thansettakij
thansettakij
พระพุทธรูปปางขอฝน

พระพุทธรูปปางขอฝน

29 เม.ย. 63 | 22:55 น.
อัปเดตล่าสุด :30 เม.ย. 63 | 06:42 น.

คอลัมน์ ทำมา..ธรรมะ โดย ราช รามัญ

Facebook ราช รามัญ
 

พระพุทธรูปแต่ละปางล้วนมีที่มาจากพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าซึ่งต่างกรรมต่างวาระ โดยยึดเอาพุทธกริยาของพระองค์นั้นเป็นต้นแบบ พระพุทธรูปปางขอฝนนี้ก็เช่นกัน มีความเป็นมาที่น่าศึกษานัก

ในครั้งพุทธกาลเมืองสาวัตถีแห่งแคว้นโกศล เกิดแห้งแล้งอย่างมาก วัดของพระองค์ที่นามว่าเชตวัน ก็แห้งแล้งด้วย พระองค์ทรงอนุเคราะห์ประชาชนสาวัตถีด้วยการทรงครองผ้าอาบแล้วไปประทับที่สระบัว ทรงยกมือขึ้นด้วยพุทธกริยากวัก ทันใดนั้นเมฆตั้งมาดำมืดแล้วก็ฝนตกอย่างแรง

พระพุทธรูปปางขอฝนแต่โบราณกาลนั้นจะเป็นพุทธกริยาประทับนั่ง เพราะอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ มิค่อยทำการใดปาฏิหาริย์ด้วยกริยาประทับยืน ดังนั้นปางขอฝนที่ตรงพุทธกริยาควรจะเป็นประทับนั่ง 

พระพุทธรูปปางขอฝน

เคยอ่านพบในหนังสือตำนานพระพุทธรูปเล่มหนึ่ง ที่หลวงบริบาลบุรีรัตน์และนายเกษม บุญศรี รวบรวมขึ้นตามรับสั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่รัชกาลที่๙ เมื่อครั้นงานพระราชคฤหมงคลขึ้นพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อปีพ.ศ.2500 ความในหนังสือโดยรวมก็บันทึกเช่นกันว่าปางขอฝนมีที่มาแต่พุทธกริยาของพระองค์ในการขอฝนช่วยชาวสาวัตถี

ในประเทศไทยมีพระพุทธรูปปางขอฝนอยู่หลายที่ แต่ที่เรียกได้ว่าเป็นพระพุทธรูปปางขอฝนที่งดงามและสมบูรณ์ยิ่งนัก อยู่ที่ วัดโพธิ์ชัย บ้านพันดอน อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เป็นปางประทับนั่ง ศิลปะคันธารราฐ ซึ่งมีต้นแบบมาจากกรีก เพราะชาวกรีกเป็นชนชาติแรกที่แกละพระพุทธรูปจากพุทธประวัติ

พระพุทธรูปปางขอฝนที่วัดโพธิ์ชัยนี้ สูง30เมตร โดยมี หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ มาวางศิลาฤกษ์ในปีพ.ศ.2537  สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงประทานนามว่า  “พระพุทธบารมีโลกาธิบดีดำรง”พร้อมทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯมาประกอบพิธีเบิกเนตรในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2542  การสร้างครั้งนั้นเพื่อถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่รัชกาลที่๙ ทรงครองราชย์เป็นปีที่50

พระพุทธรูปปางขอฝน

นับแต่นั้นเป็นต้นมา จังหวัดอุดรไม่เคยขาดน้ำในการทำนา ด้วยเพราะพระพุทธบารมีและพระบารมีเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ชาวบ้านอยู่ดีมีมีสุขพืชนาไร่สวนสมบูรณ์มาโดยตลอดน้ำจากโขงชีมูลไม่เคยแห้งหาย แต่ประการใด 

นับได้ว่าเป็นพระพุทธรูปปางขอฝนที่ รวมไว้ซึ่งความเป็นชาติ ศาสนา และ สถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างสมบูรณ์ 

ที่จะไม่เอ่ยกล่าวถึงเสียมิได้ คือผู้ดำริสร้าง เพราะท่านเป็นบุคคลที่มีความเคารพในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง คือ ฯพณฯ ประจวบ ไชยสาส์น อดีตรัฐมนตรี6กระทรวงของประเทศไทย แม้ว่าวันนี้ท่านจะถึงแก่อนิจกรรมแล้ว แต่กุศลเจตนาที่ตั้งไว้ยังคงจะอยู่สืบไป