
ไทยบุกงาน‘สัปดาห์สีเขียว’ ผลักดันการทูตเชิงเศรษฐกิจในเยอรมนี(จบ)
ในตอนที่ 3 เราได้เห็นแล้วว่าเยอรมนี เป็นประ เทศต้นแบบเทคโนโลยี 4.0 ใช้นวัตกรรมสมัยใหม่ในการผลิตอาหารที่สด อร่อย ปลอดภัยและมีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคยุคใหม่ รวมทั้งผู้นำทางด้านการพัฒนาการเกษตรเป็นอย่างสูง ในตอนจบนี้เราจะมาดูกันว่าไทยจะสามารถนำนวัตกรรมทางด้านการเกษตรมาปรับใช้อย่างไรบ้าง รวม ทั้งการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการเกษตรของเยอรมนีเพื่อมาต่อยอดและปรับใช้นวัตกรรมการพัฒนาการเกษตรของไทย
**มาตรฐานคู่นวัตกรรม
“มาตรฐานเยอรมนี” เป็นที่ยอมรับในเรื่องคุณภาพ เยอรมนีจึงมิได้เป็นเพียงผู้ผลิตสินค้า แต่เป็น “ผู้กำหนดมาตรฐาน” สินค้าและเครื่องจักรกลทางการเกษตรระดับโลก คณะกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้พบหารือกับ GLOBALG. A.P. บริษัทเดียวในโลกที่กำหนดและทดสอบมาตรฐานของเกษตรกรและผู้ผลิตอย่างครบวงจร ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ กรรมวิธีการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว มาตรฐานแรงงาน และ สิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ (traceability) ทำให้สินค้าที่ได้รับมาตรฐาน GlobalG.A.P. สินค้าเกษตรที่ได้รับตรา GlobalG.A.P. จะเป็นใบผ่านทางสำคัญให้สามารถวางขายในสหภาพยุโรปได้ ทั้งนี้ ปัจจุบัน สถาบันอาหารได้ร่วมมือกับ GlobalG.A .P. เพื่อยกระดับมาตรฐาน Thai G.A.P. ให้สามารถส่งออกไปยังสหภาพยุโรปได้
**หุ้นส่วนแห่งอนาคตด้านเกษตรและอาหาร
กระทรวงอาหารและการ เกษตรสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMEL) เห็นความสำคัญของไทยในการเป็น “ครัวโลก” ไทยจึงเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ BMEL เปิดสำนักงานเกษตร BMEL ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหาร การวางแผนการผลิตอย่างเป็นระบบ และการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร ซึ่งน่าจะนำมาปรับใช้กับบริบทของไทย
นอกจากนี้ ไทยยังจะร่วมมือกับสมาคมการเกษตรเยอรมนี (German Agricultural Society- DLG) ในการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรไทยที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วม Farming Academy เพื่อก้าวไปสู่การเป็น “เกษตรกรปราดเปรื่อง” (Smart Farmer) ที่สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำการเกษตรอย่างถูกวิธี รวมทั้งสร้างศักยภาพให้ข้าราชการที่ต้องทำงานโดยตรงกับเกษตรกร เพื่อพัฒนาภาคเกษตรอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน
สมาคมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรของไทยยังสนใจที่จะร่วมมือกับสมาพันธ์ธุรกิจเอเชีย-แปซิฟิกแห่งเยอรมนี (OAV) ซึ่งมีสมาชิกที่สนใจจะทำธุรกิจในเอเชีย-แปซิฟิกกว่า 800 ราย โดยให้สตาร์ตอัพไทยด้านอาหารและการเกษตรได้นำเสนอแนวคิดใหม่ในการทำธุรกิจ (pitching) ให้กับภาคธุรกิจของเยอรมนี ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้สนับสนุนการจัดงานดังกล่าวด้วย เพื่อนำไปสู่การจับคู่ทางธุรกิจระหว่างไทย-เยอรมนีในอนาคต
**หน่วยงานไทยผสานพลัง
การเยือนเยอรมนีครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างเครือข่ายระหว่างฝ่ายไทยกับหน่วยงานต่าง ๆ ของเยอรมนี แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งระหว่างภาคส่วนต่างๆ ของไทยเอง เพื่อร่วมกันพัฒนาภาคเกษตรและอาหารของไทยอีกด้วย การทำงานร่วมกันในครั้งนี้ทำให้หน่วยงานต่างๆ เห็นถึงบทบาทสำคัญของกระทรวงการต่างประเทศที่พร้อมจะเป็นจุดเชื่อมต่อหลักระหว่างหน่วยงานของไทยและต่างประเทศ จนนำไปสู่แนวคิดการสร้าง portfolio นวัตกรรมอาหารที่ไทยมีอยู่จำนวนมาก เพื่อให้สถานทูต-สถานกงสุลของไทยได้ใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมสินค้าไทย
แต่ที่จะลืมไม่ได้คือ พี่น้องเกษตรกรต้นแบบของเราที่ได้แนวคิดสำคัญเกษตรก้าวหน้ากลับมาด้วย คุณวลิต เจริญสมบัติ ประธานแปลงใหญ่ระดับประเทศ ตัวแทนเกษตรแปลงใหญ่ที่เข้าร่วมคณะก็จะนำประสบการณ์จากเยอรมนีไปเล่าให้เครือข่ายแปลงใหญ่ทั่วประเทศ “การเปลี่ยนแปลงแนวคิดการทำการเกษตร ที่จะต้องใช้ ‘การตลาดนำการผลิต’ เลือกปลูกในสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต ซึ่งจะทำให้หลุดพ้นจากวงจรทาสนายทุน” คุณวลิตกล่าว
จริงๆ แล้ว ไทยมิได้ด้อยกว่าเยอรมนีในด้านทรัพยากร เลย เพียงแต่หากไทยต้องลง ทุนด้านการสร้างฐานความรู้และนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้ให้ตรงจุด ไทยก็ไม่เพียงแต่ก้าวให้ทันโลก แต่มีศักยภาพที่จะก้าวนำโลกในด้านการเกษตรด้วยซํ้า
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,341 วันที่ 18 - 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
“มาตรฐานเยอรมนี” เป็นที่ยอมรับในเรื่องคุณภาพ เยอรมนีจึงมิได้เป็นเพียงผู้ผลิตสินค้า แต่เป็น “ผู้กำหนดมาตรฐาน” สินค้าและเครื่องจักรกลทางการเกษตรระดับโลก คณะกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้พบหารือกับ GLOBALG. A.P. บริษัทเดียวในโลกที่กำหนดและทดสอบมาตรฐานของเกษตรกรและผู้ผลิตอย่างครบวงจร ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ กรรมวิธีการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว มาตรฐานแรงงาน และ สิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ (traceability) ทำให้สินค้าที่ได้รับมาตรฐาน GlobalG.A.P. สินค้าเกษตรที่ได้รับตรา GlobalG.A.P. จะเป็นใบผ่านทางสำคัญให้สามารถวางขายในสหภาพยุโรปได้ ทั้งนี้ ปัจจุบัน สถาบันอาหารได้ร่วมมือกับ GlobalG.A .P. เพื่อยกระดับมาตรฐาน Thai G.A.P. ให้สามารถส่งออกไปยังสหภาพยุโรปได้
กระทรวงอาหารและการ เกษตรสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMEL) เห็นความสำคัญของไทยในการเป็น “ครัวโลก” ไทยจึงเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ BMEL เปิดสำนักงานเกษตร BMEL ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหาร การวางแผนการผลิตอย่างเป็นระบบ และการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร ซึ่งน่าจะนำมาปรับใช้กับบริบทของไทย
นอกจากนี้ ไทยยังจะร่วมมือกับสมาคมการเกษตรเยอรมนี (German Agricultural Society- DLG) ในการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรไทยที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วม Farming Academy เพื่อก้าวไปสู่การเป็น “เกษตรกรปราดเปรื่อง” (Smart Farmer) ที่สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำการเกษตรอย่างถูกวิธี รวมทั้งสร้างศักยภาพให้ข้าราชการที่ต้องทำงานโดยตรงกับเกษตรกร เพื่อพัฒนาภาคเกษตรอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน
สมาคมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรของไทยยังสนใจที่จะร่วมมือกับสมาพันธ์ธุรกิจเอเชีย-แปซิฟิกแห่งเยอรมนี (OAV) ซึ่งมีสมาชิกที่สนใจจะทำธุรกิจในเอเชีย-แปซิฟิกกว่า 800 ราย โดยให้สตาร์ตอัพไทยด้านอาหารและการเกษตรได้นำเสนอแนวคิดใหม่ในการทำธุรกิจ (pitching) ให้กับภาคธุรกิจของเยอรมนี ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้สนับสนุนการจัดงานดังกล่าวด้วย เพื่อนำไปสู่การจับคู่ทางธุรกิจระหว่างไทย-เยอรมนีในอนาคต
การเยือนเยอรมนีครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างเครือข่ายระหว่างฝ่ายไทยกับหน่วยงานต่าง ๆ ของเยอรมนี แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งระหว่างภาคส่วนต่างๆ ของไทยเอง เพื่อร่วมกันพัฒนาภาคเกษตรและอาหารของไทยอีกด้วย การทำงานร่วมกันในครั้งนี้ทำให้หน่วยงานต่างๆ เห็นถึงบทบาทสำคัญของกระทรวงการต่างประเทศที่พร้อมจะเป็นจุดเชื่อมต่อหลักระหว่างหน่วยงานของไทยและต่างประเทศ จนนำไปสู่แนวคิดการสร้าง portfolio นวัตกรรมอาหารที่ไทยมีอยู่จำนวนมาก เพื่อให้สถานทูต-สถานกงสุลของไทยได้ใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมสินค้าไทย
แต่ที่จะลืมไม่ได้คือ พี่น้องเกษตรกรต้นแบบของเราที่ได้แนวคิดสำคัญเกษตรก้าวหน้ากลับมาด้วย คุณวลิต เจริญสมบัติ ประธานแปลงใหญ่ระดับประเทศ ตัวแทนเกษตรแปลงใหญ่ที่เข้าร่วมคณะก็จะนำประสบการณ์จากเยอรมนีไปเล่าให้เครือข่ายแปลงใหญ่ทั่วประเทศ “การเปลี่ยนแปลงแนวคิดการทำการเกษตร ที่จะต้องใช้ ‘การตลาดนำการผลิต’ เลือกปลูกในสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต ซึ่งจะทำให้หลุดพ้นจากวงจรทาสนายทุน” คุณวลิตกล่าว
จริงๆ แล้ว ไทยมิได้ด้อยกว่าเยอรมนีในด้านทรัพยากร เลย เพียงแต่หากไทยต้องลง ทุนด้านการสร้างฐานความรู้และนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้ให้ตรงจุด ไทยก็ไม่เพียงแต่ก้าวให้ทันโลก แต่มีศักยภาพที่จะก้าวนำโลกในด้านการเกษตรด้วยซํ้า
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,341 วันที่ 18 - 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561






