thansettakij
thansettakij
เมื่อ “ตั้น- ณัฐพล” กลืนน้ำลาย ก็อปปี้ไอเดียแท็บเล็ต

เมื่อ “ตั้น- ณัฐพล” กลืนน้ำลาย ก็อปปี้ไอเดียแท็บเล็ต

07 พ.ค. 63 | 11:00 น.
อัปเดตล่าสุด :25 พ.ค. 63 | 12:28 น.

          จ๊อก จ๊อก จ๊อก....จิ้งจกตัวใหญ่ยังคงตามดูวีรกรรมของรัฐมนตรีนกหวีด  ‘เสี่ยตั้น’ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นลูกสมุนบิ้กบราเธอร์ (ลุงป้อม) ผ่านมา 9 เดือน ผลงานแทบไม่เห็น? ทุกวันนี้ถามหน่อยเถิดว่า.... “ใครจำชื่อรัฐมนตรีกระทรวงนี้ได้บ้าง”

          ไหน ไหน ก็ไหน เมื่อสัปดาห์ก่อน จิ้งจกตัวใหญ่ ได้ปูพื้นวิเคราะห์ให้เห็น ‘เสี่ยตั้น’ ถึงความกระสันอย่างนั่งเก้าอี้กระทรวงพลังงานมากจนตัวสั่น อันที่จริง ๆ คิดว่าจะปล่อยผ่าน...แต่จิ้งจกตัวใหญ่ดันได้ยินมาว่า ‘เสี่ยตั้น’ วิ่งเต้น หัวร้อนไล่ทวงบุญคุณคนอื่นเขาไปทั่ว..บุณคุณอะไร เมื่อไม่เคยคิดจะเป็นผู้ให้ใครเลย .แถมยังปล่อยข่าวทำลายล้าง เมื่อข่าวที่ออกมาไม่ตรงกับใจ ว่าแล้วจิ้งจกตัวใหญ่ ขอให้ติดตามซีรี่ส์ ‘เสี่ยตั้น’ รัฐมนตรีนกหวีดต่อไปวะหน่อยก็แล้วกัน  จ๊อก จ๊อก จ๊อก

          ย้อนกลับไปช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ประเทศไทยอยู่ในช่วงที่ต้องเผชิญวิบัติภัยโควิด19 อย่างหนัก รัฐบาลถึงกับต้องประกาศ พรก.ฉุกเฉิน และประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกจากเคหะสถานตั้งแต่เวลา 22.00 - 04.00 น. ประกอบกับทุกภาคส่วนให้ความร่วมมืออย่างดีในการ #อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ แต่การหยุดนั้นไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างทุกธุรกรรมจะต้องหยุดลงตามไปด้วย หลายหน่วยงานก็มีนโยบาย work form home เพื่อไม่ไม่ให้ธุรกิจหยุดชะงัก ขณะเดียวกันช่วงนี้ก็ใกล้เปิดเทอมของน้อง ๆ หนู ๆ ที่ซึ่งการเรียนการสอนก็ไม่สามารถที่หยุดได้...ก็ต้องหาวิธีการเช่นกัน 

          นั่นจึงเป็นเหตุ.... รัฐมนตรีนกหวีด ‘เสี่ยตั้น’ เกิดไอเดียใสปิ๊ง ปิ๊ง ปิ๊ง เอาละหวา !!! ก้อปปี้นโยบายผู้นำดังในอดีต ปลุกผีฟื้นโครงการประชานิยมด้วยการแจกแท็บเล็ตให้กับครู นักเรียนทั่วประเทศ เพื่อที่จะสามารถ study and learning from everywhere ได้เช่นกัน จริงอยู่ว่า การให้นักเรียนมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัย เพื่อให้ก้าวทันการเรียนการสอนในโลกยุคใหม่ จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนสนับสนุน เพียงแต่ แนวคิดการจัดซื้อแท็บเลต แจกโรงเรียน แจกครู แจกนักเรียน มันมีบทเรียนอันเลวร้ายมาแล้ว...จิ้งจกตัวใหญ่ ถามจริง ๆ ทำไม ‘รัฐมนตรีนกหวีด’ ท่านนี้ถึงคิดไม่พ้นหัวแม่เท้าตัวเอง? 

          หากท่านบอก...ว่าท่านจำไม่ได้ (ทั้ง ๆ ที่ท่านเดินถนนเป่านกหวีดไล่ขับพ้นประเทศ) ว่า โครงการแจกแท็บเล็ตก่อนหน้านี้นั้น มันเป็นโครงการเปิดช่องให้เสือโหยหาประโยชน์กันอย่างไร ? จิ้งจกตัวใหญ่อาสาเล่าเหตุการณ์ย้อนหลังให้ฟัง ถือเสียว่าเป็น วิทยาทาน
 
          ‘แจกแท็บเล็ต’ เป็นหนึ่งในโครงการประชานิยมเจ้าปัญหา เป็นแนวคิดตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายกฯคนดัง  ที่เริ่มขายฝันจนมาก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างได้ เมื่อส่งน้องสาวเข้าเล่นการเมือง จึงชูการแจกแท็บเล็ตเป็นนโยบายขายฝัน  เช่นเดียวกับโครงการจำนำข้าว ที่ทำให้ได้รับเสียงเลือกตั้งถล่มทลาย

          โครงการนี้ถือเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เปิดช่องให้มีการรั่วไหลทางงบประมาณอย่างมาก  เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว แต่เร่งจัดซื้ออย่างมาก และมีจำนวนมากด้วยเช่นกัน  แต่เจ้าแท็บเล็ตที่จัดซื้อจัดจ้างมาในครั้งนั้นอายุใช้งานสั้นมาก ใช้งานเต็มที่ได้ 2-3 ปี จึงไม่คุ้มค่า นี่ยังไม่รวมหากซ่อมแซม หรืออัพเกรดสเปค ล้วนมีค่าใช้จ่ายตามมาทั้งสิ้น ในช่วงนั้นมีเสียงคัดค้านอย่างหนัก ถึงแนวคิดการจัดซื้อแท็บเลต หากนำงบประมาณกระทรวงศึกษา ไปจัดซื้ออุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ เป็นพันล้าน จึงไม่คุ้ม

          นโยบายประชานิยมโครงการ 1 คอมพิวเตอร์พกพา หรือ แท็บเล็ต ต่อ 1 นักเรียน มีการขอจัดสรรงบไว้ใน พรบ.งบประมาณ 2556 ยกตัวอย่างมาให้ดูแค่บางพื้นที่เช่น ในเขตพื้นที่การศึกษา ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่ามีการขอวงเงินไว้ 1,170 ล้านบาท  ส่วนปีงบประมาณ 2557 รัฐบาลเวลานั้นกันงบไว้ทำโครงการนี้ ร่วม 5,800 ล้านบาท

          ต้องบอกว่า...การดำเนินโครงการนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ด้วยผลประโยชน์มหาศาล จึงมีปัญหามาตั้งแต่เริ่ม โครงการแจกแท็บเลตให้กับ นักเรียนระดับประถมศึกษา ปีที่ 1 ในปี 2555 ที่ใช้งบประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท  ตอนนั้นกระทรวงไอซีที เป็นผู้จัดซื้อ ก็พบข่าวในทางลบส่งกลิ่นเน่าเหม็นออกมามากมาย เช่น การจัดซื้อล่าช้า ไม่มีประสิทธิภาพ แบตเตอร์รี่ไม่เก็บไฟ ปัญหาเรื่อง ศูนย์ซ่อมน้อยไม่ครอบคลุม  ที่สำคัญ ความพร้อมของโครงข่ายอินเตอร์เน็ต และในพื้นที่ห่างไกลไม่มีไฟฟ้า ทำให้แท็บเล็ตที่แจกไปนั้นไม่ต่างกับกระดานชนวน ผลาญงบประมาณแผ่นดินไปเปล่า ๆ 

          ปีงบประมาณ 2556 ได้เพิ่มแจกให้นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 เพิ่มเติมอีกระดับใช้งบประมาณสูง 3,000 กว่าล้านบาท ซึ่งมีการเปลี่ยนรูปแบบจัดซื้อ โดยให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือ สพฐ. รับผิดชอบแทน โดยยังคงใช้วิธีจัดซื้อแบบประมูล โดยแบ่งพื้นที่เขตการศึกษาออกเป็นโซนตามภาคต่าง ๆ  ก็ปรากฎว่า กระบวนการต่างๆ มีปัญหาติดขัดหลายเรื่อง เช่น บริษัทคู่สัญญา ที่ชนะการประมูล ต้องส่งมอบ แท็บเล็ตให้สพฐ. ไม่สามารถจัดส่งเครื่องได้ตามสัญญา จนต้องทำอี-ออกชันใหม่ ส่อฮั้วประมูลจนบริษัทเอกชนบางแห่ง ต้องร้องให้ตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

          ต้องบอกกันตรง ๆ ว่า โครงการแจกแท็บเล็ตเวลานั้น มีแต่ปัญหาการดำเนินงานตลอด ซึ่งการตั้งงบไว้ปีละหลายพันล้านบาท แต่ในปีสุดท้ายของรัฐบาล มีงบ 5,800 ล้านบาทสำหรับโครงการนี้ ก่อนจะถูกคสช.ทำรัฐประหาร และต่อมา รัฐบาล คสช.สั่งให้ยุติโครงการแท็บเล็ตดังกล่าว แล้วโยกงบประมาณหลายพันล้านบาทดังกล่าว ไปทำโครงการอื่น

          ความเหมือนแนวคิดครงการประชานิยมด้วยการแจกแท็บเล็ตจาก ‘นายกฯคนดัง สู่ ‘เสี่ยตั้น’ เป็นโครงการขายฝัน และเปิดช่องทางคอรัปชั่นให้อีแร้งสบช่องหากินกันได้อย่างมหาศาล ทั้ง ๆ ที่ทุกวันนี้คนไทยจะอดตายอยู่แล้ว....ส่วนความต่าง คือ รัฐฐาลในอดีตเดินโครงการได้ แต่ ‘เสี่ยตั้น’ ม้วนเสื่อเร็ว แท้งก่อนคลอด เพราะลุงตู่ไม่เห็นดีเห็นงามด้วย เพราะหวั่นว่าจะซ้ำรอยผลาญงบ งบประมาณแผ่นดินหลายพันล้านเหมือน”รัฐบาลยุคก่อน"

          นี่น่ะหรือ....นักการเมืองรุ่นใหม่ที่ประกาศปาวปาว ว่า “จะเล่นการเมืองแบบใหม่ เชิงสร้างสรรค์” แต่ไหนล่ะ กลับคิดวิธีการแบบเดิม ก้อปปี้กันจะจะ ส่วนวิธีการจะทำแบบเดิมหรือไม่ มิอาจทราบได้  นี่เป็นการ “กลืนน้ำลายตัวเอง”หรือไม่  ก่อนเป็นรัฐมนตรี ยอมเดินตากแดดตากลมเป่านกหวีดขับไล่เขา แต่วันนี้กลับเดินตามแนวทางเขาทุกกระเบียดนิ้ว ถามตรง ถามจริงเถอะว่า ท่านรัฐมนตรีนกหวีด ไม่อายคนในชาติหรือ? จะหลงเหลืออะไรให้เป็นความภาคภูมิใจ ในการนั่งเก้าอี้กระทรวงนี้บ้างเนี่ย จ็อก จ็อก จ็อก ....