thansettakij
thansettakij
วิกฤตพลังงาน-ปากท้อง โจทย์หินรัฐบาลอนุทิน 2

วิกฤตพลังงาน-ปากท้อง โจทย์หินรัฐบาลอนุทิน 2

03 เม.ย. 69 | 23:20 น.

วิกฤตพลังงาน-ปากท้อง โจทย์หินรัฐบาลอนุทิน 2 : บทบรรณาธิการ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,189

KEY

POINTS

  • วิกฤตราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนภาคธุรกิจ ถือเป็นโจทย์ท้าทายสำคัญของรัฐบาล
  • การแก้ปัญหาไม่ควรเน้นเพียงการตรึงราคา เพื่อบรรเทาภาระระยะสั้น แต่ต้องมุ่งปรับโครงสร้างพลังงานและส่งเสริมพลังงานทางเลือกเพื่อความมั่นคงในระยะยาว
  • ความสำเร็จของรัฐบาลจะถูกวัดจากวิสัยทัศน์ ในการสร้างรากฐานพลังงานที่มั่นคงและเป็นธรรม มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว

วิกฤตพลังงานที่กำลังปะทุขึ้นในระยะนี้ ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขบนหน้ากระดานเศรษฐกิจ หากแต่กำลังซึมลึกลงสู่ “ปากท้อง” ของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ค่าไฟฟ้า ค่านํ้ามัน และ ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง กำลังบีบคั้นทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจในเวลาเดียวกัน

โจทย์นี้จึงกลายเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาล “อนุทิน 2” ที่ต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากประชาชนที่เรียกร้องค่าครองชีพที่เหมาะสม และภาคเอกชนที่ต้องการความชัดเจนเชิงนโยบาย

ความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงการ “ตรึงราคา” เพื่อบรรเทาภาระระยะสั้น แต่คือ การวางโครงสร้างพลังงานใหม่ให้มีเสถียรภาพในระยะยาว การพึ่งพาพลังงานนำเข้าในสัดส่วนสูง ยังคงเป็นจุดเปราะบางที่ทำให้เศรษฐกิจไทยผันผวนตามตลาดโลก

ขณะเดียวกัน การอุดหนุนราคาพลังงานแม้ช่วยลดแรงกระแทกในทันที แต่ก็สร้างภาระทางการคลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หากขาดแผนถอยที่ชัดเจน อาจกลายเป็น “ระเบิดเวลา” ทางงบประมาณในอนาคต

สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ คือ การสื่อสารนโยบายอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน การปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ควรตั้งอยู่บนหลักความเป็นธรรม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ควบคู่ไปกับมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างตรงจุด

อีกด้านหนึ่ง การเร่งลงทุนในพลังงานทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม หรือ เทคโนโลยีสะอาดอื่น ๆ ต้องถูกผลักดันอย่างจริงจัง เพื่อลดการพึ่งพิงและสร้างความมั่นคงในระยะยาว

ภาคธุรกิจเองจำเป็นต้องปรับตัว เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และ บริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนอย่างรอบคอบ ขณะที่ภาคครัวเรือนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย 

วิกฤตครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียง “ปัญหาพลังงาน” แต่เป็นบททดสอบความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลโดยรวม

อย่างไรก็ตาม หากวิกฤตนํ้ามันลุกลามจนบานปลาย ผลกระทบจะขยายวงกว้างทั้งเศรษฐกิจ และ ค่าครองชีพของประชาชน ภาคพลังงานและธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัว ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน 

ภาครัฐควรเร่งกำหนดมาตรการรองรับและส่งเสริมพลังงานทางเลือกอย่างจริงจัง ขณะที่ภาคประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการประหยัดพลังงานในชีวิตประจำวัน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นกุญแจสำคัญในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้อย่างยั่งยืน

ท้ายที่สุด ความสำเร็จของรัฐบาลอนุทิน 2 จะไม่ได้วัดจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการนำพาประเทศผ่านความผันผวน และสร้างรากฐานพลังงานที่มั่นคง ยั่งยืน และเป็นธรรมสำหรับทุกคน

บทบรรณาธิการ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46  ฉบับที่ 4,189 วันที่ 5 -8 เมษายน พ.ศ. 2569