thansettakij
thansettakij
“ดับเบิลยูอีเอฟ”ยันไทยใกล้ถึงฝันก้าวสู่ 4.0“มากขึ้น”

“ดับเบิลยูอีเอฟ”ยันไทยใกล้ถึงฝันก้าวสู่ 4.0“มากขึ้น”

18 ต.ค. 61 | 07:35 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ต.ค. 61 | 14:35 น.
“ดับเบิลยูอีเอฟ” ยัน ไทยใกล้ถึงฝัน
ก้าวเข้าสู่ 4.0 “มากขึ้น”

เป็นประจำทุกปีที่ World Economic Forum หรือ WEF ซึ่งจัดทำรายงานดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลกซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่ WEF พัฒนา ปรับเปลี่ยนเกณฑ์และวิธีการคำนวนดัชนีใหม่โดยอิงกับกระแสการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 (The Fourth Industry Revolution) ที่นานาประเทศกำลังเผชิญอยู่ ดังนั้น ดัชนีที่ว่านี้จึงสะท้อนภาพให้เห็นว่า แต่ละประเทศเข้าใกล้หรือมีความคืบหน้าในการก้าวไปสู่ความเป็น 4.0 มากน้อยเพียงใด และเพื่อให้ประเทศต่างๆสามารถเปรียบเทียบกับผลของปีก่อนได้จึงนำหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวนตาม Global Competitiveness Index: GCI 4.0 มาใช้กับข้อมูลของปีที่แล้ว  พสุ3

(รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์)

รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการของ WEF ในประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามเกณฑ์และวิธีการในการคำนวณใหม่ของ WEF ประเทศไทยถูกจัดอันดับให้ดีขึ้นโดยอยู่ในลำดับที่ 38 จากทั้งหมด 140 ประเทศ ได้ 67.53 จาก 100 คะแนนเต็ม ซึ่งดีกว่า ค่ากลางที่ WEF กำหนดไว้ที่ 60 คะแนนจาก 100 คะแนน บ่งชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยเข้าใกล้ความเป็น 4.0 มากขึ้น

ในขณะที่ปีนี้ 10 อันดับประเทศที่มีอันดับขีดความสามารถสูงสุด คือ 1.สหรัฐอเมริกา ได้ 85.6 คะแนน 2.สิงคโปร์ 83.5 คะแนน 3. เยอรมนี 82.8 คะแนน 4.สวิตเซอร์แลนด์ 82.6 คะแนน 5.ญี่ปุ่น 82.5 คะแนน 6.เนเธอร์แลนด์ 82.4 คะแนน 7.ฮ่องกง 82.3 คะแนน 8.สหราชอาณาจักร 82 คะแนน 9.สวีเดน 81.7 คะแนน และ 10.เดนมาร์ก 80.6 คะแนน ในจำนวนนี้มี 3 ประเทศจากทวีปเอเชียที่ติดอันดับรวมอยู่ด้วย คือ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และฮ่องกง

หากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียน+3 (ยกเว้นเมียนมาร์ที่ไม่มีข้อมูล) พบว่า ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 6 จาก 12 ประเทศ เป็นรองประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย และ จีน ซึ่งถือเป็นอันดับที่คงที่ติดต่อกันมาหลายปี ไม่ว่าจะใช้เกณฑ์และวิธีการวัดแบบใด สะท้อนสถานะทางการแข่งขันที่มั่นคงของไทยในเวทีอาเซียน+3 ได้เป็นอย่างดี
ในส่วนของประเทศไทยนั้น ทางคณะฯ เป็นผู้ทำการเก็บข้อมูลเชิงลึก จากแบบสอบถามกับผู้บริหารระดับสูง ขององค์กรขนาดใหญ่และขนาดย่อม ในทุกภาคส่วนอุตสาหกรรม ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดย WEF นำไปคำนวณดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก โดยมีตัวชี้วัด 98 ตัว จัดแบ่งเป็น 12 ด้าน ดังนี้

