thansettakij
thansettakij
แรงกดดัน รัฐบาลลุงตู่

แรงกดดัน รัฐบาลลุงตู่

25 พ.ค. 64 | 23:00 น.

แรงกดดัน รัฐบาลลุงตู่ : คอลัมน์ฐานโซไซตี ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3682 หน้า 4 ระหว่างวันที่ 27-29 พ.ค.2564 โดย... ว.เชิงดอย

+++ สถานการณ์การแพร่ระบาดของ “ไวรัสโควิด-19” สำหรับไทยยังต้องต่อสู้กันต่อไป ทั้งการสกัดกั้นการแพร่ระบาด การรักษาผู้ที่ติดเชื้อ โดยข้อมูลของ ศบค. ณ วันที่ 24 พ.ค.64 พบมีผู้ป่วยผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 2,713  ผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 132,213 ราย รักษาหายเพิ่ม 1,565 ราย รวมผู้ป่วยรักษาหายแล้ว 86,100 ราย  ผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่ 45,307 ราย อาการหนัก 1,169 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 406 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 30 ราย  ผู้เสียชีวิตสะสม 806 ราย สำหรับ 10 จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สูงสุด ประกอบด้วย 1.กรุงเทพฯ 951 ราย 2.เพชรบุรี 669 ราย 3.สมุทรปราการ 180 ราย 4.ชลบุรี 106 ราย 5.นนทบุรี 92 ราย 6.สมุทรสาคร 43 ราย 7.ปทุมธานี 36 ราย 8.สงขลา 36 ราย 9.ระนอง 30 ราย 10.นครปฐม 30 ราย ทั้งนี้ พบว่า กทม.ยังคงอันดับที่ 1 แต่ยอดลดจาก 1,000 ราย ขณะที่ เพชรบุรี สมุทรปราการ ยอดติดเชื้อยังสูง

+++  กลายเป็นกลุ่มก้อนที่ใหญ่ที่สุดในการติดเชื้อโควิด สำหรับ “เรือนจำ”  โดย “วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์” รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ รายงานข้อมูล ณ วันที่ 24 พ.ค.64 เวลา 11.00 น. ว่า มี “ผู้ต้องขัง” ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 628 ราย รักษาหาย 22 ราย เสียชีวิต 1 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังที่ยังติดเชื้ออยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 15,373 ราย พบการติดเชื้อเพิ่ม 1 เรือนจำ คือ เรือนจำกลางขอนแก่น รวมเรือนจำและทัณฑสถานที่พบผู้ติดเชื้อ 13 แห่ง ...ขณะที่คนเก่าก็ยังรักษาให้หายไม่หมด ก็มีคนใหม่เพิ่มขึ้นมาเรื่อย คงใช้เวลาอีกระยะใหญ่ที่จะ “เอาอยู่”

+++ ยินดีกับ “จังหวัดเชียงใหม่” ที่วันที่ 24 พ.ค.64 ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่า การติดเชื้อระลองใหม่นี้ มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 4,048 ราย รักษาหายแล้วจำนวน 3,079 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 20 ราย ขณะที่จำนวนการจองคิวฉีดวัคซีนโควิดของชาวเชียงใหม่มีแล้วกว่า 163,456 ราย “พัลลภ แซ่จิว” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า ขณะนี้กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ได้ยื่นความประสงค์จะฉีดวัคซีนโควิดไปแล้วกว่า 6,000 คน โดยขั้นตอนอยู่ระหว่างการตอบรับจากทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ จะเป็นผู้จะพิจารณาว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนเมื่อไหร่ ซึ่งทางสมาคมฯ มองว่า แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดเชียงใหม่มีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ แต่การบริหารจัดการการจอง และการวัคซีนก็เป็นเรื่องที่ต้องมีความชัดเจน  ซึ่งหมายถึงว่าการ “ฉีดวัคซีน” ต้องมีจำนวนเพียงพอกับความต้องการ และต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อที่จะเตรียมเปิดเมืองต้อนรับการท่องเที่ยวได้ภายในเดือน ต.ค.2564 …ก็เป็นความหวังของภาคธุรกิจที่ต้องการให้ “การท่องเที่ยว” กลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้การดำรงชีวิตทั้งของผู้ประกอบการ ลูกจ้าง ผู้ใช้แรงงาน ได้กลับมามีชีวิตชีวาเหมือนเดิมอีกครั้ง แรงกดดันทั้งหมดก็ต้องไปฝากความหวังไว้ที่ “รัฐบาลลุงตู่” ว่าจะบริหารจัดการอย่างไรให้ “ธุรกิจ-คนไทย” ได้กลับมาใช้ชีวิตให้เป็นปกติเหมือนเดิม      

+++ แม้จะมีเสียงเรียกร้องให้เลื่อน “การประชุมสภาฯ” ออกไป เพื่อป้องกันไม่ให้ “รัฐสภา” เป็น “คลัสเตอร์” ของการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่ที่ประชุมกรรมการประสานงาน 4 ฝ่าย คือ รัฐบาล ฝ่ายค้าน วุฒิสภา และ คณะรัฐมนตรี(ครม.) ก็ให้เดินหน้าต่อไป โดยมีเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาประกอบด้วย พระราชกำหนด 2 ฉบับ ที่คณะรัฐมนตรีเสนอ คือ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 และ พ.ร.ก.กำหนดให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 ที่จะพิจารณา ในวันที่ 27-28 พ.ค. ถัดไปจะเป็นการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. ที่มีการแบ่งสรรเวลาการอภิปราย 3 วัน 47 ชั่วโมง 30 นาที

+++ ฝ่ายค้านโดย “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย บอกว่า “การอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบรายจ่ายปี 2565 ครั้งนี้ จะเป็นน้องๆ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” ส่วน “พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุเช่นกันว่า ฝ่ายค้านจะนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาสะท้อนในสภาฯ โดยเฉพาะร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2565 ที่ต้องปรับปรุงแก้ไขให้ทันสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด จะตรวจสอบงบรายจ่ายให้จัดสรรถึงประชาชนได้ดีกว่านี้ …ก็รอดูกันไปสำหรับการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในสภาว่า จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติหรือไม่

+++ ไปปิดท้ายกันที่... ขอแสดงความยินดีกับ "ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ" ประธานคณะผู้บริหาร บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ ซีพีเอฟ ที่ขมักเขม้นดูแลการผลิตอาหารปลอดภัยให้คนไทยอย่างเพียงพอ และส่งมอบอาหารเป็นกำลังใจให้หมอ-พยาบาลมีแรงสู้ภัยโควิด-19 ได้รับข่าวดี 2 เด้ง คือ ผลประกอบการประจำไตรมาส 1/64 ออกมาดีโตต่อเนื่องในช่วงวิกฤติ และยังได้รับรางวัลสูงสุดด้านการดูแลพนักงานปลอดภัย เคารพหลักสิทธิมนุษชน Asia's Best Workplace Report   จากเวทีประกวดรายงานด้านความยั่งยืนแห่งเอเชีย Asia Sustainability Report Awards (ASRA) 2020 ที่สิงคโปร์ ก่อนหน้านี้ยังเป็นอันดับ 1 ของบริษัทไทยใน "องค์กรนายจ้างยอดเยี่ยมระดับโลก ปี 2020" ที่จัดลำดับโดยนิตยสารฟอร์บส จากการดูแลพนักงานปลอดภัยจากโควิด-19 ได้โดดเด่น ...การันตี องค์กรยืนหนึ่งองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน