thansettakij
thansettakij
Blockchain ทำอะไรได้บ้าง

Blockchain ทำอะไรได้บ้าง

26 ส.ค. 63 | 05:04 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ส.ค. 63 | 12:08 น.

มาถึงวันนี้ น้อยคนนักที่จะไม่เคยได้ยินคำว่า บล็อกเชน แต่คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงบล็อกเชนว่า เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของ Cryptocurrency และเป็นเพียงเทคโนโลยีภาคการเงิน หรือ ฟินเทค (FinTech) แต่ด้วยคุณสมบัติความโปร่งใส กระจายอำนาจออกจากศูนย์กลางหรือ Decentralised และความปลอดภัย เทคโนโลยีบล็อกเชนจึงมีประโยชน์ต่อการจัดการข้อมูลจำนวนมากๆ เช่น 

สาธารณสุข

การกระจายอำนาจออกการศูนย์กลางของบล็อกเชนขึ้นกับลักษณะของ Node ดังนั้น บล็อกเชน จึงมีระดับการกระจายที่หลากหลายตามแต่ผู้สร้างจะกำหนดและในบริบทด้านสาธารณะสุข บล็อกเชน ก็จำเป็นจะต้องมีความเป็นส่วนตัว เข้าถึงได้เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น 

บล็อกเชนสามารถใช้เป็นช่องทางสำหรับทำประวัติและติดตามการรักษาของผู้ป่วยจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยสูง ทั้งยังลดความเสี่ยงจากความเสียหายทางเครื่องมือ หรือการเข้ามายุ่งเกี่ยวจากบุคคลที่สาม และในการเพิ่มข้อมูลผู้ป่วยแต่ละครั้ง จะต้องมีการยืนยันจากบุคคลอื่นก่อนจึงจะสมบูรณ์ จึงถือเป็นการตรวจสอบอีกหนึ่งขั้น เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่เกิดจากความ สะเพร่าของบุคลากร หรือการจงใจปลอมแปลงข้อมูลการรักษา 

นอกจากนี้ บล็อกเชนยังติดตามกระบวนการผลิตเวชภัณฑ์ได้ตั้งแต่แรกเริ่ม ไปจนถึงขั้นตอนการขนส่ง จึงสามารถช่วยลดปัญหาการปลอมแปลงยา และยังช่วยป้องกันการเรียกเงินประกันเกินจริงจากการรักษาที่ไม่จำเป็น ทั้งยังส่งเสริมการร่วมมือกันระหว่างคลินิก สถานพยาบาล และศูนย์บริการทางสุขภาพ ที่อาจมีความลำบากในการแบ่งปันข้อมูลซึ่งกันและกัน เนื่องจากแต่ละที่มีรูปแบบการเก็บข้อมูลที่แตกต่างกันไป แต่บล็อกเชนสามารถทำให้สถานการรักษาที่ได้รับอนุญาตเหล่านี้ เข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยชุดเดียวกันได้ โดยไม่ต้องกังวลถึงเรื่องความแตกต่างของระบบอีกต่อไป 

 

การปกครอง

เทคโนโลยีบล็อกเชนส่งเสริมประชาธิปไตยได้ด้วยลักษณะการ
กระจายอำนาจ เพิ่มความถูกต้อง โปร่งใส และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ปัจจุบันข้อมูลราชการส่วนใหญ่ถูกจัดเก็บไว้ที่ฐานข้อมูลส่วนกลาง ควบคุมโดยผู้มีอำนาจไม่กี่กลุ่ม หากมีการบิดเบือนข้อมูลเกิดขึ้นก็สามารถปกปิดได้โดยง่าย บล็อกเชนสามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้โดยกำหนดผู้ยืนยันข้อมูล (Validating Node) ซึ่งอาจเป็นกลุ่มทางการเมือง องค์กรต่างๆ หรือกระทั่งภาคเอกชน มหาวิทยาลัย และประชาชน ตามความเหมาะสมของประเด็นนั้นๆ 

บล็อกเชนยังทำให้การตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐเป็นไปได้โดยง่าย ไม่ว่าจะเป็นการคอรัปชั่นหรือใช้อำนาจในทางที่ผิด และเมื่อเข้าถึงบันทึกทางการเงินได้ ก็เป็นเรื่องยากที่เจ้าหน้าที่รัฐจะยักยอกเงิน หรือฟอกเงิน โดยปราศจากผู้รู้เห็น นอกจากนี้ บล็อกเชนยังช่วยสร้างความโปร่งใสในการเลือกตั้งและการลงคะแนนเสียงต่างๆ ได้ เพราะสามารถยืนยันได้ว่าทุกคะแนนเสียงจะได้รับการบันทึกและไม่ถูกแทรกแซง

อีกหนึ่งประโยชน์ของบล็อกเชนคือการลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานเอกสาร ทั้งยังมีประสิทธิ ภาพมากกว่าโดยสามารถช่วยดำเนินการเอกสารสำคัญทางราชการ เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า ให้แก่ประชาชน หรือกระทั่งเก็บภาษีโดยวิเคราะห์บันทึกบัญชีแยกประเภทแล้วจึงหักภาษีตามกฎหมาย ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายลงไปได้มาก

Blockchain ทำอะไรได้บ้าง

 

อัตลักษณ์ดิจิทัล 

ประโยชน์หลักของบล็อกเชนและการเข้ารหัสคือ ผู้ใช้สามารถควบคุมอัตลักษณ์ของตนได้ดี
ยิ่งขึ้น ซึ่งหมายความว่า แต่ละบุคคลจะมีสิทธิครบถ้วนในการควบคุม พิจารณาการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของตน ไม่ว่าจะที่ไหนและเวลาใด เช่น การเก็บข้อมูลบัตรเครดิตไว้ในวอลเล็ท และใช้ไพรเวทคีย์ในการอนุญาตทำรายการ เพื่อยืนยันตัวตนว่าผู้ใช้เป็นเจ้าของบัตรเครดิตจริง

และด้วย zero-knowledge proofs บล็อกเชนยังทำให้ผู้ใช้สามารถพิสูจน์ตัวตนได้ แม้ข้อมูลจะถูกเข้ารหัสไว้ก็ตาม จึงทำให้ข้อมูลส่วนตัวไม่ถูกเปิดเผย เช่น การยืนยันว่าบุคคลหนึ่งมีอายุถึงเกณฑ์ที่จะสามารถขับรถ หรือเข้าสถานบันเทิงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่ต้องแสดงวันเกิด หรือการยืนยันสถานะผู้ลงทุนที่ได้จากรัฐบาล เพื่อให้ผู้ค้าทราบว่ามีการรับรองเกิดขึ้นจริง แต่ไม่สามารถทราบข้อมูลอื่นมากกว่านั้น จึงช่วยลดความเสี่ยงจากการเปิดเผยข้อมูลที่อ่อนไหวสู่สาธารณะของฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์นั่นเอง 

 

คอลัมน์ยังอีโคโนมิสต์

โดย : ปรมินทร์ อินโสม 

ประธานกรรมการบริหาร 

บริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

 

หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,604 วันที่ 27 - 29 สิงหาคม พ.ศ. 2563

  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • columnist