
อสังหาฯแชมป์ร้องเรียน ห้องชุด-บ้านจัดสรรคุณภาพห่วย
“เรื่องเดิมที่สถิติสูงมาตลอดและแนวโน้มสูงขึ้นคือ เรื่องอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในอดีตสถานการณ์ของอสังหาริมทรัพย์คือไม่สร้าง ซื้อบ้านไม่ได้บ้าน วางดาวน์ไปแล้วไม่สร้างไม่เสร็จ แต่วันนี้เป็นเรื่องการสร้างที่ไม่ได้คุณภาพ รับโอนแล้วอยู่อาศัยได้ไม่นาน 1-2 ปี ก็มีวัสดุเสียหาย ผนังร้าว หลังคาพัง เพราะตอนผู้ซื้อจ่ายเงินอาจจะยังไม่เห็นของจริง” นายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในฐานะดูแลด้านกฎหมายและฉลากสินค้า กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงแนวโน้มสินค้า และบริการที่มีประชาชนร้องเรียนมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ว่า
“ผมสงสัยว่าผู้ประกอบการอาจจะลดค่าใช้จ่ายลงหรือไม่ บางแห่งปรากฏว่าทำลักษณะโครงสร้างแบบน็อกดาวน์ เอามาประกอบกันแล้วซีลกาว ซิลิโคน ที่โดยปกติจะอยู่ได้ 3-5 ปี ต้องเปลี่ยนใหม่ แต่ตอนนี้แค่ฝนตก นํ้ารั่วซีลก็หมดอายุ อุปกรณ์ต่างๆ อยู่ได้ 1-2 ปีก็ไปแล้ว ส่วนมากที่ร้องเรียนแบบนี้มักจะเป็นคอนโดมิเนียม ที่ต้องถามว่าคนขายไม่ได้ปิดบัง แต่จะทำอย่างไรให้คนซื้อทราบว่าลักษณะของโครงสร้างแบบนี้จะเกิดอะไรและแก้ไขอย่างไร”
พิฆเนศ ต๊ะปวง
มีเคสหนึ่งนํ้ารั่วผ่านซิลิโคน หลังจากเข้าอยู่ได้เพียงปีเดียว ปรากฏว่าผู้รับเหมาที่เป็นซับเข้าไปรับงานใช้ซิลิโคนและสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ นิติบุคคลเจ้าของอาคารต้องมาร้องเรียนกับสคบ.ให้รื้อ เปลี่ยนและแก้ไขให้หมด โดยใช้เงินเป็นหลักล้านบาทเพราะต้องแก้ไขทั้งตึก ซึ่งตามกฎหมายของการรับประกันอาคารชุดเป็นสิ่งที่เล็กน้อยก็จะต้องรับประกัน 2 ปี ส่วนโครงสร้างต้องรับประกัน 5 ปี ดังนั้นคอนโดมิเนียมก็ต้องรับประกันให้ตามที่กฎหมายกำหนด
“กระบวนการยุติปัญหาเรื่องแบบนี้จะมี 4 ขั้นตอน คือ 1. ชั้นสอบสวนของเจ้าหน้าที่ 2. ขั้นตอนของการไกล่เกลี่ย 3. ทำข้อตกลงร่วมกัน และ 4. ถ้าไม่ตกลงร่วมกันได้ก็จะพิจารณาฟ้องร้องในคดีผู้บริโภค ที่มีเกณฑ์ 3 ข้อ คือ เป็นผู้บริโภคที่ถูกละเมิดสิทธิ์หรือไม่ การดำเนินคดีจะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมหรือไม่ ถ้ามีความเสียหายที่เกิดจากผู้ประ กอบการ ก็จะเข้าเกณฑ์ในการเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฟ้องต่อศาลให้ชี้ขาด ซึ่งสคบ.จะทำหน้าที่เป็นทนาย ส่งอัยการเพื่อให้ฟ้องทางแพ่งต่อไป เมื่อศาลตัดสินแล้วบังคับคดีตามขั้นตอน ซึ่งมีทั้งการเยียวยาเป็นเงินและการบังคับให้เป็นไปตามคำสั่งศาล”
จากการวิเคราะห์สาเหตุ ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากเรื่องราคาของคอนโดฯ ที่ผู้บริโภคมักจะเลือกจากราคาอันดับแรก จากโปรโมชันของผู้ประกอบการเอง ถ้าราคาโดนใจจะเข้าไปหาข้อมูล ส่วนเรื่องคุณภาพมาเป็นอันดับรอง แต่มองว่าจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภครับรู้คุณภาพของสินค้าก่อน ซึ่งข้อมูลนี้หายไป ที่สคบ.มีหน้าที่จะต้องสร้างข้อมูลส่วนนี้ ด้วยการเปิดแล็บจัดทดสอบเหมือนที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเก็บวัสดุ สินค้ามาทดสอบแล้วรายงานข้อมูลว่าอะไรทดสอบแล้วมีข้อดีและเสียอย่างไร ประกอบการตัดสินใจของผู้บริโภคอย่างถูกต้องมากขึ้น ถ้ามีการเปิดเผยรายละเอียดก็จะทำให้ผู้ซื้อรับรู้ว่าควรเลือกอย่างไร เพราะไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรให้รู้ว่าอะไรมีคุณภาพหรือไม่มีคุณภาพถ้าไม่พิสูจน์
“แต่แล็บนี้ต้องลงทุนสูงมากนะ มองว่าแล็บของส่วนราชการและเอกชนที่ยังขาดไปคือการนำผลการของการทดสอบมาเผยแพร่ หน้าที่นี้ต้องเป็นหน้าที่ของสคบ. แต่ข้อจำกัดของข้อมูลนี้คือเป็นความลับทางการค้า แค่ไหนเพียงไรที่จะสามารถบอกให้ผู้ซื้อทราบได้ ซึ่งตอนนี้ก็มีแล็บของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งสคบ.มีหน้าที่ประสานงานว่าสินค้าผลิตภัณฑ์อะไรเป็นความเสี่ยง ที่มีความต้องการสูงของผู้บริโภคในปัจจัย 4 ส่วนสินค้าฟุ่มเฟือยอื่นเอาไว้ก่อนตามความจำเป็น”
แต่สิ่งที่เรากลัวคือเมื่อเพิ่มขั้นตอนอะไรต่างๆ ไปสิ่งที่จะ วนกลับมาที่ปลายทางคือกลายเป็นต้นทุนของสินค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะแก้ปัญหาด้วยการทำโล่รางวัลให้ผู้ประกอบการเพื่อเป็นแรงจูงใจ
สัมภาษณ์ โดย จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง
หน้า 7 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3468 ระหว่างวันที่ 9 - 11 พฤษภาคม 2562






