thansettakij
thansettakij
รัฐบาลเรือเหล็ก กับ นโยบายกัญชา

รัฐบาลเรือเหล็ก กับ นโยบายกัญชา

15 ก.ค. 62 | 08:30 น.

 

“รัฐบาลเรือเหล็ก”กำลังจัดทำนโยบายรัฐบาลโดยรวบรวมนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลต่างๆ ท่านรองนายกรัฐมนตรีนายวิษณุ เครืองาม กล่าวไว้ทำนองว่า รัฐบาลเรือเหล็ก ขนสินค้าได้มากกว่าเดิมแต่ต้องระวัง “สนิมเนื้อใน” ซึ่งจะทำให้เรือพังได้

ในอดีตการพังทลายของหลายรัฐบาลเกิดจาก “สิ่งไม่ดี ไม่ยึดคุณธรรม ฉ้อโกง คอร์รัปชัน ไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและประชาชนส่วนใหญ่”ค่อยๆผุดโผล่เกิดขึ้นเป็นที่รับรู้ของสังคมวงกว้าง ดังนั้น หากคำนึงถึงแต่ผลได้ทางเศรษฐกิจระยะสั้น ไม่คำนึงถึงผลเสียทางสังคม ระยะยาวถือได้ว่าเป็นการใช้เหล็กสร้างเรือที่แข็งแรงภายนอกในระยะแรกแต่แท้จริงแล้วซ่อนสนิมไว้ข้างในรอวันขยายตัวขึ้นจนทำให้เรือรั่วและล่มได้ในที่สุด

จากภาพพจน์ที่ได้รับผลกระทบจาก“สนิมบุคคล”ทั้งจากการต่อรองระหว่างพรรคร่วมและภายในพรรคหลักของรัฐบาลเอง สนิมถัดไป คือ“สนิมนโยบาย”ต่างๆของพรรคร่วมรัฐบาล หากรวบรวมนโยบายที่ดีทั้งระยะสั้นและไม่ก่อผลเสียระยะยาวก็จะทำให้รัฐบาลสามารถสร้างผลงานได้อย่างรวดเร็วในระยะสั้นและไม่เสียภาพพจน์ในระยะยาว แต่หากบรรจุนโยบายที่เกิดผลเสียในระยะยาวอย่างแน่นอนไว้ในนโยบายรัฐบาลก็จะส่งผลเชิงลบต่อ ภาพพจน์ของรัฐบาลในทันทีและจะทำให้เรือเหล็กรั่วและล่มได้ในอนาคตต่อไป

ข้อมูลต่อไปนี้จะช่วยให้รัฐบาลและสังคมพิจารณาว่านโยบายกัญชาจะเป็น“เหล็กเคลือบกันสนิม”หรือ “สนิมนโยบาย”สำหรับรัฐบาลเหล็กลำใหม่นี้

 

1. นโยบายกัญชาทางการแพทย์ของไทยมีสถานะถูกต้องตามกฎหมายแล้วตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2562 (ฉบับที่ 7) ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 รัฐบาลจะได้ประโยชน์หากกำหนดนโยบายที่ให้หน่วยงานราชการจัดให้มีบริการกัญชาทางการแพทย์ให้ทั่วถึงแก่ผู้ป่วยบางโรคหรือบางอาการที่ได้รับการพิสูจน์ทางหลักวิชาการแล้วว่าจะได้ประโยชน์จากสารสกัดจากกัญชา ซึ่งขณะนี้มีเพียงบางโรคบางอาการเท่านั้นที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว

ที่สำคัญต้องจัดให้มีระบบควบคุมที่เข้มแข็งเพียงพอไม่ปล่อยให้มีการรั่วไหลของกัญชาทางการแพทย์ไปสู่มือของผู้ที่ไม่ใช่ผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนและควบคุมกัญชาทางการแพทย์และกัญชาทั่วไปในตลาดมืดให้ได้เพื่อป้องกันการนำไปสู่การใช้เพื่อความบันเทิงจนเกิดการเสพติดหรือผลกระทบต่อผู้อื่น เช่น อุบัติเหตุจากการเมากัญชาแล้วขับรถ เป็นต้น หากวางระบบบริการได้ดีและควบคุมการรั่วไหลได้อย่างเข้มแข็งเพียงพอก็จะได้ประโยชน์สูงสุดจากการกำหนดนโยบายกัญชาทางการแพทย์เป็นนโยบายรัฐบาล

รัฐบาลเรือเหล็ก กับ นโยบายกัญชา

2. นโยบายกัญชาเพื่อความบันเทิงซึ่งไม่มีประโยชน์ใดๆ แก่สังคมโดยรวม จะมีประโยชน์ก็แต่สำหรับธุรกิจกัญชาที่รอจ้องเขมือบผลประโยชน์ก้อนนี้โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมในระยะยาว

3. นโยบายกัญชาเพื่อเศรษฐกิจตามที่เป็นข่าวรับรู้ทั่วไปคือจะอนุญาตให้ปลูกกัญชาได้บ้านละ 6 ต้นจะสร้างรายได้ถึงปีละ 420,000 บาท/ครัวเรือน เหตุผลที่ควรใช้ประกอบพิจารณา คือ

1. จากหลักการตลาดที่ราคาจะขึ้นกับความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานเมื่อปลูกกัญชาพร้อมกันราคาก็จะตกลงอย่างแน่นอน

2. นโยบายนี้จะขัดกับนโยบายควบคุมยาเสพติดระดับโลกที่ยังกำหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติดในเวทีการควบคุมยาเสพติดระดับโลก

3. จะมีวิธีการควบคุมอย่างไรไม่ให้ปลูกเกินจำนวนเนื่องจากประเทศไทยมีปัญหาการบังคับใช้กฎหมายมาตลอด

4. จะควบคุมไม่ให้มีการจำหน่ายกัญชาสู่ตลาดมืดได้อย่างไรเพราะการขายตลาดมืดสะดวกและได้เงินสดรวดเร็วกว่า

และ 5. จะควบคุมไม่ให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนได้อย่างไรเนื่องจากมีอยู่ในทุกบ้านและไม่มีค่าใช้จ่ายในการหามาใช้ บุหรี่และสุราซึ่งไม่ได้มีอยู่ในบ้านและมีกฎหมายควบคุมไม่ให้เยาวชนซื้อได้ก็ยังมีเยาวชนเสพติดจำนวนมาก มีงานวิจัยระดับสากล พบว่า กัญชาเป็นประตูสู่การใช้สารเสพติดร้ายแรงอื่นหากในอนาคตประชาชน เด็กและเยาวชนเข้าถึงกันทุกครัวเรือนสังคมไทยจะหายนะขนาดไหน

เช่นเดียวกับนโยบายปลูกพืชผลเกษตรเชิงเดี่ยวอื่นๆ ในไทยที่ราคาผลผลิตตกตํ่าเมื่ออุปทานผลผลิตออกพร้อมกันแต่คนขายปุ๋ยหรือต้นกล้าได้ กำไรมหาศาลไปก่อนแล้ว นโยบายกัญชาเพื่อเศรษฐกิจนี้ประชาชนจะมีรายได้เท่าไหร่ยังไม่แน่นอน ผลกระทบต่อสุขภาพและสังคมยังไม่อาจประมาณได้ แต่คาดว่าจะมีธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากนโยบายนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน หากกำหนดให้มีนโยบายนี้ในนโยบายของรัฐบาลเชื่อได้ว่าจะเป็นหนึ่งใน “สนิมนโยบาย” ที่รอวันทำให้เรือเหล็กลำใหม่นี้จมลงอย่างแน่นอนในอนาคต 

บทความ

โดย ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล นักวิชาการจากแคนนาดา, Dalla Lana School of Public Health,University of Toronto, Canada

หน้า 7 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3488 ระหว่างวันที่ 18 - 20 กรกฎาคม 2562

รัฐบาลเรือเหล็ก กับ นโยบายกัญชา