thansettakij
thansettakij
ลึก-ไม่ลับ MSCI-เน็กเก็ตชอร์ต

ลึก-ไม่ลับ MSCI-เน็กเก็ตชอร์ต

27 พ.ค. 64 | 00:20 น.

คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ หนังสือพิพม์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3682 ระหว่างวันที่ 26-29 พ.ค.2564 By...เจ๊เมาธ์

>> แน่ยิ่งกว่าแช่แป้งแล้วว่า ปรากฏการณ์ Sell in May ไม่สร้างผลกระทบที่รุนแรงให้กับตลาดหุ้นไทย แต่อย่าเพิ่งวางใจ 27 พ.ค.นี้ เฝ้าระวังการลดนํ้าหนักหุ้นไทยของ MSCI ที่ตลาดหุ้นไทย จะถูกลดนํ้าหนัก หุ้นจะถูกต่างชาติขายราว 1 หมื่นล้านบาท 

ปรากฏการณ์ MSCI ปีก่อน ช่วงเวลาเดียวกัน ยังจำกันได้ดีใช่มั้ยค่ะ ...ต่างชาติไม่รู้ไปขนหุ้นจากไหนมาขาย ซื้อขายวันเดียวกว่า 2 แสนล้าน ด้วยความร่วมมือของโบรกเกอร์ไทย รายใหญ่เพียงไม่กี่ราย ปล่อยให้ต่างชาติที่ไม่มีหุ้นอยู่ในมือสักหุ้นเดียว ทิ้งหุ้นลงมา หรือที่เรียกว่า เน็กเก็ตชอร์ต (NAKED SHORT) ...โป๊ะแตก เมื่อวิ่งเก็บหุ้นคืนแทบไม่ทัน  เจ๊เมาธ์ หวังจริงๆ ค่ะว่า ปรากฏการณ์แบบนี้ จะไม่เกิดซํ้ารอยอีก ...ทั้งตลาด-ก.ล.ต. เตรียมรับมือแต่เนิ่นๆ เจ้าค่ะ 

>> ดัชนีหุ้นไทยที่เคยตั้งท่าว่าจะขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,600 จุด ก็ไม่สามารถทำได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะการกลับมาระบาดของเชื้อโควิด-19 จนมีผู้ติดเชื้อรายวันทั้งประเทศที่เคยพุ่งขึ้นไปเกือบหมื่นคนต่อวัน รวมถึงมีบริษัทที่ยังไม่สามารถฟื้นตัวจากการระบาดของเชื้อโควิดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว 

อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของบริษัทใหญ่หลายแห่งที่ปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น เช่น ในกลุ่มของบริษัทตระกูล ป. อย่าง PTT PTTEP PTTGC TOP IRPC GPSC รวมถึง OR ที่ต่างก็มีผลงานดีขึ้นในทิศทางที่เป็นบวก ขณะที่หุ้นในกลุ่มนํ้ามัน กลุ่มธนาคาร กลุ่มพลังงานทางเลือก กลุ่มค้าปลีก กลุ่มรับเหมา หรือ กลุ่มธนาคาร และลีสซิง  ผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวขึ้นมาในทิศทางที่เป็นบวกเช่นกัน 

โดยส่วนตัวเจ๊เมาธ์ ยังเห็นว่าโอกาสที่ดัชนีหุ้นไทยจะสามารถกลับไปทดสอบดัชนี 1,600 จุด ได้อีก ยังมีความเป็นไปได้ เร็วๆ นี้ อาจจะมีปัญหาอยู่บ้างก็เรื่องที่ราคาหุ้นในกลุ่มที่ว่าหลายตัวได้วิ่งไปไกลกว่าราคาที่ควรจะเป็น เพราะความคาดหวังและแรงเก็งกำไร 

ดังนั้น การเลือกหุ้นที่ไม่แรงตามกระแสเกินไป...หรือการเลือกหุ้นที่พื้นฐานดีจริงๆ มีโอกาสที่จะสามารถสร้างกำไรได้ ไม่ต้องรีบ...เพียงแต่อย่าไปยึดติดกับหุ้นตัวใดตัวหนึ่งก็พอ 

 >> หลังจากราคาหุ้นลีสซิ่ง อย่าง SAWAD และ MTC ปรับตัวลงหลังจากที่ถูกกระแสโปรโมท...และโม้เกินจริงของ TIDLOR ที่บดบังมานาน ตอนนี้นักลงทุนหลายคนก็ได้  “ดวงตาเห็นธรรม” และได้รู้แล้วว่า แรงดันที่เกิดจากกระแสมันอยู่ได้ไม่กี่วันเท่านั้นเอง  หากว่ากันด้วยเรื่องพื้นฐานของธุรกิจ จะเห็นได้ว่า ทีมการตลาดของ TIDLOR พยายามบอกว่าหุ้นตัวนี้คือ หุ้นแห่งอนาคต ไม่เน้นเรื่องสาขา โดยมีแผนขยายสาขาเพียงแค่ 500 สาขา ใน 3 ปี และจนถึงสิ้นสุดไตรมาสที่ 1/64 แต่การที่ TIDLOR มีสาขาเพียง 1,76 สาขา เท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับ MTC ที่มี 4,884 สาขา และ SAWAD ที่มี 4,750 สาขา พบว่า TIDLOR ยังเสียเปรียบอยู่มาก

ขณะเดียวกันการที่ TIDLOR บอกว่าเน้นการทำธุรกิจไปที่ Digital Platform เป็นหลัก แต่ทั้ง MTC และ SAWAD ต่างก็ให้ความสำคัญและกำลังพัฒนา Digital Platform ของตนเองเช่นกัน นี่ยังไม่รวมถึงผลการดำเนินงาน 1/64 ที่พบว่า TIDLOR ยังตามทั้ง MTC และ SAWAD ทั้งในส่วนของกำไรและอัตราส่วนการทำกำไร ที่ยังห่างชั้นอยู่พอสมควร ดังนั้น เรื่องใครที่ยังคงติดตามหุ้นตัวนี้ก็ต้องดูให้ดีนะคะ ขอยํ้าว่า อย่ารักหุ้น...มากกว่าเงินในกระเป๋า ก็เท่านั้นเองค่ะ

>> หลังจากประกาศตัวชัดเจนว่าจะลงทุนในตลาดเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ทำให้ BROOK กลายเป็นหุ้นที่ราคาหุ้นวิ่งไล่ตามการเคลื่อนที่ของตลาดเงินดิจิทัลอย่างเต็มตัว ถ้าหากจะถามถึงข้อดี ก็แน่นอนว่าด้วยความที่ตลาดคริปโตฯ เป็นกระแสการลงทุนใหม่ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในตลาดการลงทุนโลก ความต้องการในการเก็งกำไรมีเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนที่สูงมากๆ ตามความนิยมที่แพร่หลายมากขึ้น 

ข้อเสียของตลาดคริปโตฯ ก็คือ ความอ่อนไหวและผันผวนในตลาด ที่ผู้ลงทุนไม่สามารถจะควบคุมได้ ซึ่งมันแตกต่างออกไปจากธุรกิจเดิมที่ BROOK เคยทำมาโดยตลอด

มุมมองของเจ๊เมาธ์ เจ๊มองว่าการกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์หลายอย่างมันก็เป็นเรื่องที่ดี...แต่การที่จะลงทุนหนักไปทางด้านใดด้านหนึ่ง โดยเฉพาะในสิ่งที่ยากต่อการควบคุมมันก็ดูน่ากังวลนะคะ ก็เล่าให้ฟัง...เพราะยังไงเงินลงทุนก็อยู่ในกระเป๋าของคุณ ๆ ไม่มีใครล้วงออกมาได้...ถ้าไม่ล้วงออกมาเองเจ้าค่ะ 

>> ราคาหุ้นของ CBG ดูเหมือนว่าจะมีทิศทางที่กลับมาดูดี แต่ถ้ามองเรื่องของข่าวสารตอนนี้ก็คงจะไม่มีอะไร แต่ถ้ามองไปทางด้านของราคาหุ้นทางเทคนิคจะเห็นได้ว่าทั้ง RSI MACD รวมไปถึงการที่ราคาหุ้นยืนเหนือ EMA ทั้ง 15, 45 และ 100 ก็ทำให้มองว่าราคาหุ้นมีโอกาสวิ่งไปตั้งฐานราคาใหม่ที่ 130 บาท และยังมีโอกาสที่จะไปได้ถึง 140 บาทด้วยนะคะ จริงหรือไม่...อีกไม่นานก็ได้รู้กัน 

 >> ในที่สุด หุ้นร้อนอย่าง DELTA ก็กลับคืนฟอร์มการเป็นหุ้นร้อนที่ไม่กลัวใครทั้งสิ้นแบบที่เคยเป็น เพราะถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงการติดคุกการเงิน และอยู่ภายใต้การจับตามองอย่างใกล้ชิดของทางตลาดฯ แต่นั่นก็ไม่มีผลต่อการไล่ราคาของ DELTA แต่อย่างใด ขณะที่ถ้ามองราคาหุ้นของ DELTA ผ่านทางกราฟเทคนิค ก็จะเห็นได้ว่า โอกาสที่จะข้ามราคา 600 บาท ไปได้โดยไม่ยากนัก เพราะไม่ว่าทั้ง RSI MACD และ EMA ต่างก็อยู่ในระดับตัวเลขที่สามารถไปต่อได้ทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม เจ๊เมาธ์ก็ยังอยากจะเตือนนักลงทุนทั้งหลายเอาไว้ด้วยว่า จะเอาเงินจากการเก็งกำไรหุ้น DELTA มันเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ายังไม่แม่นพอ...หรือเงินไม่เย็นพอ เจ๊แนะนำว่าอย่าไปยุ่ง แนะนำว่าหุ้นดีๆ ในตลาดหุ้นไทยยังมีอีกเยอะค่ะ