
2 วันที่ทำให้เสื่อมจากความเจริญ
ทำมา..ธรรมะ โดย ราช รามัญ
Facebook ราช รามัญ
ในหนึ่งวันที่ผ่านไปๆเราทำอะไรอยู่ เป็นคำเตือนของพระพุทธเจ้าที่สอนต่อพระสงฆ์และฆราวาส ว่าวันหนึ่งๆนั้นเราลงมือทำอะไรไปบ้างแล้ว สิ่งที่เตือนใจเรายังอยู่หรือไม่..สติยังอยู่คู่กายหรือไม่
แม้ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะดับขันธ์ปรินิพพานก็เตือนอีกครั้งว่า ขอให้ท่านทั้งหลายตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ไม่ว่าจะเป็นการประมาทในการใช้ชีวิต ประมาทในการลงทุน ประมาทในการทำงานด้านบริหาร ประมาทในการมีมุมมองและวิธีคิดต่างๆนานา
นอกจากการใช้ชีวิตที่ปราศจากการประมาทแล้ว ยังมีอีกสองวันที่น่ากลัวสำหรับมนุษย์ที่มีใจปรารถนาความสำเร็จ ความเจริญในหน้าที่การงาน เพราะสองวันนี้อาจหยุดชีวิตของคุณไม่ให้สามารถก้าวเดินไปต่อได้ แล้วสองวันนี้ผู้คนทั้งหลายก็มักจะพลาดอยู่เสมอๆ
วันแรก คือ การลงมือทำสิ่งต่างๆลงไปโดยไม่ได้คิด
การลงมือทำอะไรลงไปโดยไม่ได้คิด เป็นการกระทำที่ประมาท เป็นการกระทำที่ขาดสติอย่างชัดเจน พอทำแล้วก็มาคิดได้ว่า รู้งี้..ไม่ทำ รู้งี้ รู้งั้นอยู่ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้พระพุทธองค์จึงเน้นย้ำหนักหนาว่า
“อย่าประมาท”
เพราะความประมาททำให้เสื่อม อาการเสื่อมที่ส่งผลหนักสุด คือ ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นเอง
วันที่สอง คือ คิดแล้วไม่ได้ลงมือทำ
คนบางคนเป็นคนช่างคิด คิดอะไรมากมายเยอะไปหมด แต่ทว่าไม่เคยลงมือทำ คิดตลอดเวลา คิดไปไม่เคยหยุดหย่อน มีโครงการร้อยแปดพันเก้า แต่ไม่เคยลงมือทำอะไรเลย
อันนี้ก็ทำให้เสื่อมได้ไม่แพ้วันแรก เสื่อมที่ดูเหมือนคนไม่จริงจัง ไม่เอาจริง ไม่สู้ชีวิตคิดเพียงอย่างเดียวแล้วก็ทิ้งสิ่งที่คิดนั้นไปเรื่อยๆแบบไร้จุดหมาย อีกนัยหนึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า คนแบบนี้ เป็นคนที่ประมาทอีกประเภทหนึ่งประมาทโดยที่ไม่มีจิตอยู่กับปัจจุบัน ไม่มีสติอยู่กับปัจจุบันตลอดเวลา
ดังนั้น ทั้งสองวัน ไม่ว่า วันที่ลงมือทำโดยไม่ได้คิด และวันที่คิดแต่ไม่ได้ลงมือทำ เป็นสองวันที่ทำให้มนุษย์เสื่อมอย่างแท้จริง ด้วยเหตุผลตามที่พระพุทธเจ้าสอน คือ ประมาทต่อการใช้ชีวิต เหตุที่ประมาทก็เพราะขาดสตินั้นเอง






