thansettakij
thansettakij
ปัจจัยการเมือง ซ้ำเติมเศรษฐกิจ

ปัจจัยการเมือง ซ้ำเติมเศรษฐกิจ

18 ธ.ค. 62 | 11:00 น.

บทบรรณาธิการ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3532 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 19-21 ธ.ค.62

 

 

ปัจจัยการเมือง

ซ้ำเติมเศรษฐกิจ

 

     ประเด็นการเมืองกลับมาร้อนแรง สร้างความกังวลให้กับบรรดานักธุรกิจจะกลายเป็นส่วนซํ้าเติมเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังจากหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ประกาศนำมวลชนลงสู่ท้องถนน เมื่อสุดสัปดาห์มีการนัดชุมนุมมวลชนผู้สนับสนุนที่สกายวอล์ก แยกปทุมวัน กรุงเทพฯใจกลางเมืองหลวง พร้อมประกาศว่าเป็นการชิมลางเท่านั้น แต่ปีหน้าจะเกิดการชุมนุมของมวลชนที่แท้จริง ในจำนวนมหาศาลกว่าช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายเท่า

     จันทร์ที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับลดลง 24.17 จุด ปิดตลาดที่ 1549.74 จุด คิดเป็นการลดลง 1.54% มูลค่าการซื้อขายรวม 53,908.69 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 4,831.61 ล้านบาท และยังขายสุทธิในตลาดฟิวเจอร์ส SET50 อีกราว 26,988 สัญญา นักวิเคราะห์ชี้ว่าหุ้นไทยที่ลดลงแรง มาจากความวิตกกังวลของผู้ลงทุนที่มีต่อสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ โดยนักลงทุนกังวลจะเกิดการชุมนุมใหญ่ขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น

     ผลสะท้อนผ่านดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นตัวชี้วัดประการหนึ่ง ที่เริ่มให้นํ้าหนักกับปัจจัยการเมือง ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นภาคเอกชนสถาบันหลัก โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เห็นว่าการชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้น หากอยู่ในกรอบของกฎหมายก็จะไม่กระทบต่อการค้าและการลงทุน เพราะการแสดงออกหรือการแสดงความเห็นเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่ภาคเอกชนไม่ต้องการเห็นความรุนแรง โดยการชุมนุมที่เกินเลยขอบเขตของกฎหมาย ซึ่งจะยิ่งซํ้าเติมเศรษฐกิจของไทยมากยิ่งขึ้น

 

     ภาคเอกชนต้องการให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายหรือเกิดการชุมนุม ต้องการให้รัฐบาลมีเสถียรภาพบริหารบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุน เป็นเรื่องสำคัญสำหรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยว ต้องการให้รัฐบาลดูแลให้ทุกอย่างเรียบร้อยและจัดการให้ถูกต้อง ส่วนการชุมนุมการเมืองนั้นคาดว่าคงไม่บานปลายขยายวงกว้างเหมือนในอดีต เพราะต่างมีบทเรียนกันมาแล้ว

     เศรษฐกิจไทยในปี 2563 มีปัจจัยที่ฟื้นตัวขึ้นได้ หลังจากสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ คลี่คลายลงได้ระดับหนึ่ง จากปี 2562 ที่การส่งออกชะลอตัวฉุดกำลังซื้อ การบริโภคในประเทศชะลอตัวตามลงไป ประกอบกับงบประมาณภาครัฐที่คาดว่าจะเบิกจ่ายเต็มที่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า จะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจที่อ่อนแรงให้กระเตื้องขึ้น แต่ปัจจัยการเมืองต้องไม่เข้าไปซํ้าเติมภาวะเศรษฐกิจให้เลวร้ายลงไปอีก โดยการเมือง การขัดแย้งทางความคิด การแสดงความเห็นปกติเป็นสิ่งที่ดำเนินการได้ตามวิถีทางประชาธิปไตย ทุกฝ่ายต้องพยายามไม่ให้การเมืองนำมาซึ่งความรุนแรง นำไปสู่การปะทะสูญเสีย ซึ่งสังคมไทยควรต้องเก็บรับบทเรียนอดีตและดำเนินการทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวจะกลับจมดิ่งลงไปอีก