thansettakij
thansettakij
เกษตรแปรรูป: มากกว่าแปรรูป

เกษตรแปรรูป: มากกว่าแปรรูป

19 ก.พ. 61 | 23:05 น.
TP13-3341-1B ในช่วงที่วงการเกษตรกรรมกำลังตื่นตัวกับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม จะเห็นได้จากข้าวหรือผลไม้ต่างๆ ที่เราๆ ทานกันอยู่ถูกเอามาทำเป็นนํ้ามัน สบู่ ครีมล้างหน้า อาหารเสริม หรืออื่นๆ มากมายแล้วแต่จะใช้นวัตกรรมกันขนาดไหน รวมไปถึงการสร้างเรื่องราวของสินค้าเพื่อสร้างมูลค่าทางการตลาดให้กับสินค้าเหล่านั้น ทำให้เกษตรกรหลายคนหันมาเอาจริงเอาจังกับการผันตัวเองมาเป็นผู้ประกอบการเกษตรแปรรูปมากขึ้น ซึ่งการแปรรูปจะซับซ้อนในระดับไหนก็แล้วแต่การลงทุน ความรู้ หรือเทคโนโลยีที่แต่ละรายมี ถ้ามองในแง่ของการพัฒนาแล้ว ถือว่าเป็นสิ่งดีทั้งกับเกษตรกรเองและประเทศโดยรวม เพราะจากการแปรรูปอาจทำให้ผลิตภัณฑ์เกษตรเพิ่มขึ้นหลายเท่า หรือทำให้อยู่ในรูปที่เก็บไว้ได้นานๆ หรือบางทีก็นำเอาผลิตภัณฑ์เกษตรที่ไม่สามารถไปใช้อย่างอื่นได้นอกจากทิ้งมาทำเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบอื่นๆ ที่มีประโยชน์และมีค่า และปัจจุบันมีงานวิจัย หรือการอบรมความรู้ต่างๆ ที่หาได้ง่ายทั้งจากหน่วยงานรัฐ เอกชน หรือแม้แต่อินเตอร์เน็ต ที่จะช่วยให้เกษตรกรแปรรูปพืชผลทางการเกษตรของตนเอง ทำให้การแปรรูปดูเหมือนง่าย หลายคนฝันถึงรายได้ก้อนใหญ่ที่จะตามมา แต่ความเป็นจริงของความสำเร็จของการเป็นผู้ประกอบการเกษตรแปรรูปนั้น ต้องการมากกว่าแค่การแปรรูป

ผมว่าแนวคิดของอุตสาหกรรมที่ 6 ที่ Ken NAGANO พูดไว้ในบทความ ของเขาในปี 2014 เรื่อง The Sixth Industrialization for Japanese Agricultural Development ว่าการพัฒนาเกษตรที่ดีที่สุดนั้นจำเป็นต้องสร้างธุรกิจการแปรรูปผลผลิตทางเกษตรและธุรกิจบริการเข้าด้วยกันนั่นหมายความว่าเกษตรกรต้องรู้เรื่องอุตสาหกรรมที่ 1 คือการเกษตรกรรม อุตสาหกรรมที่ 2 คือการแปรรูป และอุตสาหกรรมที่ 3 คือการตลาด ให้ครบจึงจะประสบความสำเร็จที่เขาเรียกว่าเรียกอุตสาหกรรมที่ 6 ก็เพราะว่าหากรวม 3 อุตสาหกรรมรวมกันนับ 1 ถึง 3 ไม่ว่า 1 + 2 + 3 หรือ 1 x 2 x 3 ก็เท่ากับ “หก” เหมือนกัน แต่การรวมกันนี้ควรเป็นแบบ “คูณ” มากกว่าจะเป็นแบบ “บวก” เพราะความเข้าใจในทั้ง 3 เรื่องมีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจเกษตรแปรรูป ขาดตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้ หากผู้ประกอบการขาดความเข้าใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเมื่อทั้งหมดรวมกันในรูปแบบคูณก็ได้ผลลัพธ์เท่ากับ “ศูนย์”

ถ้าถามว่าตัวไหนสำคัญมากกว่าตัวไหน ผมว่าทุกตัวสำคัญ แต่ความจำเป็นต่อผู้ประกอบการแต่ละรายนั้นอาจจะต่างกัน บางรายที่มีผลผลิตการเกษตรอยู่แล้ว แต่อยากเพิ่มคุณค่าพืชผลทางการเกษตรก็ต้องพยายามแปรรูป แต่ก่อนแปรรูปอาจต้องทำความเข้าใจตลาดให้ชัดว่าทำอย่างไรถึงจะขายได้ แล้วคิดถึงว่าแปรรูปแบบไหน อย่างไร ที่ตลาดต้องการ แบบนี้ เรียกว่า ผสมทั้ง Supply and Demand driven

