
คนเคยรัก “ลุงตู่” เปลี่ยนใจ
คนเคยรัก “ลุงตู่” เปลี่ยนใจ : คอลัมน์ฐานโซไซตี ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3683 หน้า 4 ระหว่างวันที่ 30 พ.ค.-2 มิ.ย.2564 โดย...กาแฟขม
@@@สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยยังคงหนักหนาสาหัสสากรรจ์เหลือเกิน ตัวเลขล่าสุดที่แถลงออกมาจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. วันพุธที่ 26 พฤษภาคม 2564 ไทยอยู่ในอันดับที่ 87 ของโลก พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 2,455 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยรายใหม่ 1,976 ราย ผู้ป่วยในเรือนจำ 479 ราย พบผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งหมด 137,894 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 64,339 ราย หายเพิ่ม 2,571 ราย รักษาอยู่ 45,256 ราย แบ่งเป็นรักษาในโรงพยาบาล 18,631 ราย และโรงพยาบาลสนาม 26,625 ราย เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 1,210 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 402 ราย เสียชีวิตใหม่ 41 ราย รวมเสียชีวิต 873 ยังคงเกิน 2 พันรายต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าลดลง น่าห่วงกับตัวเลขเสียชีวิตเร็วขึ้น และจำนวนมากขึ้น
@@@ สถานการณ์ระบาดในไทยหนัก แรง มีเชื้อสายพันธุ์ใหม่ สายพันธุ์ดุเข้ามามากขึ้น ผู้คนย่อมเรียกร้อง ร้องหา ร้องขอวัคซีนจากรัฐ ที่ต้องยอมรับว่าจัดการได้สับสนยิ่ง ขาดความเป็นเอกภาพระหว่างหน่วยงาน ศบค.ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกำกับสั่งการ และกระทรวงสาธารณสุข ของ อนุทิน ชาญวีรกูล ผลที่ได้ระบบการจองฉีดวัคซีน การนัดวันฉีดซีนของประชาชนกลุ่มต่างๆ ทั้งเสี่ยงและไม่เสี่ยงวุ่นวายไปหมด เดี๋ยววอร์คอิน เดี๋ยวออนไซด์ ที่จองนัดวันกันไว้แล้วยกเลิกก่อน กลับมายืนยันนัดใหม่ แจ้งให้ไปฉีดวันที่ผ่านไปแล้ว จนผู้คนผวากันทั้งเมืองจะได้ฉีดหรือไม่ได้ฉีด ต้องคอยเช็กหมอพร้อมที่ไม่พร้อมของระบบทุกเช้าค่ำ
@@@ วัคซีนปั่นป่วนไปหมดและถูกทำให้เป็นเรื่องการเมืองมากกว่าการดูแลรักษาประชาชนไปแล้ว ฟังคุณหมอท่านนี้ออกมาพูด ก็เห็นชัด รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โควิดระลอกนี้ได้มีโอกาสพบเห็นลักษณะทางคลินิกและลักษณะทางรังสีวิทยาหลากหลายกว่าสองระลอกแรก เนื่องจากมีผู้ป่วยกว่าแสนคนภายในเวลาไม่ถึงสองเดือน แน่นอนย่อมมีผู้ป่วยปอดอักเสบเรือนหมื่น และผู้เสียชีวิตน่าจะขึ้นไปถึงหลักพัน แต่มาพีคตรงนี้อย่าเพิ่งเบื่อหน่ายกับการเมืองที่ไปสร้างความปั่นป่วนในทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่นโยบายรับมือกับโควิดของรัฐบาล เห็นได้ชัดจากการกระจายตัวของวัคซีนโควิดที่บิดเบี้ยวไปจากหลักการอย่างมาก จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ “เข็มสองนัดแล้วไม่มา” ในหลายพื้นที่ ยิ่งคนที่รับผิดชอบออกมาพูดแก้ตัวแบบไม่ระวังปาก (เป็นเยี่ยงนี้มาตั้งแต่ระลอกแรกยันระลอกสาม) ยิ่งทำให้ความน่าเชื่อถือที่ติดลบไปนานแล้วกลับเป็นลบหนักขึ้นอีก ถ้าเป็นตัวละครหุ่นไม้ต่างประเทศจมูกคงยื่นยาวใกล้จรดพื้นเต็มทีแล้ว พอถึงเวลาที่จะพูดให้คนเขาเชื่อและร่วมมือทำตามก็คงจะเป็นไปได้ยากอย่างแน่แท้ #ปอดอักเสบโควิดไม่ง่ายอย่างที่คิด#ภาครัฐโปรดสื่อสารความจริงกับประชาชน คุณหมอท่านทิ้งท้ายไว้อย่างแสบสันต์พร้อมแฮชแท็กที่จี๊ดสุดจริงๆ
