
มาตรการช่วยเหลือ ผู้ว่างงาน
บทบรรณาธิการ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3567 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 19-22 เม.ย.63
การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจต่างๆ ทั้งผู้ประกอบการและลูกจ้าง พนักงาน ต่างได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า จากการปิดกิจการชั่วคราว มีผลต่อลูกจ้าง ต้องถูกออกจากงาน
มาตรการตั้งรับของกระทรวงแรงงาน ที่ออกมาช่วยเหลือแรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ แม้จะยังไม่ครอบคลุมทุกกลุ่มก็ตาม ซึ่งในเบื้องต้นก็มีมาตรการออกมาช่วยเหลือบ้างแล้ว
ขอรวบรวมนำมาให้เห็นไว้ย้ำเตือน ไล่ตั้งแต่เพิ่มสิทธิผู้ประกันตน กรณีไม่ได้ทำงาน จะจ่ายสูงสุดไม่เกิน 9,300 บาทต่อเดือน จากฐานเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท และหากผู้ประกันตนไม่ได้ทำงาน หรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 62 % ของค่าจ้างที่นำส่งประกันสังคม ไม่เกิน 90 วัน(ผู้ประกันตนมาตรา 33)
กรณีที่ภาครัฐมีคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการชั่วคราว จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 62 % ของค่าจ้างที่นำส่งประกันสังคม ไม่เกิน 90 วัน (ผู้ประกันตนมาตรา 33) เพิ่มสิทธิผู้ประกันตน กรณีต้องออกจากงาน จะจ่ายสูงสุดไม่เกิน 10,500 บาทต่อเดือนจากฐานเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท และกรณีที่ลาออกจากงาน จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 45 % ของค่าจ้างที่นำส่งประกันสังคม ไม่เกิน 90 วัน และหากถูกเลิกจ้าง จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 70 % ของค่าจ้างที่นำส่งประกันสังคม ไม่เกิน 200 วัน
นอกจากนี้ ยังลดอัตราเงินสมทบนายจ้างเหลือ 4% และผู้ประกันตนเหลือ 1 % เป็นระยะเวลา 3 เดือน (มีนาคม-พฤษภาคม 2563) 8.ลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จาก 9 % เหลือ 1.8 % เป็นเวลา 3 เดือน (มีนาคม-พฤษภาคม 2563) ขยายเวลานำส่งเงินสมทบทั้งนายจ้างและผู้ประกันตน สำหรับเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2563 ออกไปอีก 3 เดือน และยังมีโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำส่งเสริมการจ้างงาน วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ไว้ให้กู้
ขณะที่มาตรการช่วยเหลือแรงงานนอกระบบมีโครงการจ้างงานเร่งด่วน ค่าตอบแทน 300 บาทต่อวัน ในช่วงเดือนเมษายน-กันยายน 2563 จำนวน 7,740 ตำแหน่ง พร้อมฝึกทักษะอาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 7,800 คน โครงการเพิ่มอาชีพเพิ่มรายได้ของกรมจัดหางาน 2,000 คน และ พัฒนาทักษะฝีมือ แก่กลุ่มแรงงานในระบบ 7,000 คน
อีกทั้ง มีโครงการจ้างบัณฑิตที่ว่างาน เพื่อให้เป็นผู้ประสานงานโครงการของกระทรวงแรงงานในระดับพื้นที่ วงเงิน 401 ล้านบาท จำนวน 1,682 ตำแหน่ง ขยายระยะเวลาการยื่นประเมินเงินสมทบออกไป 4 เดือน ขยายระยะเวลาชำระหนี้เงินกู้กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับลูกหนี้ใหม่จาก 12 เดือน เป็น 18 เดือน พักชำระหนี้เงินกู้กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับลูกหนี้เก่า เป็นเวลา 16 เดือน และลดอัตราดอกเบี้ยกรณีผิดนัดชำระหนี้จาก15 % เหลือ 7.5 % เป็นต้น
ทั้งนี้ หวังว่าจากนี้ไปกระทรวงแรงงาน น่าจะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและแรงงานที่ประสบปัญหาออกมาอีกเป็นระยะๆ






