
นายพลงักฮุย ต้นแบบแห่งความภักดี และความซื่อตรง (1)
เมื่อเร็วๆ นี้ผมได้รับบทความออนไลน์เกี่ยวกับ “หนังสือ 10 เล่มเบื้องหลังความสำเร็จของท่านสี จิ้นผิง” ซึ่งหนึ่งในหนังสือดังกล่าวได้แก่ “The Story of Yue Fei” หรือ “เรื่องราวของเย่ว์เฟย” คนไทยส่วนใหญ่รู้จัก “เย่วเฟย” (ภาษาจีนกลาง) ในนาม “งักฮุย” (ภาษาแต้จิ๋ว)
เมื่อหลายปีก่อน ผมมีโอกาสเดินทางไปสักการะศาลเจ้างักฮุย ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบซีหู ใจกลางนครหังโจว เมืองเอกของมณฑลเจ้อเจียง ด้านซีกตะวันออกของจีน และพบว่าเรื่องราวของงักฮุยที่ได้สดับตรับฟังมานับว่าเต็มไปด้วยสีสันและคติสอนใจที่น่าสนใจยิ่ง
ศาลเจ้างักฮุยนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวจีน ในช่วงที่อากาศดี แต่ละวันจะมีผู้คนนับหมื่นเข้าไปสักการะ เพราะถือเป็นศาลเจ้าที่เป็นสัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่แห่งความซื่อสัตย์และจงรักภักดีในความรู้สึกของชาวจีน
งักฮุย เกิดที่เหอหนาน บ้างก็ว่าเป็นลูกชาวนา บ้างก็ว่าเป็นลูกเศรษฐี แต่เขาต้องกำพร้าพ่อตั้งแต่ยังเล็กเมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่จากเขื่อนกั้นแม่น้ำเหลืองแตก ในครั้งนั้นพ่อของเขาเอาแม่และเขาใส่โอ่งใบใหญ่ล่องไปตามกระแสน้ำเชี่ยวหนีตาย
แม้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ชีวิตที่พลิกผันก็ทำให้เขาก็ไม่มีโอกาสได้ร่ำเรียนหนังสือในโรงเรียนเฉกเช่นคนอื่น โชคดีที่แม่ของเขาใส่ใจคอยสั่งสอนและดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเอาผืนทรายแทนกระดาษ และกิ่งไม้แทนดินสอและปากกา รวมทั้งปลูกฝังจริยธรรมอันดีมากมาย โดยเฉพาะความรักและกตัญญูต่อชาติ
ต่อมา งักฮุยยังได้อาจารย์ดีถ่ายทอดและฝึกสอนวิทยายุทธ์ให้จนเก่งกาจในอาวุธทั้ง 18 ชนิด ท่ามกลางความแตกแยกวุ่นวายของบ้านเมือง งักฮุยจึงตัดสินใจสมัครเป็นทหารรับใช้ชาติ
แต่ก่อนงักฮุยจะไปรับราชการทหารนั้น มารดาของเขาได้สักตัวอักษรจีนไว้ที่แผ่นหลังของเขาว่า “จิ้นจงเป้ากั๋ว” หรือแปลว่า “จงรักภักดีต่อประเทศชาติ” โดยเจตนาเขียนไม่ครบทุกเส้น และบอกว่าเมื่องักฮุยช่วยกอบกู้ชาติให้เป็นปึกแผ่นได้แล้วจะมาเขียนต่อให้
เมื่อเข้ารับราชการทหาร ก็ถูกตาต้องใจแม่ทัพใหญ่ที่ดึงเอางักฮุยมาใช้งานและกลายเป็นขุนพลคู่ใจในเวลาต่อมา ห้วงเวลานี้ทำให้เขาได้ซึมซับกลศึกและวิธีบริหารจัดการไพร่พลในกองทัพ ครั้นเมื่อแม่ทัพคนเดิมเสียชีวิตลง งักฮุย ก็ถูกแต่งตั้งให้รับตำแหน่งแทน และกลายเป็นหัวเรือใหญ่ในการกอบกู้ชาติ
ด้วยความภักดีต่อประเทศชาติ และการปกครองไพร่พลดั่งพี่น้องในครอบครัว นายพลงักฮุยจึงเป็นที่เคารพรักของประชาชนและกองทัพโดยทั่วไป กองทัพของเขาก็เปี่ยมด้วยระเบียบวินัยอันดี ทุกแห่งที่กองทัพของเขาเดินทัพไป ไพร่พลจะปฏิบัติตนโดยมีธรรมาภิบาล ไม่เบียดบังเอารัดเอาเปรียบประชาชน ทุกหนแห่งที่ทหารของเขาก้าวย่างไปจึงได้รับการต้อนรับและไม่เคยต้องอดอยาก เพราะประชาชนล้วนแต่เอาอาหารและน้ำดื่มมามอบให้กองทัพอย่างเต็มใจ
ในการศึก แม่ทัพงักฮุยเลือกใช้วิธีการเจรจากับเจ้าเมืองที่จะเข้าตีก่อนการทำสงครามเสมอ จึงทำให้กองทัพของเขาไม่เสียเลือดเนื้อและแข็งแกร่งมาก ตลอดเวลาหลายปีที่ทำสงครามกอบกู้ประเทศ กวีโบราณถึงขนาดเปรียบเปรยว่า “สั่นคลอนภูเขายังง่ายกว่ากองทหารของงักฮุย”
