
ระดมแก้หน้ากาก ขาดแคลน
บทบรรณาธิการ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3555 หน้า 8 ระหว่างวันที่ 8-11 มี.ค.63
รายงานล่าสุดถึงสถานการณ์ไวรัสโควิด -19 ใน 87 ประเทศ มีผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 97,933 ราย และมีผู้เสียชีวิต 3,383 ราย ซึ่งไทยถือว่าเป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง มีผู้ติดเชื้อราว 47 ราย และเสียชีวิต 1 ราย
แนวทางการป้องกันทางรัฐบาลได้มีมาตรการออกมาเป็นระยะๆ ในการควบคุม ป้องกัน และเฝ้าระวัง แต่ที่เป็นปัญหามากและยังแก้ไม่ได้ เป็นเรื่องของการจัดหาหน้ากากอนามัยให้มีเพียงพอต่อความต้องการแม้ว่ากรมการค้าภายใน(คน.) ได้ออกมากำหนดให้เป็นสินค้าควบคุม เพื่อป้องกันการขาดแคลนแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนได้ เพราะประชาชนทั่วไปยังหาซื้อได้ลำบาก และราคาขยับตัวสูงขึ้นไปด้วย หรือแม้แต่สถานพยาบาลเองยังไม่มีแจกจ่ายได้อย่างเพียงพอ
ล่าสุดคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เห็นชอบให้ผู้ผลิตหน้ากากอนามัย 11 โรงงาน กำลังการผลิต 36 ล้านชิ้นต่อเดือน หรือวันละ 1.2 ล้านชิ้น ต้องส่งข้อมูลของหน้ากากอนามัยมาที่ศูนย์กระจายหน้ากากอนามัย เพื่อมาบริหารจัดการเองทั้งหมด และแบ่งให้กระทรวงสาธารณสุขนำไปบริหารจัดการจำนวน 7 แสนชิ้น กระจายให้สถานพยาบาลทั่วประเทศ และกรมการค้าภายใน (คน.) จำนวน 5 แสนชิ้น กระจายไปยัง ร้านขายยา หรือสายการบิน เช่น การบินไทย ร้านค้าส่งค้าปลีกต่างๆ รวมทั้งร้านธงฟ้า และอื่นๆ เป็นต้น
ส่วนผู้ที่ที่มีพฤติกรรมกักตุน จะถูกดำเนินคดี ได้แก่ เก็บสินค้าไว้ที่อื่นนอกเหนือจากที่แจ้งเจ้าหน้าที่ ไม่นำหน้ากากที่มีอยู่ออกมาจำหน่าย ปฏิเสธการจำหน่าย ประวิงการจำหน่าย ส่งมอบหน้ากากอนามัยโดยที่ไม่มีเหตุผลสมควร ซึ่งผู้กักตุนหรือขายที่ราคาสูงเกินสมควรมีเจตนาจะสร้างความปั่นป่วน (ผิดตามมาตรา 29) มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท ขณะที่ผู้ขายเกินราคา จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรกว่า 50 ราย จะออกมาตรการเร่งด่วน เพื่อรวมถึงเตรียมความพร้อมด้านปัจจัยการผลิตภาคอุตสาหกรรมใน 2 มาตรการ ได้แก่ ขอความร่วมมือบริษัทผู้ผลิตหน้ากากอนามัยชนิดใช้ครั้งเดียว ซึ่งอยู่ในหมวดของอุปกรณ์สำคัญสำหรับทางการแพทย์ เพื่อแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วย ให้เร่งผลิตเต็มกำลังการผลิต เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอกับการใช้งาน
รวมทั้งเร่งหารือกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสิ่งทอ ช่วยผลิตหน้ากากอนามัยด้วยวัสดุผ้า ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานชนิดซักแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ จำนวน 30 ล้านชิ้น เพื่อแจกให้กับประชาชนคนละ 3 ชิ้น รวม 10 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองที่มีจำนวนประชากรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ ปริมณฑลรวมถึงหัวเมืองในต่างจังหวัด โดยรัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายเงินค่าผลิตหน้ากากผ้าที่ผลิตขึ้นทั้งหมด ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะนำเรื่องเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติภายในสัปดาห์นี้
จากแนวทางการดำเนินงานที่กล่าวมา ต้องมาติดตามกันว่า สุดท้ายแล้วรัฐบาลจะแก้ปัญหาหน้ากากอนามัย ที่ขาดแคลนอยู่ในเวลานี้ ได้อย่างตรงจุดหรือไม่






