
ทัวร์ส้มลง... เพราะคิดต่าง ยุทธวิธีทำลายล้างคนไทย
ทัวร์ส้มลง... เพราะคิดต่าง ยุทธวิธีทำลายล้างคนไทย : คอลัมน์ทางออกนอกตำรา ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3595 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 26-29 ก.ค.63 โดย... บากบั่น บุญเลิศ
ทัวร์ส้มลง...
เพราะคิดต่าง
ยุทธวิธีทำลายล้างคนไทย
ผมเป็นคนที่ให้ความสนใจและชื่นชมแบบรื่นรมย์ในเงาติด กับข้อเสนอแนะ หลักคิดของบรรดานักเลือกตั้ง นักการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และนักคิด ที่มีข้อเสนอแนะในเชิงสร้างสรรค์มาตลอด
ผมมองว่า ความคิดที่หลากหลาย แง่มุมที่เห็นต่าง คือขุมทรัพย์ทางปัญญาที่หาค่ามิได้
ทว่าในสภาพสังคมไทยปัจจุบันที่เป็นสังคมเปิด เป็นสังคมเสรีแห่งความคิดเห็น ได้ถูกผู้คนรุ่นใหม่-รุ่นเก่า ที่ถูกล้างสมองแบ่งแยกเขา แบ่งแยกเรา ทำลายความงดงามแห่งขุมทรัพย์ทางปัญญาไปด้วยคำด่าทอแบบกักขฬะ สถุล เพื่อแยกเขา แยกเรา ทาสีเทา ทาสีเหลือง ทาสีดำ ทาสีแดง ทาสีส้ม จนเปรอะไปหมด
การล้างสมองทางความคิด ผ่านยุทธศาสตร์การจัดตั้งนักเลงคีย์บอร์ดเพื่อชี้นำทางความคิด ผ่านการสร้างวาทกรรมทำลายล้าง ได้ระบาดออกไปในแทบทุกอณูของประเทศ โดยที่ผู้คนมิอาจปฏิเสธได้เสียแล้ว
สติที่เคยนำมาซึ่งปัญญาของผู้คนจึงถูกทำลายไปด้วย โลกที่ไม่รู้อะไรดีอะไรเลว ขอเพียงได้แสดงความคิดเห็นด่าทอ ข้าก็พอใจไปเรียบร้อยโรงเรียนดิจิทัลไปแล้ว ทั้งๆ ที่แง่คิดมุมมอง แต่ละอย่างล้วนมีรสนิยม
23 ก.ค.63 - ไพวรินทร์ ขาวงาม ศิลปินแห่งชาติและกวีซีไรต์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแบบกวีกระวาดได้อย่างดงามในสติ
“คุณเรียกตัวเองฝ่ายเสรีประชาธิปไตย พอผมบอกไม่เห็นด้วยกับแนวคิดคุณคุณด่าว่าผมเป็นฝ่ายเผด็จการ...
คุณเรียกตัวเองฝ่ายก้าวหน้า พอผมวิจารณ์พฤติกรรมคุณ คุณด่าว่าผมเป็นคนรุ่นเก่าไดโนเสาร์เต่าล้านปี...
คุณเรียกร้องความยุติธรรม พอผมถามยุติธรรมแบบไหนของใคร คุณหาว่าผมชาชินกับความอยุติธรรม
คุณเรียกหาความเท่าเทียม พอผมถามแค่ไหนเท่าเทียมคุณหาว่าผมยอมรับความเหลื่อมล้ำ”
ทัวร์ส้มลงสิครับ....เยาวชนคนรุ่นใหม่ ยังคนรุ่นแก่ด่ากันไฟแล่บสนั่นทุ่ง
22 ก.ค.2563 กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เฟซบุ๊กเสนอว่า รัฐบาลลุงตู่ปรับ ครม. ประชาชนต้องได้ประโยชน์ โดยยก 10 ความกล้า! ที่รัฐบาลต้องทำ
1. กล้า..ช่วย SME ให้รอด โดยเสนอให้อัดฉีดเงินช่วยเหลืออย่างมีระบบให้เข้าถึงเจ้าของธุรกิจโดยเฉพาะขนาดเล็ก-กลางได้ง่ายเร็วและทั่วถึง
2. กล้า..รื้อการใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน ผ่านกระบวนการยกเลิกแผนการใช้เงินแบบงบปกติมาเป็นมาตรการยิงตรงที่ไปที่ปัญหา เบิกจ่ายเร็ว ลดการรั่วไหล
3. กล้า..กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศอย่างเข้มข้น โดยต้องหา “จุดสมดุลระหว่างการควบคุมโรคระบาดและเร่งการกระตุ้นเศรษฐกิจ" ให้ได้
4. กล้า.. ‘disrupt’ ตัวเองด้วย GovTech ระบบราชการทั้งหมดต้องเปลี่ยนจาก ‘ระบบลายเซ็น’ อกสาร มาเป็น e-government อย่างแท้จริง
5. กล้า..ทำงานเป็นมืออาชีพ รัฐบาลต้องเป็นหนึ่งเดียว เลิกชิงดีชิงเด่น เลิกต่างคนต่างทำ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจต้องทำงานอย่างสอดประสานกัน เลิกแยกพรรคแยกพวกแย่งโควต้า
