
คุณป้าทุบรถ สะท้อนภาพสังคมไทย!?!?
และว่ากันตามจริงแล้ว การไล่เบี้ยหาคนผิดแค่กรณีปล่อยปละละเลยหน้าที่อย่างเดียวคงไม่พอ เรื่องอื้อฉาวนี้ ก็หนีไม่พ้นเรื่อง “ผลประโยชน์” ที่เป็นต้นเหตุสำคัญทำให้ “เจ้าหน้าที่รัฐ” มีอาการ หูหนวก-ตาบอด จนเกิด “วงจรอุบาทว์” ในวงการต่างๆ มาเกือบทุกยุค-ทุกสมัย...
กรณี “คุณป้าทุบรถ” ก็ไม่ได้จบแค่ตลาดรอบๆ บ้านคุณป้า หากแต่ยังขยายวงไปถึง “ตลาดเถื่อน” ที่กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ด้วย...สะท้อนให้เห็นภาพการทำงานของ “หน่วยงานภาครัฐ” ที่เกี่ยวข้อง ว่า ปล่อยปละละเลย รวมทั้งไม่สนใจที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างจริงจังด้วย
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้มีคำสั่งศาลปกครองสูงสุด เมื่อปี 2553 ซึ่งเปิดช่องให้ “กทม.-สนง.เขต” ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงสามารถใช้อำนาจดำเนินการกับตลาดเหล่านี้ แต่ปรากฏว่า กทม. (ขณะนั้น) กลับเลือกที่จะ “ยื่นอุทธรณ์” ส่งผลให้ปัญหาดังกล่าว ค้างเติ่งมาจนกระทั่งปัจจุบัน
และว่ากันตามจริงแล้ว การไล่เบี้ยหาคนผิดก็ไม่ได้หมายความแค่ข้อกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่รัฐละเลยปฏิบัติหน้าที่อย่างเดียว เนื่องจากเรื่องทำนองนี้ มักมีใต้โต๊ะและมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ไม่งั้นก็คงไม่มี “ขยะใต้พรม” เกิดขึ้นแน่นอน??
มาถึงตรงนี้ ก็หวังว่าปัญหา “ตลาดเถื่อน” ที่ยืดเยื้อมานานก็คงจะค่อยๆ คลี่คลาย เช่นเดียวกับการสอบสวนสืบสวนเอาเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมอยู่ใน “วงจรอุบาทว์” ของวงการ “ตลาดเถื่อน” มาลงโทษ เริ่มตั้งแต่ ผอ.เขตประเวศทั้งเก่าและใหม่ ที่ดำรงตำแหน่งในช่วงระหว่างปี 2551-ปัจจุบัน
พร้อมทั้งยํ้าด้วยว่า “...คดียังไม่จบ เช่นเดียวกับอีกหลายๆ คดีที่อยู่ในชั้นศาล” เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็แน่นอน ว่ามหากาพย์เรื่องนี้ คงจะไม่จบง่ายๆ ก็หวังว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะจับกุมตัว “เจ้าหน้าที่รัฐ” ที่เกี่ยวข้องมาลงโทษโดยเร็ว
“ขยะใต้พรม” เรื่องนี้ ปล่อยทิ้งไว้เนิ่นนานเหมือนเรื่องอื้อฉาวในแวดวงอื่น? นอกจากไม่เป็นผลดีต่อกทม.แล้ว ยังไม่ดีกับอนาคตทางการเมืองของ “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” ด้วยนะครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,343 วันที่ 25 - 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561






