thansettakij
thansettakij
การขับเคลื่อนประเทศไทย โลกหลังโควิด

การขับเคลื่อนประเทศไทย โลกหลังโควิด

16 พ.ค. 63 | 06:00 น.

คอลัมน์ทางออกนอกตำรา ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3575 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 17-20 พ.ค.63 โดย... บากบั่น บุญเลิศ

          เข้าสู่บทสุดท้ายของบทความ “โลกเปลี่ยนไทยปรับ” ที่คณะกูรูของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ภายใต้การบริหารของ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.กำกับดูแลกันนะครับ บทนี้จะพูดถึงการขับเคลื่อนประเทสหลังจากนี้ไปว่าจะทำอย่างไร

          กูรูเขาเสนอดังนี้ว่า ควรนำหลักคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงข้างต้น นำมาสู่การพัฒนาโมเดลการขับเคลื่อนประเทศไทยที่เป็นรูปธรรม ภายใต้ “BCG Economy Model” ซึ่งเป็นการผนึก 3 เศรษฐกิจเข้าด้วยกัน คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ

          BCG Economy Model เป็นการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน โดยนำจุดแข็งของประเทศไทย อันประกอบด้วย “ความหลากหลายทางชีวภาพ” (Bio-Diversity) และ “ความหลากหลายทางวัฒนธรรม” (Cultural Diversity) มาต่อยอดและยกระดับมูลค่าในห่วงโซ่การผลิตสินค้าและบริการ ครอบคลุม 4 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ประกอบไปด้วย

          1) เกษตรและอาหาร 2) สุขภาพและการแพทย์ 3) พลังงาน วัสดุ และเคมีชีวภาพ และ 4) การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้ครอบคลุม 5 ใน 10 อุตสาหกรรม S-Curve โดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันกว่า 3.4 ล้านล้านบาท และมีกำลังแรงงานอยู่ในระบบกว่า 16.5 ล้านคน ซึ่งหากมีนโยบายและการบริหารจัดการที่เหมาะสมประมาณการว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า กลุ่มอุตสาหกรรมภายใต้ BCG Economy Model นี้ จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไปได้ถึง 4.4 ล้านล้านบาท และจ้างงานได้กว่า 20 ล้านคน

          BCG Economy Model นั้น นอกจากจะมีบทบาทในการสร้างความเข้มแข็งจากภายในผ่านการกระจายโอกาสและความมั่งคั่งแล้ว ยังเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจภูมิภาค เข้ากับเศรษฐกิจโลกด้วย

          ที่สาคัญ BCG ยังเป็นโมเดลที่สามารถตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยครอบคลุม 10 ใน 17 เป้าหมายของ SDGs มิเพียงเท่านั้น BCG ยังเป็นโมเดลที่สนับสนุนหลักคิด “เดินหน้ำไปด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้ำงหลัง” โดยเป็นการสานพลังงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในลักษณะ “จตุรภาคี” (Quadruple Helix) ระหว่าง ชุมชน ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย/ สถาบันวิจัย/ หน่วยงานภาครัฐ และเครือข่ายต่างประเทศ

          ในการผลักดันสู่การปฏิบัติ BCG Economy Model จะประกอบด้วย 4 ตัวขับเคลื่อน (BCG Drivers) และ 4 ตัวส่งเสริม (BCG Enablers) โดย 4 ตัวขับเคลื่อนประกอบไปด้วย 1. การพัฒนาสาขายุทธศาสตร์ 2. การพัฒนาเชิงพื้นที่ 3. การพัฒนาธุรกิจและผู้ประกอบการ และ 4. การพัฒนาเทคโนโลยีและองค์ความรู้ขั้นแนวหน้า

          ส่วน 4 ตัวส่งเสริมประกอบไปด้วย 1. การปลดล็อคข้อจำกัดทางกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ 2. การสร้างความสามารถของกำลังคน 3. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญและสิ่งอำนวยความสะดวก และ 4. การยกระดับเครือข่ายพันธมิตรระหว่างประเทศ โดยการขับเคลื่อนทั้งหมดนี้ ตั้งอยู่บนดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อเชื่อมโยงและยกระดับห่วงโซ่มูลค่าของ BCG

          BCG Economy Model ก่อให้เกิดการเติบโตอย่างมีส่วนร่วมให้กับทุกภาคส่วน (Inclusive Growth) โดยมุ่งเน้นการยกระดับผลิตภาพในระดับฐานรากของพีระมิด ไปจนถึงการสร้างนวัตกรรมในระดับยอดของพีระมิด อาทิ

          • เกษตรและอาหาร: การบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาพันธุ์ เกษตรแม่นยำา ไปจนถึงอาหารสุขภาพมูลค่าสูง

          • สุขภาพและการแพทย์: การพัฒนาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ยา ชีววัตถุ สมุนไพร ไปจนถึงโอมิกส์ (OMICs) การแพทย์สมัยใหม่ และการแพทย์แม่นยา

          • พลังงาน และวัสดุชีวภาพ: การพัฒนาชีวมวล วัสดุทางการเกษตร เชื้อเพลิงชีวภาพ ไปจนถึง วัสดุชีวภาพ หรือสารมูลค่าสูง

          ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยวชุมชน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์ ไปจนถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

          นอกจากการขับเคลื่อนในเชิงสาขายุทธศาสตร์แล้ว BCG Economy Model ยังครอบคลุมแนวทางการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ (Area-based BCG) ซึ่งอาศัยความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลายของวัฒนธรรมที่มีในแต่ละภูมิภาคของประเทศมาเป็นจุดแข็งในการขับเคลื่อน เปิดโอกาสให้แต่ละพื้นที่สามารถพึ่งพาตนเอง พึ่งพากันเองและรวมกันเป็นกลุ่มอย่างมีพลัง ตามหลักคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

          การขับเคลื่อน BCG ในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย ประกอบด้วย

          • ภาคเหนือ: มุ่งเน้นในเรื่องของการยกระดับข้าวด้วยนวัตกรรม ระบบเกษตรปลอดภัยมาตรฐานส่งออก ท่องเที่ยวสุขภาพเชื่อมโยงวัฒนธรรม หรือการนำวัฒนธรรมเชิงพื้นที่ เช่น วัฒนธรรมล้านนา มาสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ พัฒนาสินค้าและบริการ

          • ภาคอีสาน: มุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาโปรตีนทางเลือกจากแมลง ระบบแก้ไขปัญหาและป้องกันโรคพยาธิใบไม้ในตับ การพัฒนาระบบบริหารจัดการแหล่งน้ำขนาดเล็ก และการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามวิถีชีวิตวัฒนธรรม และความเชื่อริมฝั่งโขง

          • ภาคตะวันออก: มุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาผลผลิตทางด้านการเกษตรโดยเฉพาะกลุ่มไม้ผล การพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมถึงการสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่

          • ภาคกลาง: มุ่งเน้นการพัฒนาในเรื่องการจัดการขยะ นวัตกรรมเพื่อสังคมสูงวัย หรือพัฒนานวัตกรรม ต่อยอดกิจกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่

          • ภาคใต้: มุ่งเน้นการพัฒนาในเรื่องนวัตกรรมอาหารฮาลาล ท่องเที่ยวมูลค่าสูงใน 3 จังหวัดภาคใต้ นวัตกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และกิจกรรมสร้างสรรค์เชิงพหุวัฒนธรรม