6. กล้า..กำหนดยุทธศาสตร์ในแต่ละภาคอุตสาหกรรม ควรมองความเชื่อมโยงของอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของไทย และ Target Group ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวใหม่
7. กล้า..เปลี่ยนส่วยเป็นภาษี เพราะมีผู้ได้ประโยชน์เป็นผู้มีอิทธิพลไม่กี่คน ลดภาระที่ไม่เป็นธรรมของคนในสังคม
8. กล้า..สร้างงานและสวัสดิการถ้วนหน้า ต้องมีมาตรการเร่งด่วนรองรับปัญหาการว่างงานโดยเฉพาะแรงงานภาคบริการและกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ เพื่อพร้อมกระตุ้นการสร้างงานทันที
9. กล้า..สร้างอนาคตให้ภาคการเกษต ใช้ พรก. กู้เงิน พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกรรายย่อย(โครงการ 1 หมู่บ้าน 1 บ่อน้ำ)- งบกองทุนเครื่องจักรทางการเกษตร นำBig Data มาช่วย Agri Tech ให้ข้อมูลดินฟ้าอากาศที่แม่นยำและวางแผนการปลูก
10. กล้า..สร้างระบบการศึกษาที่สร้างอาชีพให้เด็กไทย หนุนการศึกษาในสายวิชาชีพ จบแล้วต้องมีงาน และทำงานได้จริง เลี้ยงชีพได้จริง
ถ้าพิจารณาในรานยละเอียดจะพบว่าล้วนเป็นข้อเสนอแนะที่ดีงาม น่านำไปปรับใช้ไม่ต้องกล้าทั้ง 10 ข้อ เอาข้อสองข้อก็พาประเทศรอดได้ระดับหนึ่งแล้ว
ข้อเสนอของ คุณกรณ์ บางอย่างตรงกับพรรคก้าวไกลสายสีส้มคนรุ่นใหม่ที่พยายามนำเสนอ เช่น สวัสดิการถ้วนหน้า การรื้อแผนการใช้เงินกู้ 400,000 ล้านบาท
แต่กลับกลายเป็นการจัดทัวร์นักเลงคีย์บอร์ดสายสีส้มมาลง เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ ด้วยวาทกรรมทำลายล้าง การผรุสวาท ด่าทอ แบ่งเขา ทำลายเรา โดยไม่สนใจที่มาที่ไป บริบท และติดกับดักวิธีการแบบมุ่งการทำลาย มากกว่าที่จะเคารพความต่าง หรือการสนใจกับเนื้อหาสาระ
สิ่งเหล่านี้สะท้อนความใจแคบ ของผู้คนในสังคม โดยเฉพาะบรรดานักเลงคีย์บอร์ด นักรบรุ่นใหม่ของเมืองไทยให้กลายเป็นผู้คนที่หูตามืดบอด
มันเป็นเพราะอะไร ใครคือคนที่สร้างค่านิยมความคิดเห็นแบบทำลายล้าง สร้างความแตกแยกในการคิดต่างขึ้นมาในสังคมไทยได้ขนาดนี้
ผมเคยได้ยินเรื่องการสร้าง “Orange Gard-Red Gard-Blue Gard”มานาน แต่เพิ่งเห็นอิทธิฤทธิ์แห่งการทำลายล้างสร้างความจงเกลียดชงชังให้มีผลในทางสังคมสูงก็ตอนนี้แหละครับ..คุณอาจปล่อยให้เรื่องนี้เลยผ่านโดยไม่แยแสก็เรื่องของคุณ แต่ผมไม่ต้องการให้สังคมไทยเป็นสังคมทำลายล้างสมองทางความคิดจนสังคมแตกแยกเด็ดขาด
วันก่อนหน้า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เร่งสร้างความชัดเจนเรื่องการปรับครม.เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น โดยเฉพาะรายชื่อทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ ที่มีผู้ถูกปฏิเสธไป
และได้ตั้งข้อสังเกตว่า บุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง มาด้วยความสามารถ หรือมาตามคณิตศาสตร์ทางการเมืองอย่างเดียว
พิธาเสนอแนะว่า นายกฯต้องเลือกบุคคลที่เหมาะสมกับงาน ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และปราศจากแรงกดดันทางการเมือง เพราะปัญหาขณะนี้หนักหน่วงรุนแรง
ผลคือ ทัวร์ลง ฝ่ายรัฐบาลถล่ม นักรบคีย์บอร์ดสายส้มชื่นชม และตอบโต้อย่างดุเด็ดเผ็ดมันชนิดที่ไม่เคยอ่านหนังสือคุณสมบัติผู้ดีกันเลย
ผู้คน เยาวชนคนรุ่นใหม่ในบ้านนี้ เมืองนี้ ช่างมืดบอดดีแท้!