ด้านสภาพแวดล้อมหน่วยงาน (Institutions) โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ด้านการประยุกต์ใช้ ICT (ICT Adoption) ด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic Stability) ด้านสุขภาพ (Health) ด้านการศึกษาและทักษะ (Education and Skills) ด้านการแข่งขันภายในประเทศ (Product Market) ด้านตลาดแรงงาน (Labor Market) ด้านระบบการเงิน (Financial System) ด้านขนาดของตลาด (Market Size) ด้านการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ (Business Dynamism) และด้านความสามารถทางนวัตกรรม (Innovation Capability)

พสุ1

สำหรับประเทศไทย คะแนนและอันดับของประเทศนั้น หากเปรียบเทียบกับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศอื่นๆทั่วโลก พบว่า ด้านที่มีอันดับที่ดีและส่งผลบวกต่อดัชนีความสามารถทางการแข่งขันโดยรวมของไทย ได้แก่ ด้านระบบการเงิน (Financial system) ที่ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 14 ของโลก ได้รับคะแนน 84.19 (จาก 100) โดยมีปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องกับความพร้อมของเงินทุน การให้สินเชื่อ ผลิตภัณฑ์การเงินประเภทต่างๆ รวมทั้งระบบในการลดและกระจายความเสี่ยงต่างๆทางด้านการเงิน

ตัวอย่างของปัจจัยต่างๆภายใต้ด้านการเงิน ประกอบด้วย วงเงินสินเชื่อที่มีให้กับภาคเอกชน หรือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของธุรกิจขนาดกลางและย่อม หรือ ความพร้อมทางด้านการเงินในการสนับสนุนต่อ Start ups หรือ เสถียรภาพของธนาคารพาณิชย์ เป็นต้น

นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้รับการจัดอันดับด้านขนาดของตลาด (Market size) ให้อยู่ในอันดับที่ 18 ของโลก ได้ 74.88 จาก 100 คะแนนเต็ม สะท้อนให้เห็นขนาดของตลาดทั้งในและต่างประเทศที่บริษัทต่างๆในประเทศไทยสามารถเข้าถึง เป็นผลรวมของการบริโภคภายในประเทศ การลงทุนและการส่งออก

02

ส่วนด้านต้องพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวสู่ความเป็น 4.0 ให้มากขึ้นนั้น ประกอบด้วย ด้านการแข่งขันภายในประเทศ (Product market) ซึ่งประเทศไทยได้รับการจัดให้อยู่อันดับที่ 92 ของโลก ได้ 53.4 คะแนน เป็นด้านที่เกี่ยวข้องกับระบบการแข่งขันภายในประเทศที่เปิดให้บริษัทต่างๆมีโอกาสในการแข่งขันอย่างเท่าเทียม รวมทั้งการปิดกั้นและความซับซ้อนของกฎระเบียบต่างๆ รวมถึงด้านการศึกษาและทักษะ (Education & skills) ของประเทศไทยที่ถูกจัดอันดับให้อยู่ที่ 66 ของโลก ได้ 62.99 คะแนน

ทั้งนี้ การสำรวจความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆโดย WEF หรือ ดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index: GCI 4.0) เป็นมาตรวัดที่สำคัญที่ประเทศต่างๆทั่วโลกเฝ้ารอและจับตาซึ่งผลการศึกษาทางด้านวิชาการดังกล่าว ยังพบความสัมพันธ์ในเชิงบวกระหว่างระดับความสามารถในการแข่งขัน และระดับรายได้ของประชากรในแต่ละประเทศ โดยทุกประเทศที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 20 อันดับแรกของ GCI 4.0 ในปี 2018 เป็นประเทศที่มีระดับรายได้ของประชากรในระดับที่สูง (ระดับรายได้ของประชากรวัดจาก Gross National Income per Capita) สำหรับประเทศที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 40 อันดับแรกของโลกตามแนวทาง GCI4.0 มีเพียงประเทศมาเลเซีย (อันดับที่ 25) จีน (อันดับที่ 28) และประเทศไทย (อันดับที่ 38) เท่านั้นที่ไม่ได้มีรายได้ต่อประชากรในระดับที่สูง

595959859