หรือบางรายค้นพบตลาดมาก่อน อาจเป็นเพราะทำวิจัยตลาด หรือมีตลาดเดิมอยู่แล้วและคิดจะขยายในสินค้าอื่นถ้าแบบนี้ก็ต้องคิดย้อนกลับมาจากความต้องการของลูกค้า แล้วค่อยคิดว่าต้องเป็นสินค้าแปรรูปเกษตรแบบไหน แล้วมองย้อนไปถึงว่าวัตถุดิบเกษตรที่จะมาเป็นวัตถุดิบเราจะทำอย่างไร ปลูกเองหรือทำสัญญากับเกษตรกรประมาณนี้ แบบนี้เรียก Demand driven

บาร์ไลน์ฐาน ผมเห็นตัวอย่างของความสำเร็จของกิจการเกษตรแปรรูปทั้งแบบที่เริ่มจากด้าน supply ก่อนแล้วหา demand หรือในทางกลับกันที่มองจากด้าน demand และลงไปที่ supply แต่สิ่งที่เหมือนกันของทั้ง 2 แบบที่ประสบความสำเร็จนี้ก็คือความเข้าใจและมีความครบถ้วนของกิจการทั้ง 3 ส่วนหรือ 3 อุตสาหกรรมในธุรกิจ เพียงแต่วิธีการ กลยุทธ์อาจต่างกัน หรือความเข้มข้นของกิจกรรมอาจแตกต่างกันในแต่ละขั้นตอนตามแต่ธุรกิจ ถ้าหากจะผลักดันจากด้านอุปทานขึ้นไป อาจต้องสร้างเรื่องราวทั้งจากตัวการออกแบบ การสร้างหีบห่อ รสชาติ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ลูกค้าพอใจ การใส่เรื่องราว และอื่น ๆ ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีค่าหรือตรงกับจริตหรือความต้องการของเขา

ตัวอย่างที่ผมเห็นที่เมืองฟุกุโอกะที่ผมไปมาคราวนี้ รองผู้ว่าราชการท่านเล่าให้ฟังว่า โยเกิร์ตยี่ห้อ “อิโตโมโนกาตาริ” ชื่อดังของเมืองนี้เติบโตและเริ่มต้นมาจากเป็นเกษตรกรเลี้ยงวัวนม การขายนมวัวสดที่มีคุณภาพ ต่อมาเขาคิดรวมตัวกับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนมเป็นสหกรณ์และต่อมาก็รวบรวมทำโยเกิร์ตขึ้นมาจากนํ้านมสด การทำตลาดของเขาเน้นที่วัตถุดิบที่ดีของเมืองที่ทุกคนรู้จักและเมื่อมาเป็นโยเกิร์ตก็ได้รับการตอบรับจากตลาดในเมืองนี้อย่าง ล้นหลาม และห้องพักในโรงแรมผมมีโยเกิร์ตยี่ห้อนี้วางไว้ขวดเขื่องๆ และมีป้ายโน้ตเขียนเชิญชวนให้แขกลองทานดู ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่คนเมืองนี้ภูมิใจ
Ad_Online-03
ผมนำเรื่องนี้มาเล่าก็เพราะของดีในภาคเกษตรในพื้นที่แต่ละพื้นที่สามารถทำผลิตภัณฑ์แปรรูปที่อิงกับความโดดเด่นของท้องถิ่นที่ทุกคนรู้จักดีและหากมีการช่วยเหลือด้านตลาดทั้งจากภาครัฐและธุรกิจในพื้นที่ช่วยโปรโมตการท่องเที่ยวสนับสนุน โรงแรมหรือร้านอาหารเป็นแหล่งแสดงผลิตภัณฑ์ ผมจึงพยายามที่จะขอความร่วมมือองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ในจังหวัด เช่น โรงแรมต่างๆ ในจังหวัดมีผลิตภัณฑ์ของจังหวัดวางให้ใช้ มีให้ชิม หากสนใจก็สามารถซื้อเป็นของฝากได้ ตอนนี้ก็มีบางแห่งละครับที่เริ่มทำ แต่ก็ยังมีน้อย ผมอยากตื่นขึ้นมาเช้า ๆ ในห้องพักในโรงแรมได้ชิมกาแฟของท้องถิ่น อาบนํ้า สระผม โดยผลิตภัณฑ์ที่ท้องถิ่นภูมิใจ ผมว่าทุกส่วนสามารถช่วยเป็นอุตสาหกรรมที่ 6 ให้เกษตรแปรรูปของท้องถิ่นได้ ช่วยกันคนละไม้ละมือเพื่อเติมเต็มคลัสเตอร์และสร้างให้ครบทั้ง 6 อุตสาหกรรมได้ในท้องถิ่นเราก่อน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,341 วันที่ 18 - 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว