thansettakij
thansettakij
Elon Musk กับห่วงโซ่การผลิต

Elon Musk กับห่วงโซ่การผลิต

20 ก.พ. 61 | 23:05 น.
TP08-3341-1B คงไม่มีใครไม่อยากไปอยู่ดาวอังคาร หรือไม่อยากนั่งรถไฟที่วิ่งไปตามท่อด้วยความเร็ว 10 เท่าของรถไฟที่วิ่งเร็วที่สุดในเวลานี้ หรือไม่อยากเป็นเจ้าของรถไฟฟ้าสักคันในอีก 5 ปีข้างหน้าเมื่อราคามันตกลงมาประมาณหมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ ใช่หรือไม่? ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ Elon Musk ผู้ซึ่งมีส่วนในการคิดและบริหารบริษัทที่ผลิตหรือจะผลิตสินค้าเหล่านี้จะเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือไม่ แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือต้องมีคนที่เริ่มคิดลํ้าหน้าคนทั่วไปและมุ่งมั่นดำเนินการให้สำเร็จ ซึ่งเขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าโอกาสที่จะส่งมนุษย์ไปดาวอังคารนั้นเป็นไปได้เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

บริษัท Space X ประสบความสำเร็จในการทดลองส่งจรวด Falcon Heavy ที่มีนํ้าหนักมากขึ้นไปในอวกาศสำเร็จและจะทดลองส่งจรวดที่มีนํ้าหนักมากกว่านี้ที่สามารถใส่นํ้าหนักได้เท่ากับเครื่องบิน 3-4 ลำได้ในอีกไม่ช้านี้ จึงสรุปได้ในเบื้องต้นนี้ว่าการเดินทางขึ้นไปอยู่ในดาวอังคารที่ห่างจากโลกประมาณ 54 ล้านกิโลเมตรมีความเป็นไปได้

ผมเห็นว่าสิ่งที่สำคัญที่เกิดผลตามมาจากการทดลองนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างแรงบันดาลใจแก่คนทั่วไปให้เกิดการคิดสิ่งใหม่ๆ ที่ท้าทายแล้วยังเป็นการสร้างโอกาสให้นักประดิษฐ์ได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆต่อเนื่องจากโครงการเหล่านี้ และที่สำคัญที่สุดคือชื่อ Elon Musk ได้กลายเป็นเครื่องหมายการค้าไปเรียบร้อยแล้ว ผมยังมีความเชื่อว่ารถยนต์ไฟฟ้าของเขาก็จะได้รับความเชื่อมั่นมากขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง Mr. Elon Musk เป็นตัวอย่างในการอธิบายถึงการเกิดนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่เพื่อนำไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ๆได้ ดังนั้นหากเราจะเดินทางในแนวนี้เพื่อให้ประเทศไทยไปสู่ประเทศที่พัฒนาขึ้นไปเหนือกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) แล้วเราก็ต้องสร้างคนอย่าง Mr. Elon Musk สัก 1 ล้านคน

AW_Online-03 ปัญหาจึงตกแก่พวกเราทุกคนโดยเฉพาะภาคธุรกิจว่าได้เปิดโอกาสให้พนักงานได้มีโอกาส “คิด” ได้มากน้อยแค่ไหนและอย่างไรเพราะตัวเลขการลงทุนในด้านพัฒนานวัตกรรมของแต่ละบริษัทยังตํ่ามากไม่เพียงพอกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในโลกยุคใหม่ที่จะต้องตอบสนองเงื่อนไขสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่สินค้าโดยเฉพาะภาคเกษตรที่เชื่อมตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ขึ้นไปจนถึงทั้งที่เป็นผลิตภัณฑ์สุดท้าย (ทั้งที่เป็นอาหารและไม่ใช่อาหาร) ยกตัวอย่างเช่นการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชหรือพันธุ์สัตว์ที่จะต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลการผลิตและสามารถต้านผลกระทบจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงแต่หากการใช้ประโยชน์จากพันธุ์เหล่านี้ไปในพื้นที่หรือด้วยวิธีการจัดการและเทคโนโลยีที่ไม่ได้รับการพัฒนาให้สอดรับกันแล้วผลผลิตก็จะไม่ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมายและหากใช้ผลิตภัณฑ์นี้เป็นวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ในขั้น (ข้อต่อ)ต่อไปก็จะกระทบกันกันไปเป็นลูกโซ่ จะเห็นว่าคำตอบของการพัฒนาห่วงโซ่การผลิตของสินค้าชุดนี้จะต้องมีนักเกษตรและอุตสาหกรรมที่มีวิสัยทัศน์เทียบเท่ากับ Mr. Elon Musk ในทุกๆข้อต่อของห่วงโซ่นี้จึงจะทำได้สำเร็จ

ผมจึงเสนอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกผลิตภัณฑ์จัดทำการศึกษาอย่างละเอียดถึงจุดแข็งและจุดอ่อนตลอดห่วงโซ่ของผลิตภัณฑ์ โดยให้ถือว่าผู้มีส่วนได้เสียนั้นมีชะตากรรมร่วมกันในธุรกิจ และหลังจากค้นพบแล้วก็ต้องวางแผนปรับปรุงอย่างเป็นขั้นตอนโดยประสานกับหน่วยงานรัฐซึ่งเป็นผู้กำหนดกฎและบริหารกฎ พร้อมทั้งมีบุคลากรและงบประมาณที่จะช่วยเสริมให้การดำเนินการพัฒนานั้นเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วก่อนที่จะเกิดวิกฤติ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,341 วันที่ 18 - 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว