
ประตูรั้วบ้านรุกล้ำที่สาธารณะ ผอ.เขตตรวจสอบด้วย!
คอลัมน์ อุทาหรณ์จากคดีปกครอง โดย นายปกครอง
หน้า 7 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,537 วันที่ 5-8 มกราคม 2563
สวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านครับ... ขึ้นปีใหม่ 2563 นายปกครองก็ยังมีคดีปกครองที่น่าสนใจเรื่องใหม่ๆ มาฝากกันเหมือนเช่นเคย เชื่อว่าปีใหม่ที่ ผ่านมาหลายท่านก็คงจะได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวในที่ต่างๆ อย่างสนุกสนาน แต่หลายๆ ท่านก็บอกว่าไปที่ไหนๆ ก็ไม่สุขใจเหมือนอยู่บ้านเรา เพราะ “บ้านคือวิมานของเรา” อยู่บ้านเราจะทำอะไรก็ได้ตามสบาย จริงไหมครับ!
อย่างไรก็ตาม...แม้พื้นที่บ้านเราจะเป็นของเราซึ่งเจ้าของกรรมสิทธิ์ย่อมมีสิทธิที่จะใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดินของตนได้ อย่างเต็มที่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น...การใช้สิทธิดังกล่าวต้องไม่เป็นการใช้สิทธิเกินส่วนและต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้ด้วย
เช่น การก่อสร้างอาคารก็ต้องเว้นระยะห่างตามที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนดไว้ รวมทั้งห้ามไปรุกลํ้าที่ดินของผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นที่สาธารณะหรือเอกชนก็ตาม ไม่ว่าจะตัวอาคารก็ดี ชายคาก็ดี รั้วหรือเสาก็ดี สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร “ผู้อำนวยการเขต” เป็นผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาที่หรือทางสาธารณะมิให้มีการรุก ลํ้าหรือใช้ประโยชน์โดยมิชอบ ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528
ดังนั้น หากมีการก่อสร้างสิ่งใดๆ รุกลํ้าถนนสาธารณะในเขตกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการเขตจึงมีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายมิให้มีการรุกลํ้าที่สาธารณะ
ดังคดีปกครองเรื่องนี้... นายสมรักษ์เป็นผู้สัญจรบนถนนสาธารณะ และมีบ้านพักอาศัยอยู่เยื้องบ้านหลังหนึ่ง เห็นว่าเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวได้ก่อสร้างเสาประตูรั้วใหม่ยื่นออกมาจากเสาต้นเดิมที่อยู่มุมบ้าน ทำให้เสาประตูรั้วดังกล่าวรุกลํ้าเข้าไปในถนนสาธารณะด้านหน้าบ้าน เป็นเหตุให้นายสมรักษ์และผู้สัญจรคนอื่นๆ เลี้ยวรถบริเวณดังกล่าวได้ลำบาก นายสมรักษ์ได้ร้องเรียนต่อผู้อำนวยการเขต โดยผู้อำนวยการเขตได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบตามคำร้องเรียน ปรากฏว่ามิได้รุกลํ้าทางสาธารณะ แต่นายสมรักษ์ยังไม่เชื่อ จึงนำเรื่องมาฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ผู้อำนวยการเขตสั่งเจ้าของบ้านรื้อถอนเสาประตูรั้วที่รุกลํ้าเข้ามาในถนนสาธารณะ
ปัญหาว่า ผู้อำนวยการเขตละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติแล้วหรือไม่
คดีนี้...ศาลปกครองได้เรียกเจ้าของบ้านเข้ามาเป็นผู้ร้องสอดในคดี โดยศาลได้ลงไปตรวจสอบพื้นที่เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของศาลปกครองสูงสุดและคู่กรณีทุกฝ่ายได้ร่วมกันรังวัดเนื้อที่ใหม่ ปรากฏว่า ถนนสาธารณะมีความกว้างไม่ตํ่ากว่าความกว้างของถนนที่กำหนดไว้ และในการตรวจสอบสถานที่พิพาทบริเวณเสาประตูรั้ว ก็ปรากฏหลักหมุดที่ดินอยู่ด้านนอกของรั้วอย่างชัดเจน ประกอบกับผลการรังวัดได้รูปแผนที่และเนื้อที่เท่าเดิมตรงตามโฉนดของผู้ร้องสอด กรณีนี้จึงน่าเชื่อได้ว่า การก่อสร้างเสาประตูรั้วบ้านของผู้ร้องสอดมิได้รุกลํ้าทางสาธารณะตามที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้าง
ดังนั้น จึงถือว่าผู้อำนวยการเขต (ผู้ถูกฟ้องคดี) ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษาทางสาธารณะตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติแล้ว ผู้ถูกฟ้องคดีจึงมิได้ละเลยต่อหน้าที่แต่อย่างใด ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกฟ้อง (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๘๙๔/ ๒๕๖๑)
เห็นได้ว่า... คดีนี้นอก จากจะอธิบายถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของผู้อำนวยการเขตแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นแง่มุมการทำหน้าที่ของศาลปกครองใน “ระบบไต่สวน” ที่จะเยียวยาความเดือดร้อนเสียหายของประชาชนจากการใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยศาลปกครองจะทำหน้าที่แสวงหาพยานหลักฐานมาประกอบการพิจารณาเพื่อพิสูจน์ความจริง โดยไม่จำต้องรับฟังแค่พยานหลักฐานของคู่กรณีเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนเพียงพอแก่การวินิจฉัยคดี และเพื่อความยุติธรรมของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายครับ!!
(ปรึกษาคดีปกครองได้ที่สายด่วนศาลปกครอง 1355 และสืบค้นเรื่องอื่นๆ ได้ จาก www.admincourt.go.th เมนูวิชาการ เมนูย่อยอุทาหรณ์จากคดีปกครอง)






