thansettakij
thansettakij
ชีวิตประจำวัน จากโลกอนาคตในนอร์เวย์ (1)

ชีวิตประจำวัน จากโลกอนาคตในนอร์เวย์ (1)

13 มี.ค. 61 | 23:15 น.
TP10-3347-4B สำหรับชาวไทยเมื่อพูดถึง ประเทศนอร์เวย์ หลายคนคงจะนึกถึงปลาแซลมอน นึกถึงแสงเหนือ นึกถึงประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก แต่ใครจะทราบบ้างว่ามีอีกด้านหนึ่งที่นอร์เวย์ประสบความสำเร็จ และเป็นผู้นำของโลก นั่นก็คือการผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เรียกว่า Electrical Vehicles หรือเรียกย่อๆ ว่า EV นอร์เวย์ประสบความสำเร็จได้อย่างไร และประเทศ ไทยเรามีโอกาสที่จะทำตามได้ไหม เรามาร่วมกันหาคำตอบกันครับ

การผลักดันอนาคตให้เกิดขึ้นในปัจจุบัน

แม้ว่าแนวโน้มเรื่องการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมกำลังได้รับความสนใจ ซึ่ง EV ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในคำตอบสำหรับปัญหานี้ โดยจากรายงานของ สถาบัน HSBC Global Research เมื่อเดือนกรกฎาคม 2016 คาดการณ์ว่า EV จะมีสัดส่วนยอดขายสูงถึง 35% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ภายในปี ค.ศ.2040 แต่ถ้ามองในสภาพการณ์ปัจจุบันในตลาดรถยนต์ทั่วโลก EV ดูเหมือนจะเป็นเรื่องของอนาคตอันห่างไกล เมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่า ในปัจจุบันทั่วทั้งโลกมีรถยนต์โดยสารขนาดเล็ก (light-duty vehicles) ที่เป็นแบบ EV เพียง 0.2% จากปริมาณที่หมุนเวียนทั้งหมด ในปี ค.ศ. 2015 ยอดขาย EV ทั่วโลกมีน้อยกว่า 1% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด

TP10-3347-A อย่างไรก็ตาม อนาคตของการใช้ EV ในชีวิตประจำวันอย่างกว้างขวางได้เกิดขึ้นจริงแล้วในปัจจุบันในประเทศนอร์เวย์
ทั้งนี้ จากตารางทั้งสองจะเห็นว่า นอร์เวย์มีสัดส่วนการใช้ EV ที่มากกว่าประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยจากรายงานของ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งนอร์เวย์ (The Norwegian EV Association) พบว่า ในปี ค.ศ. 2017 มี EV ในนอร์เวย์ประมาณ 200,000 คัน โดยมากกว่า 50% ของรถยนต์ที่ขายในออสโลในปีค.ศ. 2017 เป็นรถประเภท EV

TP10-3347-1A นอกจากนี้ นอร์เวย์ยังเป็นตลาดต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทเทสลาฯ (Tesla) ผู้
ผลิตยานยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา (เมื่อนับตามจำนวนที่ขายได้) และนอร์เวย์ยังประสบความสำเร็จในการทำตามเป้าหมายที่ต้องการที่จะมีรถยนต์ที่ไม่ปล่อยมลพิษเลย (zero-emission vehicles) อยู่ในถนนจำนวน 50,000 คัน ได้เมื่อเดือนเมษายน 2015 ซึ่งเป็นการถึงเป้าก่อนเป็นเวลา 3 ปี ทั้งนี้ พรรค Fremskrittspartiet หรือ พรรค Progress Party ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน มีนโยบายที่จะผลักดันกฎหมายห้ามการขายรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงทั้งนํ้ามันเบนซินและดีเซลทั้งหมดภายในปี ค.ศ. 2025 ซึ่งแม้ว่ากฎหมายจะยังไม่ผ่าน แต่การกำหนดนโยบายเช่นนี้ เป็นการแสดงถึงวิสัยทัศน์และความก้าวหน้าของนอร์เวย์ที่ยากที่ประเทศอื่นๆ จะตามได้ทันในเรื่อง EV ซึ่งความสำเร็จที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เกิดจากการวางนโยบายที่มีวิสัยทัศน์และต่อเนื่องของรัฐบาลนอร์เวย์มามากกว่า 2 ทศวรรษ

ในตอนหน้า เรามาติดตามกันว่าอะไรคือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการผลักดันการใช้ EV ในนอร์เวย์กันนะครับ
พบกับอัพเดตความเคลื่อนไหวและโอกาสในตลาดต่างประเทศที่สถานทูตไทยทั่วโลกตั้งใจติดตามมาให้ภาคเอกชนไทยได้ที่เว็บไซต์ www.globthailand.com หากมีข้อ คิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถเขียนมาคุยกันได้ ที่ [email protected]

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,347 วันที่ 11 - 14 มีนาคม พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว