thansettakij
thansettakij
คำขาดของ EU  ก่อนครบกำหนด Brexit

คำขาดของ EU ก่อนครบกำหนด Brexit

22 มี.ค. 62 | 04:47 น.
อัปเดตล่าสุด :22 มี.ค. 62 | 11:58 น.

เหลืออีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้นก็จะครบกำหนดที่ UK (สหราช อาณาจักร) ต้องแยกตัวออกจาก EU (กลุ่มสหภาพยุโรป) แล้ว แต่ดูเหมือนว่าทางออกของเรื่อง Brexit ก็ดูจะไม่ลงตัวเสียที ในทางตรงกันข้ามกับเพิ่มความตึงเครียดให้กับทั้ง UK และประเทศสมาชิกต่างๆ ของ EU ขึ้นไปอีก

ปัญหาของเรื่องเกิดขึ้นจากการที่ข้อตกลงที่นายกฯเทเรซา เมย์ ทำกับ EU นั้น ไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา ถึง 2 ครั้ง แม้ว่าการลงคะแนนในครั้งที่ 2 จะมีสมาชิกสภา หันมาเห็นด้วยกับข้อเสนอของรัฐบาลมากกว่าครั้งแรกถึงกว่า 80 คน แต่คะแนนเสียงของผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลก็ยังมากกว่าฝ่ายที่เห็นด้วยถึง 149 เสียง

ถึงแม้ว่าสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการเกี่ยวกับข้อตกลงจะไม่ผ่านความเห็นชอบถึง 2 ครั้ง แต่ก็ดูเหมือนว่านายกฯเมย์ ยังไม่ลดละความพยายามกลับมุ่งที่จะนำประเด็นเรื่องเดิมนี้กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาอีก แม้ว่าจะมีเสียงคัดค้านจำนวนมากก็ตาม

คำขาดของ EU  ก่อนครบกำหนด Brexit

แต่สุดท้ายประเด็นนี้ก็ถูกปลดล็อกด้วยการที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร จอห์น เบอร์โคว ได้ใช้สิทธิคัดค้านไม่ให้ผู้นำรัฐบาลเสนอเรื่องเดิมต่อสภา เป็นรอบที่ 3 ซึ่งครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ของสภาอังกฤษ ที่ประธานของสภาผู้แทนราษฎรได้ใช้สิทธินี้เคยเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 400 ปีที่แล้ว

ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงจำต้องยอมดำเนินการด้วยช่องทางที่ยังเหลืออยู่ นั่นก็คือการขอขยายระยะเวลาการแยกตัวของ UK ออกจาก EU ออกไปก่อน ซึ่งนายกฯเมย์ ได้แถลงต่อสภาฯ อย่างหนักแน่นว่ารัฐบาลไม่ประสงค์ที่จะขอขยายระยะเวลาออกไปจนถึงปลายปี ค.ศ. 2020 หากแต่ประสงค์จะขยายไปเพียงถึงช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนปีนี้เท่านั้น

จากข้อจำกัดของรัฐบาล UK ที่สภาฯ ไม่รับทั้งข้อเสนอของรัฐบาล และไม่เห็นด้วยกับการแยกตัวแบบไม่มีข้อตกลง และเมื่อการจะเสนอซํ้าก็ถูกสกัดโดยประธานสภา เกมนี้ก็ได้กดดันให้ทางรัฐบาลจำต้องยอมขอขยายระยะเวลาออกไป

เรื่องนี้กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนของเกมระหว่าง UK กับ EU เพราะผู้นำของ EU ได้ออกมาแถลงทันทีว่า การขอขยายระยะเวลาแยกตัวออกไปก่อนนั้นสามารถทำได้ แต่ต้องตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าสมาชิกสภา ของ UK ต้องยอมรับข้อตกลงที่รัฐบาลได้ทำไว้กับ EU ก่อนครบกำหนด การแยกตัวเท่านั้น

ดูเหมือนจุดนี้จะเป็นคำขาดของ EU ที่ต้องการจะจบปัญหาเรื่องนี้ จริงๆ แล้วมีประเทศสมาชิกของ EU หลายประเทศที่ออกมาแสดงท่าทีว่าพร้อมจะ ออกมาคัดค้านการขอขยายระยะเวลาของ UK ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส หรือ เบลเยียม การเดินเกมของ EU ครั้งนี้เหมือนจะเป็นการเดินเกมแบบรุกฆาต เพราะเป็นเหมือนการบีบให้สมาชิกสภา ของ UK ต้องเห็นด้วยกับข้อเสนอของรัฐบาลเท่านั้น

นั่นหมายความว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรของ UK อาจจำเป็นต้องยอมปลดล็อกให้นายกฯเมย์ นำข้อเสนอของรัฐบาลเข้าสู่การพิจารณาเพื่อลงมติเห็นชอบเป็นครั้งที่ 3 และหากสมาชิกสภา ยังคงควํ่าข้อเสนอที่รัฐบาลได้ทำกับ EU อีก UK จำต้องออกจากการเป็นสมาชิกของ EU แบบไม่มีข้อตกลงเท่านั้น เพราะ EU ก็จะไม่ยอมให้มีการขยายเวลาออกไปตามคำขอของรัฐบาล UK แต่อย่างใด

จุดนี้แสดงให้เห็นชัดเจนขึ้นมากว่า EU ต้องการเป็นผู้กำหนดวิธีการแก้ปัญหาเรื่องนี้มากกว่าจะรอดูท่าทีของ UK เหมือนช่วงที่ผ่านๆ มาอีกแล้ว

คำขาดของ EU  ก่อนครบกำหนด Brexit

กรณีนี้มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ว่า การบีบให้สภาฯ ลงมติเห็นชอบกับข้อเสนอของรัฐบาลแล้ว จะมีเหตุผลอะไรที่รัฐบาล UK จำเป็นต้องไปขอขยายระยะเวลาการแยกตัวออกไปอีก หากจะมีเรื่องช่องว่างของสิ่งที่จะเป็นต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อตกลง ก็มีข้อกำหนดเกี่ยวกับขั้นตอนในการแยกตัวอยู่แล้ว

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นอย่างหนึ่งว่าการดำเนินการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ขาดความชัดเจน และการเลือกใช้วิธีการขยับเวลาในการที่จะให้สภาตัดสินใจกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาออกไปในหลายช่วงนั้น กลายเป็นว่าเกมนี้รัฐบาลอังกฤษแทบไม่เหลือหมากให้เดิน เพราะดูเหมือนจะถูกบล็อกไว้จากทุกทางไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภา ประธานสภาหรือผู้นำของกลุ่ม EU

คำขาดของ EU  ก่อนครบกำหนด Brexit

การรุกฆาตครั้งนี้ของ EU ส่งผลทำให้ทางเลือกอื่นๆ ของ UK ที่เคยมีอยู่ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งใหม่ หรือจะเป็นการจัดให้มีการลงประชามติรอบ 2 เกี่ยวกับ Brexit ถูกตัดออกไปด้วย เพราะไม่สามารถนำมาใช้เป็นวิถีทางในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการตัดสินใจในเรื่องนี้ ณ ตอนนี้ได้อีกต่อไป ซึ่งหากจะพิจารณาตอนนี้เท่ากับ UK เหลือทางเลือกหลักๆ แค่ 2 ทางเท่านั้น นั่นก็คือ

1. การยกเลิกการแยกตัวออกจาก EU ซึ่งโดยส่วนตัวผู้เขียนเชื่อว่ารัฐบาลคงไม่เลือกใช้ทางออกนี้ เพราะจะทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของการลงประชามตินั้นหายไป อันจะส่งผลระยะยาวต่อการดำเนินกิจการภายในของประเทศ ที่อาจจำต้องรับฟังความเห็นของประชาชนทั่วประเทศเพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินการ เรียกง่ายๆ ว่าการเลือกตัวเลือกนี้อาจจะเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย

คำขาดของ EU  ก่อนครบกำหนด Brexit

ทางเลือกที่ 2 คือ การที่สมาชิกสภา ต้องก้มหน้ารับข้อตกลงที่รัฐบาลได้ทำไว้กับ EU แม้ว่าสุดท้ายแล้วอาจเกิดปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับ backstop ระหว่างประเทศไอร์แลนด์ และไอร์แลนด์ เหนือก็ตาม หรือทางเลือกสุดท้าย UK จะถูกบังคับให้ต้องแยกตัวออกจาก EU แบบไม่มีข้อตกลง ซึ่งแน่นอนว่าหากเกิดขึ้นจริงเรื่องนี้ต้องส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจต่อภาคพื้นยุโรปเป็นอย่างมาก

มองเรื่องนี้แล้วจะเห็นได้ว่าการตัดสินใจดำเนินการใดๆ ของบุคคลที่จะมาเป็นรัฐบาลมีผลกระทบต่อประเทศและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนไม่ได้

ดังนั้นหากท่านผู้อ่านต้อง การให้บ้านเมืองของเราเป็นอย่างไร หรือการมีแนวทางไปในทิศทางใด พวกเราคงต้องร่วมกันออกมาใช้สิทธิใช้เสียงในการกำหนดตัวบุคคลที่จะมาเป็นผู้นำให้กับบ้านเมืองของเรากันในวันที่ 24 มีนาคมนี้กันให้เต็มที่นะครับ 

รู้เท่าทันสารพันกฎหมาย

โดย มาร์ค เจริญวงศ์ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด

ปัจจุบัน ศึกษาปริญญาเอกอยู่ที่ University of Kent (United Kingdom) สาขากฎหมายอาญาและกระบวนการยุติธรรมทางอาญาระหว่างประเทศ

หน้า 7 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3455 ระหว่างวันที่ 24 - 27 มีนาคม 2562

คำขาดของ EU  ก่อนครบกำหนด Brexit