
อยู่บนภู : ชำแหละ ‘นโยบายข้าว’ พรรคไหนโดนใจชาวนา
ทุกข์ของชาวนา คือทุกข์ของแผ่นดิน วลีอมตะ ที่ตอกยํ้าฝังอยู่ในความทรงจำของคนไทยมาทุกยุคทุกสมัยถึงทุกวันนี้ ด้วยเหตุว่าชาวนาปลูกข้าวให้คนกิน ล้วนทำงานหนักด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย “จากแรงมาเป็นรวงระยะทางนั้นเหยียดยาว จากรวงเป็นเม็ดพราวล้วนทุกข์ยากลำบากเข็ญ” กว่าจะผลิตออกมาแต่ละเมล็ดแล้ว ยังต่อสู้กับภัยธรรมชาติธรรมชาติ ต่อสู้กับราคาทุกวันนี้จึงไม่ค่อยเห็นคนรุ่นใหม่เลือกวิถีชาวนาที่แสนเข็ญ
อย่างไรก็ดีการทำนาปลูกข้าวสืบทอดกันมาช้านานนับ100 ปีด้วยสภาพพื้นที่ จึงยังมีคนที่ยึดอาชีพทำนาอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีจำนวนชาวนาที่ขึ้นทะเบียนทำนาถึง 4.5 ล้านครัวเรือน คาดการณ์ว่ามีถึง 15 ล้านคน ในจำนวนนี้คิดแค่เพียงพ่อ-แม่ ก็ทำให้ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งตกประมาณ 9-10 ล้านคะแนน
เสียงของชาวนาเกี่ยวพันกับการเมืองอย่างแยกไม่ออก ถ้าชาวนามีความเป็นเอกภาพโหวตไปทิศทางใดทิศทางหนึ่ง พรรคใดพรรคหนึ่ง พรรคนั้นจะได้คะแนนเสียงเป็นกอบเป็นกำมีที่นั่งจำนวนมากในสภา
ขณะเดียวกันเสียงของชาวนายังสามารถล้มรัฐบาลได้ เมื่อใดที่กองทัพชาวนาเคลื่อนพลลงสู่ท้องถนน หมายถึงสัญญาณชีพรัฐบาลนั้นกำลังสิ้นสุดลง
พรรคการเมืองจึงแข่งกันงัดนโยบายข้าว หวังซื้อใจชาวนาแลกคะแนนเสียง หนีไม่พ้นการอุดหนุนรายได้ให้กับชาวนา ลองดู 3 พรรคการเมืองใหญ่ ที่มีโอกาสในการจัดตั้งเสนอนโยบาย
แถมให้ค่าเก็บข้าวในยุ้งฉางอีก 3 หมื่นบาทรวม 7 หมื่นบาทต่อครัวเรือน เป็นนโยบายที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยตัดวงจรการจำนำที่เป็นปัญหาออกจากระบบ เป็นการอุดหนุนที่รัฐต้องใช้เงินไม่น้อยในแต่ละปีเช่นเดียวกัน
วิธีนี้อาจมีจุดอ่อนตรงการขึ้นทะเบียนจะต้องรอบคอบรัดกุม ไม่มีชาวนาแอบแฝงหรือพวกสวมสิทธิ์ชาวนามาหาประโยชน์ ทำให้ผลผลิตที่เกินจากปกติไปมากเหมือนกับที่ดำเนินการมาคราวก่อน และที่สำคัญระบบนี้ยังจะทำให้ราคาตลาดไม่วิ่งตามกลไกปกติมาก โดยพ่อค้าจะฉวยโอกาสซื้ออยู่แถวใกล้เคียงหรือตํ่ากว่าประกันรายได้ให้ชาวนาไปเบิกเงินจากรัฐมาชดเชยแทน หากจะใช้วิธีการนี้คงต้องหามาตรการเสริมในการกำกับดูแลพ่อค้าข้าว โรงสีอีกทีใม่ให้แคปราคาฟันกำไรให้กับตนเองมากเกินไป โดยผู้ขาดทุนคือรัฐบาลที่ต้องแบกส่วนต่างในทุกเกวียนที่ชาวนาผลิตขึ้น
พร้อมกับการกำหนดเป้าหมายราคาข้าวยุติธรรมเป็น ข้าวเปลือกเจ้า 5 %เกวียนละ 1 หมื่นบาท ข้าวหอมปทุมธานีเกวียนละ 1.2 หมื่นบาท ข้าวหอมจังหวัดเกวียนละ 1.5 หมื่นบาท ข้าวหอมมะลิเกวียนละ 1.7 หมื่นบาทและข้าวเหนียวเมล็ดยาวเกวียนละ 1.2 หมื่นบาท
อันที่จริงพรรคนี้เป็นพรรคที่ไม่ควรเสนอนโยบายข้าวต่อชาวนา ภายหลังจากโครงการรับจำนำอันอื้อฉาวในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่สร้างความเสียให้ตลาดข้าวมหาศาลและผลขาดทุนโครงการโดยตรงสูงกว่า 6 แสนล้านบาท โดยใช้เงินรับจำนำไปในช่วงนั้นทั้งสิ้น 8.89 แสนล้านบาทใน 5 รอบการผลิตที่เข้าร่วมโครงการ หนี้สาธารณสูงขึ้นจนแทบแตะเพดาน แบกสต๊อกบานเบอะกว่า 17 ล้านตัน
พรรคการเมืองผู้เสนอนโยบาย นักการเมือง ต้องมีความรับผิดรับชอบ เมื่อเสนอนโยบายที่ผิดพลาด บกพร่องแต่ยังไม่มีใครในพรรคนี้ แม้แต่คนเดียวที่สำนึกและออกมาขอโทษประชาชน
โครงการจำนำข้าวสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์มีหลายร้อยคดี ที่ยังอยู่ในชั้นตำรวจ อัยการ ป.ป.ช.อันเนื่องมาจากการทุจริตมโหฬารที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งศาลตัดสินไปแล้ว 2 คดี คือคดีอดีตนายกฯไม่ระยับยับยั้งก่อให้เกิดความเสียหายศาลสั่งจำคุก 5 ปี และคดีทุจริตขาย ข้าวรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี คดีแรกที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมต.พาณิชย์และพวกถูกตัดสินจำคุก 42 ปี ยังมีคดีจีทูจีล็อต 2 ป.ป.ช.จะชี้มูลความผิดในอีกไม่นานนี้
(พฤติการณ์แห่งคดีและผู้กระทำผิดจะเป็นใครมาว่ากันต่อรอบหน้า)
| คอลัมน์ : อยู่บนภู
| โดย : กระบี่เดียวดาย
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3449 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 3-6 มี.ค.2562