แม้ว่านายพลงักฮุยพยายามนำทัพออกรบแย่งชิงดินแดนจนเกือบจะเป็นปึกแผ่น แต่โชคไม่ดีที่ต้องถึงคราวประสบเคราะห์กรรม ทำให้เขาหมดโอกาสในการกอบกู้ชาติ เหตุการณ์มิได้เกิดขึ้นเพราะกองทัพภายนอก แต่กลับเกิดขึ้นจากภายในราชสำนัก ดั่งวลี “สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน” โดยแท้
ด้วยชื่อเสียงที่ขจรขจายไป นายพลงักฮุยก็ถูกขุนนางฉิงกวุ่ยและภรรยาที่เกรงจะสูญเสียอำนาจและความสำคัญ สมรู้ร่วมคิดกับผู้พิพากษาและเจ้านายขี้อิจฉาของเขาเองเพ็ดทูลใส่ร้ายว่า นายพลงักฮุยกำลังรวบรวมไพร่พลสร้างกองทัพที่ใหญ่และแกร่งกล้า เพื่อหวังกลับมาแย่งชิงบัลลังก์จากฮ่องเต้ในอนาคต ผสมโรงเข้ากับความเปราะบางและไร้วิจารณญาณของฮ่องเต้และราชสำนักในยุคสมัยนั้น
เมื่อถูกเป่าหูมากเข้า ฮ่องเต้ก็ไม่อาจทัดทาน ยอมโอนอ่อนตามความเห็นของขุนนางกังฉินและพรรคพวก ตัดสินใจมีหนังสือเรียกทัพของนายพลงักฮุยกลับเมืองหลวงเพื่อหวังสลายกำลัง
นายพลงักฮุยเห็นว่า ท่ามกลางสนามรบที่กองทัพหลวงกำลังเป็นต่อ การเดินทัพต่ออีกไม่นานก็จะสามารถรวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นถวายแด่ฮ่องเต้ได้ตามพระราชหฤทัยที่ตั้งไว้ โดยส่งม้าเร็วนำข้อมูลที่เป็นปัจจุบันไปกราบทูลฮ่องเต้ในทุกครั้งที่ฮ่องเต้ทรงมีหนังสือเรียกทัพกลับ
แต่ความพยายามดังกล่าวก็ยิ่งเข้าทางของขุนนางกังฉินและพวก โดยใส่ความเพิ่มเติมว่า การไม่ยกทัพกลับของนายพลงักฮุยเป็นสิ่งยืนยันที่แสดงถึงการกระด้างกระเดื่อง และขัดต่อพระราชอำนาจ รวมทั้งยังพยายามเตะถ่วงเวลาเพื่อหวังรวบรวมไพร่พลเสริมสร้างกองทัพให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น หากยิ่งปล่อยให้เวลาเนิ่นนานต่อไป ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อราชบัลลังก์
เกี่ยวกับผู้เขียน : ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน
ผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับตลาดจีน มุ่งหวังนำข้อมูลและมุมมอง ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหว ทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ การตลาดและอื่น ๆ ที่อยู่ในกระแสของจีนมาแลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน เพื่อเราจะไม่ตกขบวน “รถไฟความเร็วสูง” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน
คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย... ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน
เกี่ยวกับผู้เขียน: ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน ผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับตลาดจีน มุ่งหวังนำข้อมูลและมุมมองความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ การตลาดและอื่น ๆ ที่อยู่ในกระแสของจีนมาแลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน เพื่อเราจะไม่ตกขบวน “รถไฟความเร็วสูง” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน
หน้า 4 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3555 วันที่ 8-11 มีนาคม 2563