@@@เติมให้เต็ม ที่ว่าเข็มสองนัดแล้วไม่มา มีรพ.หลายโรงออกมาบอกว่าถูกเท กรณีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล แจ้งผู้รับบริการที่มีนัดรับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่ 2 ระหว่างวันที่ 25 พ.ค. - 4 มิ.ย.2564 ซึ่งเป็นผู้ได้รับการฉีดเข็มแรกไปเมื่อวันที่ 23 มี.ค. - 5 เม.ย.2564 วชิรพยาบาล ขอเลื่อนวันรับวัคซีนออกไปก่อน โดยเมื่อได้รับวัคซีนมาทางโรงพยาบาลจะแจ้งให้ทราบต่อไป สำหรับการเลื่อนการฉีดวัคซีนเข็มที่2ออกไปประเมินว่าอาจเป็นเพราะแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) อาจกระจายไปฉีดในกลุ่มเร่งด่วนก่อน กลุ่มผู้สูงอายุและพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง กระทั่ง รพ.ธรรมศาสตร์ ก็ออกมาประกาศว่าถูกเทในเรื่องการจัดส่งวัคซีน จนออกมาโพสต์เหน็บให้เจ็บจี๊ดด้วยการขอไปบริหารประเทศแทนสักเดือนมาแล้ว
@@@ ตามมาอีกหลายรพ.ที่ได้นัด เลื่อน กลับมานัด เช่น บำราศนราดูร และอีกหลายๆ แห่ง ล้วนแต่เกิดความปั่นป่วนทั้งสิ้น และไม่จบเพียงแค่นั้นเมื่อข้าราชการผู้ปฏิบัติงานก็สับสนไปหมดกับข้อมูลจากภาครัฐที่ออกมาว่าให้เขาปฏิบัติกันอย่างไร ทั้งที่บุคลากรการแพทย์ของไทยถือว่าพร้อมที่สุดแล้ว เพียงแต่สับสนกับนโยบายเท่านั้น อันที่จริงระบบสาธารณสุขไทยเจ๋งอันดับต้นๆของโลก บุคลากรแพทย์ไทยเก่งระดับเบอร์ต้นๆของโลก คนเรียนเก่งๆฉลาดที่สุดมักไปเป็นหมอ ง่ายๆว่าครีมของประเทศรวมอยู่ที่สาธารณสุขไทย แต่การเมืองและนโยบายที่ทำให้ตีบตันในหนทางไปสิ้น
@@@ ล่าสุดอวสาน “หมอพร้อม” ก็มาถึง เมื่อ หมอทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. แถลงมาแบบด่วนๆ ยกเลิกลงทะเบียนระบบ “หมอพร้อม” ไปเรียบร้อย โดยให้ใช้ระบบอื่นเข้ามาแทน ส่วนแผนแจกจ่ายวัคซีนจะมีการปรับใหม่ โดยจัดสรรวัคซีนตามเกณฑ์ใหม่ ใช้หลายเกณฑ์ เช่น 1.อัตราติดเชื้อ 2.มุมท่องเที่ยว เศรษฐกิจ 3.กลุ่มบุคคลเสี่ยง เช่น แรงงาน ส่วนของระบบ “หมอพร้อม” จะหันมาเน้นส่วนงานติดตามการฉีดวัคซีนโควิดเข็มที่ 1 และการออกใบรับรองการฉีดวัคซีนมากขึ้น ฟังชัดๆ ประชาชนกลุ่มต่าง ๆ มีทางเลือกใหม่ให้เลือกหลายระบบ เช่น การลงทะเบียนฉีดวัคซีนของจังหวัด อย่างนนทบุรี ภูเก็ต ส่วนกทม.ร่วมมือกับค่ายมือถือและเซตระบบลงทะเบียนขึ้นมาใหม่ ทั้งหมดโฆษกศบค.ว่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และไม่ให้เกิดภาวะคอขวด ติดขัดล่าช้า แต่ไม่รู้จะเชื่อมั่นได้หรือไม่ ว่าจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ บางทีอาจเป็นสาเหตุอื่นเช่นวัคซีนไม่มาคามนัดก็มีความเป็นไปได้ จึงถึงกาลอวสานหมอพร้อม ซึ่งว่าที่จริงก็ดี และน่าจะทำนานแล้วกับระบบจัดสรรใหม่ ถ้าไม่ไหวจริงๆอย่าฝืน ขอความร่วมมือเอกชนเขาพร้อมเข้ามาร่วมช่วยชาติในยามวิกฤติอยู่แล้วขอรับ ฯพณฯ ทั่นทั้งหลาย ปล่อยวางปล่อยมือมาบ้าง ไม่ได้สูญเสียอะไรหรอก แต่เป็นพลังร่วมมือทางสังคมมากกว่า อย่าไปคิดเรื่องหน้าตา เรื่องคะแนนเสียงกันเลยในภาวะเช่นนี้เอาประเทศให้นอดจากโควิดก่อน
@@@ เรื่องบริหารจัดการวัคซีน การแก้ปัญหาโควิด เป็นพิษกับรัฐบาล ความเชื่อมั่นเสื่อมถอยสุดๆ แล้ว ไม่เพียงแต่ตัวรมต.สธ.ที่แทบไม่มีประชาชนฟังแล้วในยามออกมาพูดอะไร แต่ลามถึง “คนเคยรักลุงตู่” ก็แทบไม่เหลือหลอแล้ว ประกอบกันเข้ากับหลายๆ เรื่องแต่จุดพีคอยู่ที่การแก้โควิด ที่ไม่เบ็ดเสร็จ ไม่ตามงาน ปกาศิตที่ไม่ขลังเมื่อลงถึงขั้นปฏิบัติ นำมาซึ่งความเสื่อมทรุด เอาไงดีลุง เดินหน้าก็ท่าจะยาก ถอยหลังก็ลำบาก นาทีนี้ลุงต้องตัดปัญหาการเมืองออกจากสมการการแก้โควิดก่อน ถ้ามัวเกรงใจให้เพื่อนขี่คอ จัดสรรวัคซีนตามฐานการเมือง เพื่อนก็ตัวหนักเข้าทุกวัน ลุงจะแบกไหวหรือ ถ้าไม่ไหวก็ตัดสินใจโดยพลัน เอาเพื่อนลงก่อน เอาประเทศมาก่อน ประชาชนมาก่อน แก้โควิดให้ได้ก่อน คนในบ้านเมืองนี้เขาอดทนกันสุดๆ เป็นไทยทน จนทนไม่ไหวแล้วลุง






