
ขวางโลก: ผู้เริ่มสงครามการค้า มีแต่จะขาดทุน
สหรัฐอเมริกาเป็นตัวตั้งตัวตีที่อยากจะเห็นกฎกติการ่วมของการค้าระหว่างประเทศในระดับพหุภาคี ในปี 1945 โดยได้เชิญชวนหลายประเทศมาร่วมเจรจาในระดับพหุภาคี เพื่อลดภาษีศุลกากร และเป็นจุดเริ่มต้นของข้อตกลงแกตต์ (The General Agreement on Tariffs and Trade หรือ GATT)
ตามหลักทฤษฎีทางด้านเศรษฐศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ การเปิดเสรีทางการค้าอย่างเป็นธรรม (Free and Fair Trade) หมายถึงนอกจากจะขจัดกำแพงภาษีและอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีออกไปแล้ว ยังจะต้องมีแต้มต่อ ข้อลดหย่อนด้วยกติกาการค้าระหว่างประเทศ และช่วยเหลือสร้างความแข็งแกร่งในการผลิตให้กับประเทศที่มีระดับพัฒนาตํ่ากว่า เพื่อความเป็นธรรมทางการค้า การเปิดเสรีการค้าอย่างเป็นธรรมดังกล่าวจะก่อให้เกิดการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจของโลกและมีการกระจายความเจริญไปสู่ในทุกๆประเทศในโลก
หากวิเคราะห์จากประวัติศาสตร์จึงไม่แปลกใจว่าวันนี้สหรัฐฯ ได้ดำเนินนโยบายทางการค้าระหว่างประเทศโดยที่เอาตัวเองเป็นหลัก (America First) คำนี้เคยถูกใช้มาในสมัย Woodrow Wilson มาก่อน แต่ถูกมาดัดแปลงใช้ในยุค Donald Trump ในการหาเสียง หลายปีที่ผ่านมา สหรัฐฯมีการค้าขาดดุลกับหลายประเทศในโลก Trump จึงเริ่มการหาเสียงว่าการขาดดุลการค้าระหว่างประเทศดังกล่าวก่อให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบกันด้านการค้าและทำให้มีปัญหาต่อการจ้างงานในประเทศ เหยื่อของอเมริกาคือจีนเพราะได้ดุลการค้ากับสหรัฐฯมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกๆปี
ตัวอย่างหนึ่งของการตอบโต้ของสหรัฐอเมริกาคือการขึ้นภาษีแผงวงจรพลังงานแสงอาทิตย์และชิ้นส่วนไปถึงอัตรา30% เป้าหมายคือการนำเข้าจากจีน มีผลกระทบต่อต้นทุนที่สูงขึ้นในอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตเร็ว และยังส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน 2.8 หมื่นคน ไม่รวมคนที่มีอาชีพติดตั้งแผงวงจร แสงอาทิตย์อีกประมาณ 1.3 แสนคน ผลลบยังขยายไปถึงอัตราค่าไฟฟ้าของคนอเมริกันที่จะเพิ่มสูงขึ้น และประโยชน์ต่อการวางรากฐานของอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน
ส่วนการค้าระหว่างสหรัฐฯและสหภาพยุโรป(อียู)เองเมื่อพิจารณารายการสินค้าหลัก เช่น เครื่องจักร ยานยนต์และส่วนประกอบ อุตสาหกรรมเคมี และอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สหรัฐฯเสียดุลการค้าให้สหภาพยุโรปในรายการดังกล่าว โดยมีเยอรมนีได้ดุลการค้าจากสหรัฐฯมากที่สุด จากการส่งออกของรถยนต์ หากแต่จะทำสงครามการค้ากับเยอรมนีนั้นไม่ง่าย เพราะเยอรมนีเป็นสมาชิกอียู ซึ่งมีนโยบายการค้าเดียว และยังมีการใช้เงินสกุลเดียวหมายความว่าหากสหรัฐฯต้องการเปิดสงครามทางการค้ากับเยอรมนีจะเท่ากับเป็นการเปิดสงครามทางการค้ากับทั้ง 28 ประเทศในอียู (ปัจจุบัน Brexit อยู่ในการพิจารณา) อียูได้ออกมาขู่แล้วเช่นเดียวกันว่าหากมีสงครามการค้า อียูก็จะเก็บภาษีนำเข้า Digital Tax มีผลต่อ Apple Google Facebook เป็นต้น
ตาต่อตาฟันต่อฟัน สหรัฐฯก่อศึกการค้าไปทั่วโลกที่ต้องถูกตอบโต้ และยังไม่รู้อีกว่าศึกที่ก่อนั้นยังสร้างความเสียหายแก่ประเทศตัวเองในระยะยาว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,351 วันที่ 25 - 28 มีนาคม พ.ศ. 2561






