thansettakij
thansettakij
อยู่บนภู : ชำแหละ ‘นโยบายข้าว’ พรรคไหนโดนใจชาวนา

อยู่บนภู : ชำแหละ ‘นโยบายข้าว’ พรรคไหนโดนใจชาวนา

01 มี.ค. 62 | 13:44 น.
อัปเดตล่าสุด :01 มี.ค. 62 | 22:14 น.

ชำแหละ-04 ทุกขชาวนา-01
ทุกข์ของชาวนา คือทุกข์ของแผ่นดิน  วลีอมตะ ที่ตอกยํ้าฝังอยู่ในความทรงจำของคนไทยมาทุกยุคทุกสมัยถึงทุกวันนี้ ด้วยเหตุว่าชาวนาปลูกข้าวให้คนกิน ล้วนทำงานหนักด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย “จากแรงมาเป็นรวงระยะทางนั้นเหยียดยาว จากรวงเป็นเม็ดพราวล้วนทุกข์ยากลำบากเข็ญ” กว่าจะผลิตออกมาแต่ละเมล็ดแล้ว ยังต่อสู้กับภัยธรรมชาติธรรมชาติ ต่อสู้กับราคาทุกวันนี้จึงไม่ค่อยเห็นคนรุ่นใหม่เลือกวิถีชาวนาที่แสนเข็ญ
 

อย่างไรก็ดีการทำนาปลูกข้าวสืบทอดกันมาช้านานนับ100 ปีด้วยสภาพพื้นที่  จึงยังมีคนที่ยึดอาชีพทำนาอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีจำนวนชาวนาที่ขึ้นทะเบียนทำนาถึง 4.5 ล้านครัวเรือน คาดการณ์ว่ามีถึง 15 ล้านคน ในจำนวนนี้คิดแค่เพียงพ่อ-แม่ ก็ทำให้ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งตกประมาณ 9-10 ล้านคะแนน

อยู่บนภู : ชำแหละ ‘นโยบายข้าว’ พรรคไหนโดนใจชาวนา เพิ่มเพื่อน

เสียงของชาวนาเกี่ยวพันกับการเมืองอย่างแยกไม่ออก ถ้าชาวนามีความเป็นเอกภาพโหวตไปทิศทางใดทิศทางหนึ่ง พรรคใดพรรคหนึ่ง พรรคนั้นจะได้คะแนนเสียงเป็นกอบเป็นกำมีที่นั่งจำนวนมากในสภา

ขณะเดียวกันเสียงของชาวนายังสามารถล้มรัฐบาลได้ เมื่อใดที่กองทัพชาวนาเคลื่อนพลลงสู่ท้องถนน หมายถึงสัญญาณชีพรัฐบาลนั้นกำลังสิ้นสุดลง

พรรคการเมืองจึงแข่งกันงัดนโยบายข้าว หวังซื้อใจชาวนาแลกคะแนนเสียง หนีไม่พ้นการอุดหนุนรายได้ให้กับชาวนา ลองดู 3 พรรคการเมืองใหญ่ ที่มีโอกาสในการจัดตั้งเสนอนโยบาย
TV-1 พรรคพลังประชารัฐ ที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเป็นนายกฯอยู่ในปัจจุบันนี้ เสนอนโยบาย “3 ลด 3 เพิ่ม” ภายใต้มอตโต้ลดต้นทุน ลดหนี้ ลดเสี่ยงราคาตํ่า เพิ่มชดเชยค่าเกี่ยวข้าวเดิมรัฐบาลนี้ให้อยู่ 12 ไร่ขยับขึ้นเป็น 20 ไร่ ให้ไร่ละ จาก 1,500 บาทเป็น 2,000 บาทรวมช็อตนี้เกี่ยวปุ๊บรับปั๊บ 4 หมื่นบาทต่อครัวเรือน

แถมให้ค่าเก็บข้าวในยุ้งฉางอีก 3 หมื่นบาทรวม 7 หมื่นบาทต่อครัวเรือน เป็นนโยบายที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยตัดวงจรการจำนำที่เป็นปัญหาออกจากระบบ เป็นการอุดหนุนที่รัฐต้องใช้เงินไม่น้อยในแต่ละปีเช่นเดียวกัน
TV-3 ถัดมา พรรคประชาธิปัตย์ หันกลับไปใช้นโยบายประกันรายได้ โดยตั้งราคาเบื้องต้นของข้าวเปลือกเจ้าไว้ที่ 1 หมื่นบาทต่อตัน ปชป.ยังคงหันไปเล่นกับราคา วิธีการนี้หากขายข้าวในตลาดได้ไม่ถึง 1 หมื่นบาทต่อเกวียนให้ไปเบิกส่วนต่างจากรัฐให้ครบหมื่นบาท เช่น หากขายข้าวได้เกวียนละ7,500 บาท รัฐจ่ายชดเชยให้ 2,500บาทต่อเกวียน

