
กรรมบางอย่างเราสร้างโดยไม่รู้ตัว
ทำมา..ธรรมะ โดย ราช รามัญ
Facebook ราช รามัญ
วันนี้จะคุยเรื่องของกรรมอีกสักคราวหนึ่ง...เพราะดูเหมือนว่า กรรมที่คนพุทธเชื่อนั้นยังเป็นอะไรที่เข้าใจในส่วนของวิบากกรรม(ผลกรรม)นั้นมากกว่าต้นเหตุแห่งกรรม
อย่างที่เคยเขียนไปคราวหนึ่งว่า มโนกรรม คือ กรรมที่แรงสุด ทีนี้ในความเป็นมโนกรรมนั้น โดยมากถ้าเกิดจากการคิดของเรา ในเรื่องร้ายลบก็ย่อมเป็นกรรมของเราที่ผูกขึ้นเองแล้วก็รับเอง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ธรรมดามาก
แต่มีกรรมอีกอย่างหนึ่ง...ที่เกิดจากวาจาของเรา ซึ่งบางครั้งเราเองนั้นเป็นต้นเหตุแต่มักจะอ้างว่าไม่มีเจตนา แล้วก็พลอยคิดไปเอาเองเสียว่า ไม่เป็นกรรมอะไรเพราะเราไม่ได้เจตนาใดๆทั้งสิ้น
กรรมที่กล่าวถึงนี้ เป็นลักษณะที่เกิดจากคำพูดของเรา ที่เราพูดออกไป แล้วทำให้ผู้ที่ได้ยินนั้นนำเอาไปคิดต่อ...ว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ที่เราพูดออกไปเป็นการกล่าวว่าร้ายเขา กระแทกเขา ตำหนิเขา
ซึ่งลักษณะกรรมแบบนี้เรียกว่า วจีกรรม ซึ่งตัวเราเองนั่นแหละ เป็นต้นเหตุแห่งความทุกข์ของผู้อื่น
กรรมแบบนี้ก็หนักหนาไม่แพ้มโนกรรมเช่นกัน และ เราจะไปคิดเสียว่า ไม่มีเจตนาแบบนั้น ไม่ได้คิดแบบที่เขาคิดหรือรู้สึก จึงถือว่าไม่น่าจะเป็นบาปกรรมของเรา ก็คงไม่ได้
เพราะคำพูดนั้นได้ออกจากปากเราไปแล้ว และผู้ฟังก็คิดไปแล้ว ด้วยเหตุแห่งวจีกรรม หรือ กรรมาทางวาจา ที่พระพุทธเจ้าทรงเน้นหนักหนาให้เราระมัดระวังอย่างมากในการสื่อสารพูดออกไปก็ด้วยเหตุนี้
เราเองจะหลายเป็นต้นเหตุแห่งกรรมทั้งปวง ด้วยตัวของเราเอง โดยที่เราไม่รู้ตัวเอง ดังนั้นขอให้เข้าใจเสียใหม่ว่า กรรมอีกลักษณะหนึ่งที่อันตรายเหมือนกัน มีผลหนักเหมือนกัน คือ เราเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผู้อื่นมีความทุกข์ ไม่ว่าจะทางกาย ทางวาจา หลายๆพระสูตรในพระไตรปิฎกพระองค์จึงเน้นย้ำหนักหนาถึงเรื่องการกระทำ อาทิ ศีลข้อที่1 ข้อ2 ข้อ3 และ ข้อ5 ส่วนข้อที่4 เป็นในเรื่องของการพูดจา หรือ วจีกรรม รวมไปถึงการพูดแบบโกหก เพ้อเจ้อ ส่อเสียด หยาบคาย ด้วย






