thansettakij
thansettakij
'สนธิรัตน์' กับ นโยบายไฟแลบ

'สนธิรัตน์' กับ นโยบายไฟแลบ

21 ธ.ค. 62 | 12:00 น.

คอลัมน์ข่าวห้ามเขียน ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3533 ระหว่างวันที่ 22-25 ธ.ค.2562 โดย... พรานบุญ

 

'สนธิรัตน์'

กับ

นโยบายไฟแลบ

 

     ขณะที่พรานฯ กำลังออกท่องไพร ช็อปปิ้ง ซื้อของขวัญ ของฝาก ช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ แถวป่าคอนกรีด บริเวณห้าแยกลาดพร้าว “อีกา” คาบข่าวมาบอกว่า

     พ่อพรานฯ ทราบไหม วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคมนี้ ที่อาคารเอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อันเป็นที่ตั้งของกระทรวงพลังงาน จะมีการประชุม Policy Quick Start แปลแบบพรานฯ ให้เข้าใจความง่ายๆ คือ นโยบายไฟแลบ ที่จะมีการประชุมของผู้บริหารกระทรวงพลังงาน เพื่อเร่งรัดดำเนินการตามนโยบาย “พลังงานเพื่อทุกคน” ของเสนาบดี “สนธิรัตน์สนธิจิรวงศ์”

     การประชุม Policy Quick Start ที่ว่านี้จะจัดขึ้นทุกเดือน ทุกๆ กรม กอง ต้องมาร่วมกันนำนโยบายขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติให้เร็ว ต้องมีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม

     แม้ตอนนี้มีหลายๆ ประเด็นที่ริเริ่มไปแล้ว แต่ยังมีบางเรื่องที่ “สนธิรัตน์” ต้อง “ขันนอต” ให้หมุน พยายามยกระดับ ผลงานให้ผู้คนจับต้องได้ มีความสำเร็จ แล้วขยายสู่วงกว้าง

     เรื่องเด่นๆ ที่เสนาบดี สนธิรัตน์ เน้นผลงานอยู่ใน 3 เรื่อง

     1. คือ นโยบายการให้นํ้ามัน B10 เป็นดีเซลมาตรฐานสำหรับรถยนต์ ซึ่งเป็นนโยบายที่ต้องการช่วยแก้ปัญหาราคา “นํ้ามันปาล์ม” ในภาคใต้ ซึ่งเคยตกตํ่าเหลือกว่า 2 บาทต่อกิโลกรัมให้สูงขึ้นอย่างยั่งยืน

     หลังจากที่กระทรวงพลังงานเห็นชอบ ประกาศออกไปว่าจะเริ่มใช้วันที่ 1 มกราคม 2563 ค่ายรถยนต์ต่างตีปีกขานรับ เช่นเดียวกับฟากฝั่งโรงกลั่นที่เร่งรับซื้อผลผลิตเพื่อมาทำไบโอดีเซล ส่งผลให้ราคาปาล์มขยับสูงต่อเนื่องจนถึงวันนี้ราคาทะลุ 5 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว

 

     2. คือ นโยบายโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก เป็นแนวคิดให้ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของพลังงานได้เอง ผลิตเอง ใช้เอง เหลือก็ขายคืนให้กับการไฟฟ้าได้ในราคาที่เป็นธรรม สร้างความตื่นตัวให้กับชุมชน ท้องถิ่น และผู้ประกอบการพลังงาน

     วัตถุดิบต่างๆ ก็เป็นพลังงานหมุนเวียน แสงแดด ชีวภาพ ผล ผลิตที่ได้จากการเกษตร ฯลฯ ช่วยลดรายจ่าย สร้างรายได้ โดยขนาดโรงไฟฟ้าจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 เมกะวัตต์/โรง มูลค่าการลงทุนประมาณ 200-300 ล้านบาท

     นโยบายของกระทรวงพลังงาน มีเป้าหมายจะส่งเสริมทั้งสิ้น 1,000 เมกะวัตต์ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากคิดเป็นเม็ดเงินลงทุนในภาพรวมไม่ตํ่ากว่า 1 แสนล้านบาท

     3. คือ นโยบายการปฏิรูปพลังงาน โดยตั้ง “คณะทำงานเพื่อพลังงานที่เป็นธรรม” มีปลัดกระทรวงพลังงาน กุลิศ สมบัติศิริ เป็นประธานพร้อมด้วยคณะกรรมการชุดใหญ่รวมแล้ว 39 คน เพื่อผลักดันข้อเรียกร้องของภาคประชาชน ของกลุ่ม “ผีเสื้อกระพือปีก” ที่รวมตัวกันเหนียวแน่นและเคยยื่นหนังสือให้รัฐบาลมาหลายครั้ง ข้อเสนอเหล่านี้จะขึ้นมาสู่ระบบการพิจารณา ด้วยเหตุ ด้วยผล ด้วยข้อเท็จจริง

     ชะนีน้อย ได้ยิน อดถามแทรกขึ้นมาไม่ได้ว่า กลุ่มผีเสื้อกระพือปีกที่มี “รสนา โตสิตระกูล” ว่าที่ผู้สมัครชิงผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ และเครือข่ายภาคประชาสังคมด้านพลังงานที่มีบทบาทและชื่อเสียงในแวดวงพลังงาน เป็นแกนหลัก “แบ็กอัพ” อยู่ข้างหลังใช่หรือไม่?

     อีกา ตอบกลับโดยพลัน เจ้าเข้าใจถูกต้องแล้วชะนีน้อย และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงไปนั่งปูเสื่อรับฟังเสียงเรียกร้องของชาวบ้านอย่างจริงจัง ก่อนนำมาสู่กระบวนการปฏิรูปพลังงานอย่างเป็นระบบ