วิธีนี้อาจมีจุดอ่อนตรงการขึ้นทะเบียนจะต้องรอบคอบรัดกุม ไม่มีชาวนาแอบแฝงหรือพวกสวมสิทธิ์ชาวนามาหาประโยชน์ ทำให้ผลผลิตที่เกินจากปกติไปมากเหมือนกับที่ดำเนินการมาคราวก่อน และที่สำคัญระบบนี้ยังจะทำให้ราคาตลาดไม่วิ่งตามกลไกปกติมาก โดยพ่อค้าจะฉวยโอกาสซื้ออยู่แถวใกล้เคียงหรือตํ่ากว่าประกันรายได้ให้ชาวนาไปเบิกเงินจากรัฐมาชดเชยแทน หากจะใช้วิธีการนี้คงต้องหามาตรการเสริมในการกำกับดูแลพ่อค้าข้าว โรงสีอีกทีใม่ให้แคปราคาฟันกำไรให้กับตนเองมากเกินไป โดยผู้ขาดทุนคือรัฐบาลที่ต้องแบกส่วนต่างในทุกเกวียนที่ชาวนาผลิตขึ้น
TV-2 ถัดมา พรรคเพื่อไทย ที่ทั้งคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประกาศไม่เอาแล้วจำนำข้าว ประกาศคืนความสุขให้เกษตรกรไทย โดยให้เงินช่วยเหลือพัฒนาข้าวคุณภาพดีเกวียนละ 5 พันบาทให้ไม่เกิน 15 เกวียนต่อครัวเรือนรวม 7.5 หมื่นบาท บลัฟพลังประชารัฐขึ้นมาเล็กน้อย และให้ชาวนารายย่อยที่ไม่เกิน 7 เกวียนอีก 3.6 หมื่นบาทต่อครัวเรือน

พร้อมกับการกำหนดเป้าหมายราคาข้าวยุติธรรมเป็น ข้าวเปลือกเจ้า 5 %เกวียนละ 1 หมื่นบาท ข้าวหอมปทุมธานีเกวียนละ 1.2 หมื่นบาท ข้าวหอมจังหวัดเกวียนละ 1.5 หมื่นบาท ข้าวหอมมะลิเกวียนละ 1.7 หมื่นบาทและข้าวเหนียวเมล็ดยาวเกวียนละ 1.2 หมื่นบาท

อันที่จริงพรรคนี้เป็นพรรคที่ไม่ควรเสนอนโยบายข้าวต่อชาวนา ภายหลังจากโครงการรับจำนำอันอื้อฉาวในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่สร้างความเสียให้ตลาดข้าวมหาศาลและผลขาดทุนโครงการโดยตรงสูงกว่า 6 แสนล้านบาท โดยใช้เงินรับจำนำไปในช่วงนั้นทั้งสิ้น 8.89 แสนล้านบาทใน 5 รอบการผลิตที่เข้าร่วมโครงการ หนี้สาธารณสูงขึ้นจนแทบแตะเพดาน แบกสต๊อกบานเบอะกว่า 17 ล้านตัน
นโยบาย-002 เป็นมรดกบาปที่ตกทอดมาถึงให้รัฐบาลชุดนี้และข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์ต้องหาทางระบายข้าวออกไปเพราะมีส่วนสำคัญในการกดทับราคาข้าวของไทยในตลาดต่างประเทศอันเนื่องมาจากสต๊อกในปริมาณมากที่แบกไว้ มีชาวนาอัตวินิบาตกรรมไปหลายรายอันเนื่องมาจากไม่ได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าวและทดท้อกับภาระหนี้สิน
 

พรรคการเมืองผู้เสนอนโยบาย นักการเมือง ต้องมีความรับผิดรับชอบ เมื่อเสนอนโยบายที่ผิดพลาด บกพร่องแต่ยังไม่มีใครในพรรคนี้ แม้แต่คนเดียวที่สำนึกและออกมาขอโทษประชาชน
 

โครงการจำนำข้าวสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์มีหลายร้อยคดี ที่ยังอยู่ในชั้นตำรวจ อัยการ ป.ป.ช.อันเนื่องมาจากการทุจริตมโหฬารที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งศาลตัดสินไปแล้ว 2 คดี คือคดีอดีตนายกฯไม่ระยับยับยั้งก่อให้เกิดความเสียหายศาลสั่งจำคุก 5 ปี และคดีทุจริตขาย ข้าวรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี คดีแรกที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมต.พาณิชย์และพวกถูกตัดสินจำคุก 42 ปี ยังมีคดีจีทูจีล็อต 2 ป.ป.ช.จะชี้มูลความผิดในอีกไม่นานนี้
 

(พฤติการณ์แห่งคดีและผู้กระทำผิดจะเป็นใครมาว่ากันต่อรอบหน้า)
 

| คอลัมน์ : อยู่บนภู 
| โดย : กระบี่เดียวดาย 
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3449 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 3-6 มี.ค.2562 
595959859

  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • columnist