
มะริด-ประจวบคีรีขันธ์ เมืองคู่ขนาน พันธมิตรเพื่อการพัฒนา
มะริดคือจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางการค้าในการเชื่อม 2 มหาสมุทรนี้มาตั้งแต่สมัยโบราณ และสำคัญเรื่อยมาจนกระทั่งถึงทศวรรษ 1960 ที่เมียนมาปิดประเทศ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเมียนมากลับเข้าสู่เวทีการค้าโลกอีกครั้งในปี 2010 มะริดก็กลายเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ที่ทุกคนพูดถึง
ตัวเมืองมะริดอยู่ห่างจาก จุดผ่อนปรนด่านสิงขร ไปทางตะวันตกประมาณ 190 กิโลเมตร และด่านสิงขรเองก็ห่างจากอำเภอเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เพียง 20 กิโลเมตรเท่านั้น และทั้ง 2 จังหวัดนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความร่วมมือกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพราะทั้ง 2 เมืองต่างก็จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
ไทยยังหวังพึ่งมะริดในฐานะแหล่งวัตถุดิบ แหล่งแรงงาน แหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งยังเป็นพื้นที่ที่นักลงทุนไทยจำนวนมากให้ความสนใจที่จะเข้าไปลงทุน
แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้น นั่นคือ เมื่อจังหวัดประจวบ คีรีขันธ์เกิดการพัฒนาการทางเศรษฐกิจและขยายตัวไปมากกว่านี้ ปัญหาใหญ่ที่จะตามมาคือ ปัญหาการขาดแคลนแหล่งนํ้าที่จะใช้ทั้งเพื่อการเกษตร การผลิตในอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการบริโภคของคนในพื้นที่ ทั้งนี้เนื่องจาก แม้ประจวบจะเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีฝนตกชุก หากแต่นํ้าที่ไหลลงมาจากเทือกเขาตะนาวศรีที่สูงชัน จะไหลลงทะเลไปอย่างรวดเร็ว เพราะพื้นที่เชิงเขาของจังหวัดลาดเทลงอย่างมาก และมีพื้นที่ที่จะให้กักเก็บนํ้าแคบมาก ก่อนที่นํ้าทั้งหมดจะไหลลงทะเล อย่าลืมนะครับส่วนที่แคบที่สุดของประเทศไทยอยู่ ที่จังหวัดนี้ และมีระยะทางเพียง 11 กิโลเมตรเท่านั้น ในอนาคตประจวบจะขาดแคลนนํ้า ถ้าไม่เริ่มต้นสร้างพันธมิตรกับตะนาวศรี
เพราะเมื่อข้ามเทือกเขาตะนาวศรีมายังมีพื้นที่ราบอีกเกือบ 200 กิโลเมตรจนถึงเมืองมะริด และในพื้นที่ราบนี้ยังมีแม่นํ้าสายใหญ่ที่แตกแขนงออกไปมากมาย นั่นคือ แม่นํ้าตะนาวศรีที่มีปริมาณนํ้ามาก และมีปาก นํ้าขนาดกว้างมากกว่า 2 กิโล เมตร และนี่คือแหล่งนํ้าดิบที่มีปริมาณมหาศาลอยู่ใกล้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ของเรามากที่สุด
ดังนั้นการเดินหน้าสร้างพันธมิตรของการพัฒนาร่วมกันของ 2 ฟากเทือกตะนาวศรี 2 ฝั่งของมหาสมุทร เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของทั้ง 2 ประเทศจึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,344 วันที่ 1 - 3 มีนาคม พ.ศ. 2561






