
คลายล็อกเฟส 2 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
คอลัมน์ฐานโซไซตี ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3573 หน้า 4 ระหว่างวันที่ 10-13 พ.ค.63 โดย... ว.เชิงดอย
+++ ถือเป็นเรื่อง “น่ายินดี” อย่างยิ่งที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทย ลดลงจนอยู่ในระดับมี “ผู้ติดเชื้อใหม่” ระดับต่ำว่า 5 คน มาหลายวัน บางวันมี 1-3 คน ขณะที่ “ผู้เสียชีวิต” บางวันก็มี บางวันก็ไม่มี นี่จึงเป็นจุดที่อาจจะนำไปสู่การ “คลายล็อก” มาตรการต่าง ๆ ในเฟสสอง ในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้
+++ โดยเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงหลังการประชุม ศบค. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นประธาน ถึงการรายงานการดำเนินการมาตรการผ่อนปรนสถานที่ต่าง ๆ ว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้รายงาน เช่น เรื่องการปิดสถานดูแลผู้สูงอายุ ประเภทไปกลับขอให้ปิดเพราะเสี่ยงการแพร่เชื้อ แต่ประเภทค้างคืน หรือนอนติดเตียงให้ดำเนินการต่อไปได้ ขณะที่ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ วัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ สินเชื่อในห้าง ประชาชนจำเป็นต้องซื้อหา ที่ประชุมจึงเห็นชอบระดับหนึ่ง ส่วนในข้อกฎหมายให้ วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายไปดูว่าจะผ่อนปรนอย่างไรไม่ให้ขัดกับกฎหมาย โดยให้กระทรวงมหาดไทยสรุปต่อไป
+++ อย่างไรก็ตาม นพ.ทวีศิลป์ ได้แย้มถึงไทม์ไลน์การผ่อนปรนมาตรการในระยะที่สอง หรือ กิจการและกิจกรรมสีเขียวจะเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่ว่า วันที่ 8-12 พฤษภาคม จะเป็นการรับฟังความคิดเห็น วันที่ 13 พฤษภาคม จะซักซ้อม ทำความเข้าใจ และวันที่ 14 พฤษภาคม จะยกร่างผ่อนปรนระยะที่สอง เพื่อเสนอ “นายกรัฐมนตรี” ถ้าไม่เกิดมีผู้ติดเชื้อสูง และ 17 พฤษภาคม จะเริ่มผ่อนปรนระยะที่สอง แต่ก่อนจะถึงวันที่ 17 พฤษภาคม ขอให้ทุกคนช่วยกัน ร่วมมือร่วมแรงกันหยุดเชื้อโควิด-19 ขนานใหญ่
+++ “หมอทวีศิลป์” บอกว่า การเปิดห้างสรรสินค้า ในวันที่ 17 พฤษภาคมนั้น ถ้าประชาชนร่วมมือได้ดีเปิดแน่นอน ทุกคนต้องการกลับไปสู่ปกติ เพื่อให้มีการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและสังคม แต่ละธุรกิจถ้ามั่นใจและมีมาตรการที่ดี ผู้ประกอบการต้องคิดด้วย อาจจะมีการรวมกลุ่มกันเป็นองค์กรและมีมาตรการตรวจสอบระหว่างกัน ก็จะทำให้การทำงานรวดเร็วและเป็นไปได้ด้วยดี ที่สำคัญ สุดท้ายขึ้นอยู่กับประชาชนต้องร่วมมือกัน และต้องทำวันนี้ให้ดี ก่อนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม ถ้าตัวเลขผู้ติดเชื้อยังเป็นหลักเดียว จะได้ไปเดินได้อีกหลายสถานที่ในวันข้างหน้า
+++ โฆษกศบค.ย้ำว่า ขอให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างเข้มงวด และให้กำหลังใจ แม้จะอยู่ในสถาการณ์ที่น่าพอใจแต่ยังต้องเข้มงวด ต้องไม่ให้มีเชื้อเข้ามาในประเทศ ห้ามละเลยมาตรการ และให้หน่วยงานความมั่นคงเข้าไปตรวจ ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการอย่างใกล้ชิด รวมถึงมาตการด้านต่างประเทศ เพราะในต่างประเทศยังมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง …อยู่ที่ “คนไทย” แหละครับว่า จะได้ออกไปใช้ชีวิตตามปกติในแนว “วิถีใหม่” หรือไม่ เร็ว หรือ ช้า อย่างน้อยมาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ช่วงนี้ก็คงต้องยึดถือปฏิบัติกันไปเรื่อย ๆ ตราบที่จะมีการคิดค้น วิจัย “วัคซีน” ป้องกัน หรือ ยารักษาเชื้อโรคโควิด-19 ได้ นั่นแหละถึงพอจะเบาใจได้
+++ มีคำชื่นชมจาก “นานาชาติ” อยู่เป็นระยะสำหรับการรับมือกับโควิด-19 ของ “ประเทศไทย” ล่าสุด แอลลัน เจมส์ มักคินนัน เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ได้เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง โดยทูตออสเตรเลีย ได้ชื่นชม และแสดงความยินดีที่ไทยสามารถควบคุมสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี จากตัวเลขผู้ติดเชื้อถือว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งส่งผลให้ชาวออสเตรเลียในประเทศไทยมั่นใจในระบบสาธารณสุขของไทย
+++ ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในการดำเนินมาตรการเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยนายกฯเห็นว่า ไทยและออสเตรเลียควรเพิ่มพูนความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างกัน โดยเฉพาะความร่วมมือเรื่องการวิจัยเพื่อการพัฒนาและผลิตวัคซีน ในส่วนกองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโควิด-19 (COVID-19 ASEAN Response Fund) ซึ่งออสเตรเลียชื่นชมข้อเสนอของไทย การตอบสนองอย่างรวดเร็วของอาเซียน พร้อมยินดีสนับสนุนกองทุนดังกล่าว นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการดูแลแรงงาน และสถานประกอบการร่วมกัน ตลอดจนการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งเห็นพ้องกันว่า ควรเตรียมการอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดอีกระลอก
+++ ปิดท้ายกันที่การช่วยเหลือ “เยียวยาเกษตร” รัฐบาลเปิดให้ผู้ที่อยู่ในข่ายเกษตรกร ลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือผลกระทบจากโควิด-19 ผ่านเว็บไซต์ “www.เยียวยาเกษตรกร.com” ของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กันไปแล้ว ตั้งแต่ 2 ทุ่มของคืนวันที่ 7 พฤษภาคม เป็นต้นไป โดย “เกษตรกร” ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรไว้แล้ว และต้องการใช้สิทธิ์รับเงินเยียวยาจำนวน 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน รวม 15,000 บาท แต่ไม่มีบัญชีเงินฝาก ธ.ก.ส. สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ดังกล่าวเพื่อขอใช้บัญชีธนาคารอื่นแทนได้ ทั้งนี้ ระบบจะเริ่มดำเนินการโอนเงินเยียวยาเกษตรกร จำนวน 5,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม เป็นต้นไป จำนวนวันละ 1 ล้านคน สำหรับผู้ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด






