thansettakij
thansettakij
มอง‘ชา’ให้เป็นมากกว่า‘ชา’

มอง‘ชา’ให้เป็นมากกว่า‘ชา’

18 มี.ค. 61 | 23:15 น.
TP13-3349-1B “ชา” เป็นเครื่องดื่มที่คุ้นเคยของเรามานานมาก ภาพของคนรุ่นอาก๋ง อาม่าของเราที่นั่งจิบชาจีนในวงสนทนาล้งเล้งเป็นสิ่งที่คุ้นตาพวกเรามานาน โรงนํ้าชาเป็นที่นัดพบสังสรรค์ของคนรุ่นย้อนหลังไป 50-60 ปีก่อน ทำให้ธุรกิจการปลูกและผลิตชาเป็นสิ่งที่คุ้นตาของคนในจังหวัดภาคเหนือของไทยมานานหลายชั่วอายุคน แต่ในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมา พฤติกรรมการดื่มชาเปลี่ยนไป และมีประเภทเครื่องดื่มคล้ายชาหรือทดแทนชาจำนวนมากและหลากหลายชนิดเกิดขึ้นเหมาะกับรสนิยมของคนรุ่นใหม่ ทำให้ลมหายใจของธุรกิจ “ชา” ที่เคยรุ่งเรืองค่อย ๆ อ่อนล้าและโรยริน จนโรงนํ้าชาหลายแห่งปิดกิจการลง ส่งผลต่อธุรกิจตลอดทั้งห่วงโซ่ โรงงานผลิตชาในภาคเหนือมียอดขายลดลงและหลายแห่งก็ปิดกิจการ

สุวลี เกียรติ์กรัณย์ หรือ “จี๊ด” ทายาทเจ้าของผู้ผลิตชาในภาคเหนือเมื่อทราบข่าวของครอบครัว เธอตัดสินใจลาออกจากงานประจำในบริษัทใหญ่ที่กรุงเทพ เข้ามากอบกู้กิจการของครอบครัว และวันนี้ “จี๊ด” ทำให้ธุรกิจชาของครอบครัวกลับมายืนได้อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง แต่ด้วยรูปโฉมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ผมถามความสำเร็จคืออะไร เธอตอบง่ายๆ สั้นๆ ว่า เธอเปลี่ยนวิธีคิดในการทำชา และสร้างให้ “ชา” ของครอบครัวเธอให้เป็นมากกว่า “ชา” ซึ่งทันสมัยทั้งรูปลักษณ์ และตัวผลิตภัณฑ์ ภายใต้ชื่อ บริษัท “Tea Gallery”

หลังจากจี๊ดเข้ามาดูแลกิจการและได้พูดคุยกับลูกค้าเก่าแก่แถวๆ เยาวราชก็พบว่าปัจจุบันคนดื่มชาลดลง กลุ่มลูกค้าเก่าๆ ที่ดื่มชาล้มหายตายจากไป คนรุ่นใหม่มีการดื่มชาอีกแบบหนึ่ง รวมทั้งมีสินค้าทดแทนจำนวนมาก เธอกลับมาตั้งหลักและตัดสินใจเปลี่ยนวิธีคิดในการทำชาของเธอใหม่ เพราะเชื่อมั่นว่าชามีคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพมากมาย รวมทั้งความรู้เรื่องชาผสมกับสมุนไพรที่ครอบครัวเธอมีมาช้านาน โดยเธอได้ออกผลิตภัณฑ์ชาผสมสมุนไพรที่ควบคุมเบาหวาน จนลูกค้าชาวสิงคโปร์ติดใจสั่งซื้อจำนวนมาก เลยทำให้เธอเริ่มมองชาที่เป็นมากกว่าชา และจนมาถึง “คอมบูซะ” เครื่องดื่มที่คนญี่ปุ่นดื่มภายหลังการดื่มเหล้าเนื่องจากช่วยเรียกความสดชื่นให้ร่างกายกลับมาไว มีคุณสมบัติที่ดีต่อตับและอื่นๆ

นอกจากนี้ เธอทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่องกับมหาวิทยาลัยเพื่อดึงสิ่งดีของชาออกมาเป็นเครื่องดื่มต่าง ๆ และที่ขึ้นชื่อรู้จักมากก็คือ “madi” เป็นชาหมักที่ไม่มีแอลกอฮอล์ นอกจากนั้นยังมองถึงการส่งออกไปสหรัฐอเมริกาในรูปของชาหมักแบบสปาร์กกิ้ง

แบนเนอร์ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ ซึ่งหลังจากส่งออกให้สิงคโปร์วันหนึ่งมีคนไทยไปเที่ยวประเทศจีนและซื้อชาของเธอกลับมาให้เธอดู ถึงรู้ว่าสิงคโปร์ซื้อไปรีแบรนด์และส่งออกจากจีน เขาขอให้เธอผลิตเพื่อทำขายตรงทางเคเบิลทีวีให้เขา ซึ่งมียอดขายถล่มทลาย แต่ในที่สุดยอดขายก็ลดลง เพราะรสนิยมคนที่เปลี่ยนไปและค่าโปรโมตทางช่องนี้มีราคาสูง ประกอบกับมีลูกค้ารายใหม่มาขอให้ทำชาหมักหรือ คอมบูซะ หรือคังหูซา หรือชาเห็ดแดง แต่ปัญหาใหม่ที่เข้ามาคืออายุผลิตภัณฑ์สั้น เลยคุยกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเพื่อเข้าโครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้อายุชาหมักนานขึ้น และออกสินค้าชาหมักเป็นแบบขวดขึ้นมา ชื่อ “คิดตี้” มุ่งหวังว่าจะได้รับการตอบรับจากตลาดในประเทศ เพราะคนไทยดื่มเหล้าเยอะน่าจะช่วยเรื่องบำรุงตับได้ดี แต่ปรากฏว่าขายยาก แต่ส่งขายได้ดีในตลาดญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และจีนได้ดีมากกว่าตลาดในประเทศ และได้เงินมากกว่าและเร็วกว่าในประเทศ

คำสั่งซื้อในต่างประเทศที่มากขึ้น มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายโลจิส ติกส์ทำให้ “จี๊ด” คิดใหม่ว่าควรขายเพียงหัวเชื้อให้ลูกค้าในต่างประเทศไปผสมและใส่ขวดเอง การทำหัวเชื้อที่เข้มข้นของเครื่องดื่มชาหมักของเธอครั้งนี้เพื่อนร่วมธุรกิจที่ลองใช้ก่อนพบว่าให้ผลต่อสุขภาพได้ดียิ่งกว่าสูตรเดิม เลยตัดสินใจออกผลิตภัณฑ์ใหม่แบบเข้มข้นออกมาในตลาดซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างดียิ่งและกลายเป็นสินค้าขายดีระดับพรีเมียมของบริษัท ตอนแรกยังคิดว่าจะรอโอกาสและสะสมทุนสักระยะ แต่พอดีได้รับสินเชื่อจากกองทุนพัฒนา SME ประชารัฐมาใช้ในการลงทุนเพิ่มเธอบอกว่า นวัตกรรมไม่ใช่เพียงแค่เทคโนโลยี แต่รวมถึงวิธีคิดใหม่ ทำแบบใหม่ การตลาดแบบใหม่ และอื่นๆ อีกมาก เป็นปัจจัยความสำเร็จของนวัตกรรมทางธุรกิจ เรียกว่า โอกาสมีเสมอ ขอให้คิดใหม่เสมอ

สิ่งที่น่าสนใจจากการสนทนากับ “จี๊ด” ที่ SMEs อื่นๆ สามารถเรียนรู้ได้คือวิธีคิด เธอรู้ว่าไม่มีอะไรจะยั่งยืนในธุรกิจ หากจะยั่งยืนต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากการเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ แล้วค่อยว่ากันในเรื่องนวัตกรรมอื่นๆ จากประสบการณ์ของเธอ หลังจากที่ต้องเข้ามาดูแลธุรกิจชาจากบรรพบุรุษ เธอสร้าง Tea Gallery ให้โด่งดังในวันนี้ เพราะเธอเริ่มจากการเปลี่ยนวิธีคิดในการมอง “ชา” ให้เป็นมากกว่า “ชา”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,349 วันที่ 18 - 21 มีนาคม พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว