจารย์พิเศษ พลตรีหม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้กระทำ IMPACT สร้างประโยชน์เช่นว่านั้นเปนวงกว้าง และสำนักอ็อกซ์ฝอร์ดได้รับรอง IMPACT ที่เกิดขึ้นจาก OUTPUT ของเขาด้วยปริญญา M.A. ด้วยความปลื้มใจ

อัครวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ถามอาจารย์พิเศษของเขา “ผมทราบว่าท่านอาจารย์เป็นขวัญใจของพวกนิสิตนักศึกษาทุกมหาวิทยาลัย”ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ “เรื่องนี้คุณต้องไปถามพวกนิสิตนักศึกษา ผมไม่ทราบว่าผมเป็นขวัญใจใคร ไม่รู้ด้วย” “ก็ไม่เคยมีเรื่องเดือดร้อนอะไรกันครับ ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งอะไรกันเจอหน้าก็รักกันทุกที ผมก็ยินดีที่พวกเขาอุตส่าห์มาหาเสมอก็รู้สึกภูมิใจเหมือนกันที่นิสิตนักศึกษาก็ยังเข้าหาผู้ใหญ่ ไม่ใช่ว่ามีเรื่องอะไรก็ไปคิดกันเองเสียหมด ธรรมดาการเข้าพบกับผู้ใหญ่อย่างน้อยๆ ก็ได้ประสพการณ์ในชีวิตที่เคยผ่านมามาก บางทีก็แนะนำทำให้มีสติมากกว่า ก็พยายามทำตัวให้เป็นที่ปรึกษาหารืออยู่เสมอครับ ไม่เคยที่จะเป็นอื่น”

ผู้ตอบตอบอย่างถ่อมตน (humble)ตามลักษณะผู้ดี ระวังมิให้หมิ่นน้ำใจครูไม่พิเศษที่มีอุดมการณ์เดียวกัน สองพี่น้องปราโมช สองพี่น้องนายกรัฐมนตรี ผู้สร้าง IMPACT แก่สังคม ให้ความเห็นต่อการทำมาหากินอย่างว่าตะกรามขุดทองในขุมเหมืองทองชื่อการศึกษาว่า “อ๋อ รายได้จากการที่เป็นอาจารย์นั่นไม่มี ใครเขาสนใจกันหรอกคุณ อาจารย์พิเศษทุกท่านละครับที่ ไปสอนก็สอนกันด้วยความหวังดีกันทั้งนั้น”  

“ไม่เคยคิดยึดเป็นอาชีพกันละครับ เชื่อผมเถอะ” อันนี้คุณชายผู้น้องตอบอธิบาย

 

ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช 

คุณชายผู้พี่ตอบคนสงสัยอย่างเดียวๆกันว่า “การสอนได้เงินตอบแทนพอซื้อน้ำมันใส่รถยนต์ แต่ก็เต็มใจสอนเป็นธรรมทาน การทำตำราก็ไม่ได้ค่าตอบแทนคุ้มเหนื่อย” 

และเขียนบันทึกทิ้งไว้ให้หลานปู่ แอ-คำรณ บ.ก.อิมเมจ ว่าคนเรานั้นลงว่าตัดสินใจทำอะไร ให้ดูเหตุปัจจัย 3 อ. 

อามิส-กระทำไปหวังผลกำไรเงินทอง

อำนาจ-กระทำไปหวังตำแหน่งยศฐาน์

อุดมการณ์-กระทำไปด้วยใจมั่นในผลประโยชน์ส่วนรวม

อ.สุดท้ายเท่านั้นหรอกจึงยั่งยืน

 

ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์

 

อนึ่งว่าในหัวใจของคนเปนครูบาอาจารย์_ไม่มีความพิเศษ ไม่พิเศษด้วยเพราะมีความคิดตรงอย่าง ดร. ป๋วย อึ้งภากรณ์ วอนบอกสังคม “ในชั่วชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งๆ บางคนให้น้อยแต่โลภมาก บางคนให้มากและทวงเอามากๆ คุณครูให้มากจนหมดและพึงพอใจในสิ่งน้อยที่ได้รับ”

มาลา คำจันทร์ ศิลปินแห่งชาติที่หมู่ละอ่อนล้านนาไหว้สานบน้อม ตอบคำถามข้อที่ว่า ฝูงชนก้าวเข้าประตูโลกดิจิตอลล่วงไปมากแล้ว รายได้ของพ่อครูจากกระดาษหนังสือย่อมต้องลดลางจางหาย “เคยได้น้อยอยู่แล้ว จะได้น้อยลงอีก บ่เปนหยัง” ย้ำหัวใจคนเปนครูว่าให้มากจนหมดและพอใจในสิ่งน้อยที่ได้รับ

 

 มาลา คำจันทร์ (ซ้าย)   รงค์ วงษ์สวรรค์ (ขวา)

ศิษย์คนหนึ่งของอาจารย์พิเศษผู้เดียวกันกับบุญชู โรจนเสถียร นั้น ต่อเมื่อกาลเวลาผ่านไปได้รับการกล่าวขานในความสามารถและได้รับยกย่องเปนศิลปินแห่งชาติ

กล่าวถึงความคำนึงของตนเองต่อครูของเขาว่า “ผมไม่มีดอกเข็ม ดอกมะเขือ และข้าวตอกในนาฑีนี้ แต่ผมมีความรัก ความกตัญญู และปัญญาและความปีติกับการบูชาครู” 

โอ้_น่าโมทนาสาธุการ

 

นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 41 หน้า 23  ฉบับที่ 3,683 วันที่ 30 พฤษภาคม - 2 มิถุนายน พ.ศ. 2564