thansettakij
thansettakij
ห่วงโซ่มูลค่า

ห่วงโซ่มูลค่า

26 ก.ย. 61 | 04:45 น.
เมื่อพิจารณาถึงกลไกตลาดในปัจจุบัน เมื่อผู้ซื้อมาพบกับผู้ขายในตลาด มีการตกลงราคากันจนนำมาซึ่งดุลยภาพ (Equilibrium) ในปริมาณและราคาที่ตกลงกันได้ ผู้มีส่วนร่วมในตลาดดังกล่าวสามารถแบ่งเป็น 2 ฝั่งกว้างๆ ได้แก่ ผู้ซื้อ (หรือผู้บริโภค) และผู้ขาย (หรือผู้ผลิต) ซึ่งโดยมากแล้วผู้มีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจดังกล่าว เป็น กลุ่มคนกลุ่มเดียวกันที่ทำหน้าที่ 2 ฝั่งที่ต่างกัน

กล่าวคือ พนักงานบริษัท ทำงานได้เงินเดือน นับเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) โดยการใช้ปัจจัยการผลิตในทางเศรษฐศาสตร์ อันได้แก่ แรงงาน ให้กับบริษัท นับเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างผลผลิต หรืออยู่ทางฝั่ง ผู้ขาย เมื่อพนักงานคนดังกล่าว นำเงินที่ได้รับไปจับจ่ายซื้อสินค้ามาบริโภค ก็ทำหน้าที่เป็น ผู้ซื้อ ในตลาด เป็นต้น

โครงสร้างการหมุนเวียนของมูลค่าที่แสดงข้างต้นเป็นแรงขับเคลื่อนให้ระบบตลาดดำเนินไปได้ในปัจจุบันโดยจะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม กระบวนการทางฝั่งผู้ผลิต มีกระบวนการที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นในบทความนี้จึงนำโครงสร้างที่สำคัญทางด้านผู้ผลิตมานำเสนอ

กระบวนการในการผลิตเมื่อพิจารณาในเชิงเศรษฐศาสตร์ เป็นการประกอบกันของมูลค่า 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ มูลค่าของวัตถุดิบ หรือสินค้าขั้นกลาง (Intermediate Input) และ มูลค่าเพิ่ม (Value Added) มูลค่าของวัตถุดิบ คือมูลค่าของส่วนประกอบของสินค้าหรือบริการนั้นๆ ก่อนที่จะประกอบกันเป็นตัวสินค้าที่นำมาขายให้กับผู้บริโภค ในขณะที่มูลค่าเพิ่ม คือ ผลตอบแทนของปัจจัยการผลิต ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์มีปัจจัยการผลิตระดับพื้นฐานที่สุด คือ ที่ดิน แรงงาน และทุน อาทิ เมื่อนำองค์ประกอบข้างต้นผ่าน “กระบวน การผลิต” เสร็จสิ้นเป็นสินค้าเพื่อนำออกสู่ตลาด มูลค่าสุดท้ายที่ขายได้คือผลรวมของมูลค่าวัตถุดิบและมูลค่าเพิ่มนั่นเอง

กระบวนการผลิตที่กล่าวถึงนี้ ในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จึงมีการแบ่งกระบวนการดังกล่าวออกเป็นส่วนๆ และเรียกการเรียงตัวของส่วนต่างๆ ในกระบวนการผลิตว่า ห่วงโซ่มูลค่า ห่วงโซ่การผลิต หรือสายการผลิต (Value Chain, Production Chain or Production Line) ซึ่งห่วงโซ่มูลค่านี้เป็นสิ่งที่ดำรงอยู่คู่กับ “การผลิต” มาตั้ง แต่เริ่มมีการผลิตระดับพื้นฐานที่สุด เช่นเกษตรกรรม เมื่อมีชาวสวน นำเมล็ดพันธุ์พืชมาหว่านในดิน ใส่ปุ๋ยให้นํ้า จนเมล็ดพันธุ์นั้นงอกเงยออกดอกผล นำผลที่ได้มารับประทาน กระบวนการเหล่านี้ก็นับเป็นห่วงโซ่การผลิตแล้ว

ชื่อห่วงโซ่มูลค่า ได้สื่อถึงสิ่งที่ต้องการนำเสนอได้อย่างชัดเจน ด้วยภาพของ โซ่ ซึ่งประกอบไปด้วยข้อปล้องหลายๆ ข้อคล้องกันอยู่เป็นสายโซ่ แต่ละข้อเป็นตัวแทนของการแปรรูปวัตถุดิบหรือสินค้าขั้นกลาง ให้เปลี่ยนสภาพ 1 ครั้ง การแปรรูปแต่ละครั้งนี้มีมูลค่าทางเศรษฐ ศาสตร์ที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากวัตถุดิบไม่สามารถแปรสภาพได้หากปราศจากปัจจัยการผลิต

ดังนั้นหลังการแปรสภาพมูลค่าของปัจจัยการผลิตจะมีค่าสูงกว่ามูลค่ารวมของวัตถุดิบ มูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นนี้เรียกว่า มูลค่าเพิ่ม โดย มูลค่าเพิ่มนี่เองคือผลตอบแทนปัจจัยการผลิตต่างๆ ที่ “ลงแรง” ไปในกระบวนการผลิต (แรงงานได้รับค่าจ้าง ที่ดินได้รับค่าเช่า และ เจ้าของทุนได้รับผลตอบแทนทุน หรือ กำไร ในทางเศรษฐศาสตร์)

การแปรรูปข้างต้นไม่ได้ทำเพียงครั้งเดียวจึงจะได้สินค้ามาเพื่อบริโภค หากแต่สินค้าหลายประเภท ต้องผ่านการแปรรูปหลายครั้งก่อนจะสามารถบริโภคได้ ดังนั้น กระบวนการผลิตผ่าน ห่วงโซ่มูลค่า จึงเปรียบเสมือนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจนั่นเอง และมูลค่าเพิ่มรวมของทุกกระบวนการผลิตในระบบเศรษฐกิจหนึ่งๆ เป็นที่รู้จักกันอย่างในรูปแบบของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ หรือ GDP นั่นเอง

เมื่อย้อนกลับไปยังตัว อย่างของกระบวนการผลิตภาคเกษตร ห่วงโซ่มูลค่าสามารถสรุปได้ดังภาพ

[caption id="attachment_323072" align="aligncenter" width="503"] ที่มา: จูน เจริญเสียง และ ดนุพล อริยสัจจากร (2558) ที่มา: จูน เจริญเสียง และ ดนุพล อริยสัจจากร (2558)[/caption]

 

จากรูปภาพ สายการผลิตคือการเชื่อมต่อรัดร้อยแต่ละส่วน หรือข้อ ของโซ่เข้าด้วยกันจนเกิดผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผู้บริโภคได้จับจ่ายไปใช้งานได้ในทางเศรษฐศาสตร์ ผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคจับจ่ายไปใช้งานเรียกกันว่าสินค้าขั้นสุดท้าย (Final Goods/ Final Products)

ในอดีต การพยายามสร้างความมั่งคั่งให้กับคนในประเทศ คือความพยายามที่จะรวบสายการผลิตทั้งสายให้อยู่ภายในประเทศ กล่าวคือ การที่สายการผลิตยิ่งมีขั้นตอนมากเท่าไหร่ และขั้นตอนยิ่งอยู่ภายในประเทศมากเท่าไหร่ หมายความถึงมูลค่าเพิ่มที่จะเกิดกับเจ้าของปัจจัยการผลิตภายในประเทศ (คนในประเทศ!) ก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนตั้งแต่บริษัทข้ามชาติ (Multinational Enterprise) มีบทบาทในระบบตลาดและกระบวนการผลิต โฉมหน้าของห่วงโซ่การผลิตในปัจจุบันและอนาคตจะเป็นเช่นไร ขอนำเสนอในสัปดาห์ถัดไป

 

References

จูน เจริญเสียง และ ดนุพล อริยสัจจากร (2558) “ผลของการลงทุนทางตรงไปยังประเทศอาเซียนที่มีต่อศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทย” โครงการวิจัยภายใต้ชุดโครงการการศึกษาเงินลงทุนทางตรงระหว่างประเทศขาออกของประเทศไทย สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Gomez, Miguel I. and Ricketts, Katie D. (2013) “Food Value Chain Transformations in Developing Countries: Selected Hypotheses on Nutritional Implications,” Food Policy, 42, pp. 139-150.

Jespersen, Karen Sau; Kelling, Ingrid; Ponte, Stefano and Kruijssen, Froukje (2014) “What Shapes Food Value Chains? Lessons from Aquaculture in Asia,” Food Policy, 49, pp. 228-240.

……………………………………………………………….

เศรษฐเสวนา จุฬาฯทัศนะ

โดยผศ.ดร.ดนุพล อริยสัจจากร คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หน้า 7 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3404 ระหว่างวันที่ 27 - 29 กันยายน 2561

23626556-10