
น้ำมันดิบจะติดลบ ถึง100ดอลลาร์!?
สัปดาห์ที่แล้วมีข่าวใหญ่ที่ทำให้วงการนํ้ามันโลกสั่นสะเทือนคือ ราคานํ้ามันดิบ WTI ที่ซื้อขายกันในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์นิวยอร์ก (New York Mercantile Exchange-NYMEX) มีราคาติดลบถึง 37.63 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในประวัติการณ์ซื้อขายนํ้ามันของโลก
การที่ราคาซื้อขายนํ้ามันติดลบนั้นหมายความว่า ผู้ซื้อนอกจากจะได้รับมอบนํ้ามันไปฟรีๆ แล้ว ยังจะได้แถมเงินไปอีกด้วย 37.63 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรับนํ้ามันและหาที่เก็บนํ้ามัน ณ จุดส่งมอบนํ้ามันที่เมือง Cushing รัฐ Oklahoma
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากการที่โลกต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติโควิด-19 ทำให้ความต้องการนํ้ามันลดลงทั่วโลกประมาณ 25-30% แต่สหรัฐฯซึ่งเป็นประเทศอันดับ 1 ที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดน่าจะกระทบมากกว่านั้น เพราะเป็นประเทศที่บริโภคนํ้ามันมากที่สุดในโลก จึงคาดว่าความต้องการน่าจะลดลงมากกว่า 30%
การจัดหา (Supply) นํ้ามันในสหรัฐฯนั้นมีมากกว่าความต้องการ (Demand) อยู่แล้ว เพราะเทคโนโลยีการสำรวจและผลิตนํ้ามันดิบจาก
ชั้นหินดินดาน (Shale Oil) ดังนั้นเมื่อยิ่งมาเจอกับสถานการณ์ COVID-19 ปริมาณนํ้ามันยิ่งล้นตลาด และนํ้ามันส่วนเกินก็ต้องถูกส่งไป
เก็บไว้ในถังนํ้ามันและที่เก็บตามที่ต่างๆ เช่น ในเรือบรรทุกนํ้ามันขนาดใหญ่ (Super Tanker) ในรถไฟ แม้กระทั่งรถบรรทุก จนขณะนี้แทบจะไม่มีที่เก็บแล้ว
ดังนั้น เมื่อสัญญาซื้อขายนํ้ามันดิบล่วงหน้าเดือนพฤษภาคมจะสิ้นสุดอายุลงในวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา ใครที่ถือครองสัญญาอยู่ แต่ไม่ประสงค์จะรับนํ้ามัน (เพราะไม่ได้มีอาชีพในการซื้อขายนํ้ามันจริง) จึงต้องรีบขายสัญญานั้นออกมาก่อนวันหมดอายุ แต่ก็หาคนรับซื้อได้ยากเต็มที เพราะนํ้ามันมันล้นตลาดไปหมด และซื้อไปแล้วยังต้องไปหาที่เก็บที่หายากอีก ราคานํ้ามันจึงถูกกดลงมาจนติดลบถึง 37.63 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล อย่างที่เกิดขึ้น
ถึงแม้หลังจากนั้นราคานํ้ามันส่งมอบเดือนมิถุนายนที่เข้ามาแทนที่จะกลับมาอยู่ที่ 15-16 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล อีกครั้ง คำถามก็คือพอไปใกล้ๆ หมดอายุสัญญาในปลายเดือนพฤษภาคม เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นอีกหรือเปล่า
คำถามนี้มีผู้วิเคราะห์ออกมาเป็น 2 แนวทาง โดยนักวิเคราะห์หลายคนมองว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นอีก เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 น่าจะถึงจุดสูงสุดแล้ว และความต้องการของตลาดในเดือนพฤษภาคมน่าจะปรับตัวดีขึ้น จากการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ของประเทศต่างๆ ที่จะทำให้ธุรกิจเริ่มกลับมาเปิดทำการได้ ส่งผลถึงความต้องการนํ้ามันให้สูงขึ้น ประกอบกับกลุ่มผู้ผลิตทั้ง OPEC+ และผู้ผลิต
ในกลุ่ม G20 จะเริ่มลดการผลิตอย่างจริงจังตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ส่งผลให้ปริมาณนํ้ามันเข้าสู่ตลาดน้อยลง
แต่ก็มีนักวิเคราะห์บางคนมองไปในแง่ร้าย โดยบอกว่าสถานการณ์คลังนํ้ามันเต็มและไม่มีที่เก็บจะไม่จบลงง่ายๆ โดยสต๊อกนํ้ามันดิบเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯขณะนี้สูงถึง 519 ล้านบาร์เรล เทียบกับที่เคยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 535 ล้านบาร์เรล เมื่อปี ค.ศ. 2017
ข้อสำคัญยังมีนํ้ามันดิบจากซาอุดีอาระเบียที่สั่งเอาไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคมอีก 40 ล้านบาร์เรลจะส่งถึงสหรัฐฯในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ และการลดการผลิตลงทันทีทันใดก็ทำได้ยาก ต้องใช้เวลา
ดังนั้น ในปลายเดือนหน้าราคานํ้ามันอาจติดลบอีกครั้ง และครั้งนี้อาจเลวร้ายถึง -100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล เลยทีเดียว
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 8 ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,570 วันที่ 30 เมษายน - 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2563






